วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อุกอาจ! นักโทษอันตราย คดีฆ่าตำรวจ แหกศาลนครปฐม หนีทั้งโซ่ตรวน

อุกอาจ! นักโทษอันตราย คดีฆ่าตำรวจ แหกศาลนครปฐม หนีทั้งโซ่ตรวน

  • Share:

ตำรวจ-ทหารสนธิกำลัง นำสุนัขไล่ล่านักโทษชาย มือยิงตำรวจสายตรวจ และพลทหาร รวมอีกหลายคดี หลังกระโดดชั้น 2 หนีจากศาลนครปฐมทั้งที่ยังมีโซ่ตรวน ขณะผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งตั้งวอร์รูมไล่ล่า ขัดขืนต่อสู้จับตายได้ทันที

เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 4 ก.ย.58 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งจาก ร.ต.ต.จรัญ อ่อนกูล ตำรวจศาล จ.นครปฐม ว่ามีนายเจษฎา รำพึงจิต อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/3 ซอยโรงเรียนบำรุง อ.เมืองนครปฐม นักโทษชายคดีปล้นฆ่าชิงทรัพย์กว่า 20 คดี กระโดดจากชั้น 2 ศาลจังหวัดนครปฐม หลบหนี ขอกำลังตำรวจช่วยสกัดจับด้วย หลังรับแจ้งแล้วได้รายงานให้ พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.รัตนะ ปานจันทร์ รอง ผบก. พ.ต.อ.อุดม เปี่ยมศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.ปรีชา ทิมหอม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ยงลิต ศุภผล สว.สส. พ.ต.ท.สุธี วรรณสูตร รอง ผกก.ป พ.ต.ท.คุรุพงษ์ แก้วสะอาด สวป.นำกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม และสืบสวน จ.นครปฐม สายตรวจทุกสายกว่า 100 นาย หน่วยสุนัขทหารจากค่ายทองฑีฆายุ กรมการสัตว์ทหารบก จ.นครปฐม ออกตามล่าตัว

จากการสอบถาม ร.ต.ต.จรัญ อ่อนกูล รอง สวป.สภ.เมืองนครปฐม ซึ่งถูกส่งไปประจำศาล จ.นครปฐม หรือตำรวจศาลที่ดูแลความเรียบร้อยและควบคุมตัวผู้ต้องหา เผยว่าหลังจากที่เจ้าหน้าที่เรือนจำ จ.นครปฐม นำตัวนายเจษฎา รำพึงจิต ผู้ต้องหาในคดีฆ่าชิงทรัพย์หลายคดี มาฟังคำพิพากษาที่ศาล จ.นครปฐม ในช่วงบ่าย โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำได้นำตัวนายเจษฎา มาส่งให้ที่ห้องควบคุม ตร.ศาล ซึ่งอยู่ด้านหลังของศาล จ.นครปฐม ตั้งแต่เวลา 11.00 น.เพื่อฟังคำพิพากษา ในช่วง 13.30 น.โดยมีการใส่โซ่ตรวนที่ขาทั้ง 2 ข้าง ในระหว่างที่ควบคุมอยู่ในห้องขังนักโทษก็ยังปกติทุกอย่าง จนกระทั่งเมื่อได้เวลาจะฟังคำพิพากษา จึงนำตัวนายเจษฎา ออกจากห้องควบคุมโดยมีโซ่ตรวนอยู่เพื่อไปฟังคำพิพากษาของศาล ที่ชั้น 2 ของอาคารศาล จ.นครปฐม ปรากฏว่าระหว่างขึ้นบันไดศาล นายเจษฎาได้ฉวยโอกาสที่ ด.ต.สมชาย เดินห่าง 2 เมตร กระโดดลงบันไดศาลวิ่งออกทางประตูหลังวิ่งผ่านประตูรั้วหลังเข้าไปภายในวัดไผ่ล้อมที่อยู่ติดกันหลบหนีหายไป โดยที่ ด.ต.สังเกตดูว่าโซ่ตรวนที่ใส่อยู่นั้นขาดออกจากกัน

จากนั้น พล.ต.ต.พจน์ ได้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตามล่าโดยใช้กำลังปิดล้อมบริเวณดังกล่าวไว้ทั้งหมด และได้รับแจ้งจากนางสำเนียง เตชะธีรเดช แม่ค้าขายผลไม้ในตลาดปฐมมงคล ซึ่งอยู่ติดกับวัดไผ่ล้อม ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกคนร้าย สวมเสื้อชุดสีส้ม สวมกางเกงสามส่วนสีน้ำตาลเข้ม เหมือนชุดนักโทษขโมยเอารถจักรยานยนต์ยามาฮ่า นูโว สีดำ ทะเบียนจำหมวดอักษรไม่ได้ จำได้หมายเลข 987 นครปฐม ที่จอดอยู่หน้าร้านขี่หลบหนีไป ทางถนนสี่แยกพระเมรุออกถนนเพชรเกษมตัดเข้าเส้นทางถนนซอยสรรพสามิตภาค 7 ทะลุออกวัดเกาะวังไทร บ้านบ่อโตนด ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม จึงนำกำลังสกัดกั้น ตำบลถนนขาดทั้งตำบล โดยขอกำลังจาก อบต.ถนนขาด และ นายไมตรี เนียะแก้ว กำนัน ต.ถนนขาด นำกำลังลูกบ้านมาช่วยกันปิดล้อมทุกเส้นทาง

เจ้าหน้าที่ระดมกำลังไล่ล่า


ในระหว่างที่ปิดล้อมอยู่นั้นได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีคนร้ายนำเสื้อนักโทษสีน้ำตาลส้ม โยนทิ้งไว้หน้าบ้านเลขที่ 117 ถนนทวาราวดี ต.ห้วยจระเข้ อ.เมืองนครปฐม เหลือแต่กางเกงสามส่วนสีน้ำตาลเข้ม โดยขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมเสื้อผ่านไป หลบหนีเข้าไปในถนนซอย บ่อโตนด ซอย 3 ตำรวจจึงออกติดตามไปซึ่งถนนดังกล่าวเป็นถนนคอนกรีตเล็กแคบ และเป็นทางโค้งหักซอกหลายโค้ง สามารถมุ่งหน้าออก ต.ดอนยายหอม ได้ เมื่อเข้าซอยไปได้ 500 เมตร จึงพบรถจักรยานยนต์ คันที่คนร้ายขโมยไปล้มคว่ำอยู่ตรงทางโค้งหักซอกลงไปจมในคูน้ำ ซึ่งเป็นป่ารก ตำรวจจึงมอบหมายให้สุนัขดมกลิ่นทหาร 2 ตัว ลงดมกลิ่นคนร้ายซึ่งน่าจะหลบซ่อนอยู่ในป่ารกข้างถนนซึ่งมีเนื้อที่กว่า 200 ไร่

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผช.ผบ.ตร.ซึ่งเดินทางกลับจากประชุมฯ ได้รับรายงาน จึงได้เดินทางมาที่เกิดเหตุตรวจดูพื้นที่ และให้หัวหน้าชุดทุกหน่วย รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ อบต.ถนนขาด นำแผนที่บริเวณที่คนร้ายหลบหนี พร้อมกับตั้งกองบัญชาการชั่วคราว ที่ป้อมยามวัดเกาะวังไทร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เข้าปิดล้อม 100 เมตร โดย พล.ต.ท.โสภณ สั่งทุกหน่วยให้ทำการปิดล้อมพื้นที่ป่ารกโดยรอบโดยใช้กำลังกว่า 300 นาย เข้าปูพรหมตรวจค้น พร้อมกับให้ ผู้ใหญ่บ้านแจ้งทางเสียงตามสายให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นได้ทราบและขอความร่วมมือหากพบชายไม่ใส่เสื้อใส่กางเกงสามส่วนสีน้ำตาลเข้ม ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่

พล.ต.ท.โสภณ ยังกล่าวอีกว่าสำหรับผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้ต้องหาที่น่ากลัวมาก เคยก่อคดีไว้อย่างโชกโชนนับสิบคดี โดยใช้อาวุธปืนจี้หากเหยื่อขัดขืนก็จะยิงทันทีจนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ก่อเหตุในพื้นที่ อ.นครชัยศรี และเมืองนครปฐม ซึ่งคดีที่ก่อเหตุใหญ่ 8 คดี นั้นมี 2 คดี คือคดีใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิง ด.ต.มานะ สุขไพร หัวหน้าตู้ยามสะแกลาย ต.ดอนยายหอม อ.เมืองนครปฐม และนายสมชาย เปล่งขำ ชาวบ้านที่มาทำความสะอาดป้อมยาม เสียชีวิตภายในป้อมยาม ชิงเอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง และอาวุธปืนกล็อก ขนาด .45 ของ ด.ต.มานะ ก่อนหลบหนีไปอย่างลอยนวล เมื่อวันที่ 10 เม.ย.57 เวลา 19.00 น.

ล่าสุดก่อนที่จะถูก ตำรวจจับกุมตัวได้ คือชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พลฯ ทหารอนุชา สังพุก อายุ 23 ปี ทหารเกณฑ์ สังกัดกองร้อยกองบัญชาการ กองพลทหารราบที่ 9 ซึ่งกำลังจะปลดประจำการได้พักกลับมาบ้านและพ่อแม่ซื้อทองให้ปลอบขวัญ ขณะนำรถจักรยานยนต์ไปซ่อมที่ร้านซ่อม หมู่ 2 ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม ปรากฏว่านายเจษฎา คนร้ายขี่จักรยานยนต์ผ่านมาเห็นใส่ทองจึงแวะแล้วใช้ปืนจี้เอาทองไปแต่ พลฯ ทหารอนุชา ไม่ยอม ได้ขี่จักรยานยนต์ของร้านค้าออกติดตามไปจนทันแล้วใช้มีดดาบฟันนิ้วนายเจษฎาจนขาด แต่ถูกนายเจษฎาใช้ปืนยิงสวนทำให้เสียชีวิต แล้วหลบหนีไปรักษาบาดแผลที่นิ้วที่ขาดที่ รพ.นครชัยศรี ตำรวจจึงตามไปตระครุบตัวไว้ได้ นำตัวสอบขยายผลจึงทราบว่าก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ใช้อาวุธปืนยิงอีกนับ 10 คดี แต่บางรายบาดเจ็บจะเอาเฉพาะทอง ไปขายยังจังหวัดอื่น เมื่อหมดเงินก็มาก่อเหตุอีก ถือเป็นบุคคลอันตรายอย่างยิ่ง และได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจหากมีการขัดขืนต่อสู้ให้ใช้มาตรการเด็ดขาด

ความคืบหน้าล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อม พร้อมกับขอรถไฟส่องสว่างจากทั้ง อบต.และบรรเทาสาธารณภัย จำนวนหลายสิบคันมาส่องปิดล้อมจับกุมคนร้ายให้ได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้