วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เชื่อ 'สปช.' ใช้ดุลพินิจลงมติ ปัดล็อบบี้เสียงแลกผลประโยชน์

เชื่อ 'สปช.' ใช้ดุลพินิจลงมติ ปัดล็อบบี้เสียงแลกผลประโยชน์

  • Share:

"วัชระ" ตั้งฉายา รธน."บวรศักดิ์ฯ" ฉบับ"อุนจิ" เรียกร้อง สปช.โหวตคว่ำร่างฯ ด้าน "ประสาร" ชี้รอดูวันจริงผ่าน-ไม่ผ่าน ขณะที่ "คำนูณ" เชื่อ สปช.ใช้ดุลพินิจลงมติ ปัดล็อบบี้แลกผลประโยชน์ "ยะใส" แนะโหวตผ่านร่างฯ ให้ ปชช.ตัดสินใจโดยตรงขั้นประชามติ...

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.58 ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 6 ก.ย.เพื่อพิจารณาลงมติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ตนขอเรียกร้องให้ สมาชิก สปช.ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนี้ด้วยเหตุผล ดังนี้ คือ 1. เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ขัดต่อพระราชดำรัสพระบรมราโชวาทของ รัชกาลที่ 7 ที่ระบุว่า "ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดฯ" 2. ขัดกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ระบุว่าจะไม่ใช้กฎหมายทำให้เกิดความขัดแย้ง อีกทั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานณท์ ประธานองคมนตรี พูดชัดเจนว่ายังบกพร่อง เพราะไม่มีบทบัญญัติใดที่ตอบแทนคุณแผ่นดิน และ นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่ามีการเขียนตัดอำนาจไต่สวนของ ป.ป.ช. ทำให้การตรวจสอบทุจริตไม่สามารถทำได้

3. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้เหตุผลขัดค้านไว้อย่างชัดเจน 4. ไม่ได้แยกอำนาจการสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตามข้อเสนอของ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิก สปช. และ 5.ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) บังคับให้รัฐมนตรีให้ดำเนินการตาม

นายวัชระ กล่าวว่า ตนขอตั้งฉายาว่า "เป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับอุนจิของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ" และเห็นว่า สปช.ควรจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะสิ่งที่ร่างนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติแต่อย่างใด ดังนั้นร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงไม่ใช่แล้วแต่ชะตากรรมอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวไว้

"หากตนเห็นแก่ตัวก็ควรจะปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน เพื่อมีการเลือกตั้งโดยเร็ว แต่พวกผมไม่มีความประสงค์อย่างนั้น ต้องการให้กติกาของประเทศเป็นไปอย่างยุติธรรม จะเลือกตั้งช้าก็ออกไปก็ไม่เป็นไร" นายวัชระ กล่าว

รอดูวันโหวตจริงร่างฯ ผ่าน-ไม่ผ่าน

นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณี กระแสการเกทับคะแนนโหวตผ่านหรือไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิก สปช.ว่า แล้วแต่จะประเมิน เนื่องจากขณะนี้ยอมรับว่าแต่ละคนมีความหวั่นไหว และจะต้องรอดูสัญญาณจากใครหรือไม่ แต่เชื่อสุดท้ายว่า สปช.จะตัดสินและพิจารณาชอบหรือไม่ชอบร่างฯ ตามวุฒิภาวะของตนอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่เชื่อฟังใคร ทั้งนี้คนที่ออกมาพูดก็จะต้องพูดตามทิศทางที่เขาต้องการ แต่คนที่ไม่ได้ออกมาพูดอีก 200 คน ที่ยังไม่รู้ว่าตัดสินใจอย่างไร อย่าฟังเพียงผู้ที่ออกมาพูดเท่านั้น ต้องรอดูของจริงในวันลงมติ 6 ก.ย.นี้

"ผมจะไม่บอกว่าตัวเลขเป็นอย่างไร แต่คิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่าน สปช.เนื่องจากดูภาพรวมของร่าง ซึ่งดี 70 เปอร์เซ็นต์ ไม่ดีเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เป็นประเด็นปัญหา สปช. ก็ต้องตัดสินใจรับมากกว่า ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตอบโจทย์ประเทศไทยในปัจจุบัน ที่การเมืองไม่สามารถเดินหน้าได้ และเป็นไปตามที่ประชาชนเรียกร้องก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557" นายประสาร กล่าว

ปัดล็อบบี้วุ่นแลกเสียง

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวล็อบบี้ให้ลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ว่า ตนไม่ทราบ เพราะไม่มีใครมาล็อบบี้ตนและตนไม่ได้ไปล็อบบี้ผู้ใดด้วย อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า สปช.จะใช้ดุลพินิจตามประสบการณ์และความรู้ความสามารถ จากที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญไปพิจารณาแล้วถึง 15 วัน โดยการลงมติดังกล่าวจะไม่มีประเด็นประโยชน์อื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า กรณีการล็อบบี้ดังกล่าว ที่มีข่าวว่าเพื่อแลกรับผลประโยชน์ทางการเมือง จะทำให้การใช้ดุลพินิจของ สปช. ตามบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญถูกบิดเบือนไปหรือไม่ นายคำนูณ กล่าวว่า ตนขอไม่ออกความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว เพราะตนไม่รู้ว่าข่าวล็อบบี้นั้น มีจริงหรือไม่ เพราะไม่มีผู้ใดมาล็อบบี้กับตน ซึ่งกระบวนการทำงานของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญหลังจากนี้ คือ การรอให้ถึงวันที่ 6 ก.ย.นี้ เพื่อให้ สปช.ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

แนะ สปช.โหวตผ่านร่างฯ ให้ ปชช.ตัดสินใจขั้นประชามติ

ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวถึงการประชุมของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ว่า จะเป็นจุดเปลี่ยนของสังคมการเมืองแน่นอนไม่ว่าผลโหวตจะออกมาทางใดก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องที่สปช.ต้องพิจารณาให้มากก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ผลโหวตเกิดความเสี่ยงและผลกระทบต่อสังคมน้อยที่สุด หากโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญทุกอย่าง ก็กลับไปอยู่ในมืมือ คสช.เบ็ดเสร็จ ตามกรอบที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ซึ่งต้องนับหนึ่งร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ ซึ่งก็ไม่รู้เนื้อหาจะออกมาอย่างไร ประเด็นที่หลายฝ่ายรังเกียจว่าไม่เป็นประชาธิปไตยในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะยังคงมีอยู่หรือไม่ หรือถ้ายังมีจะแย่ยิ่งกว่าเดิมหรือไม่ ก็ไม่มีใครการันตีได้

"สปช.ที่ตั้งธงคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเพื่อให้ คสช. อยู่ต่อหรือเพราะรับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ก็ตาม ต้องมีเงื่อนไข หรือหลักประกันการปฏิรูปที่เป็นจริงต่อประชาชนได้ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เห็นเงื่อนไขจาก สปช.กลุ่มนี้เลย การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่พ่วงเงื่อนไขปฏิรูปจะเท่ากับเป็นการเซ็นเช็คเปล่า ให้ คสช.โดยปริยายหรือไม่" นายสุริยะใส กล่าว

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า แต่หาก สปช.โหวตให้ผ่าน ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้สังคมได้มีกระบวนการเรียนรู้แลกเปลี่ยนถกเถียงกันถึงข้อดีข้อเสียมีเวลากว่า 5 เดือน ก่อนวันลงประชามติ ถึงตอนนั้นไม่ว่าผลประชามติจะออกมาอย่างไรก็ถือว่าสังคมได้มีการเรียนรู้ร่วมกันครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ การโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ครั้งนี้ จึงมีนัยสำคัญเพราะจะเป็นการโยนอำนาจการตัดสินใจขั้นสูงสุดให้ประชาชนใช้อำนาจตัดสินใจโดยตรงว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้