วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผู้ตรวจการแผ่นดิน สั่งจี้หน่วยงานสางปัญหา 'แม่เมาะ'

ผู้ตรวจการแผ่นดิน สั่งจี้หน่วยงานสางปัญหา 'แม่เมาะ'

  • Share:

ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ตามสางปัญหาการอพยพชาวแม่เมาะ 4 หมู่บ้าน พบผ่านมาร่วม 10 ปีชาวบ้านยังไม่ได้เอกสารสิทธิ พร้อมจี้เร่งให้แก้ไขปัญหาการอพยพราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้า...

พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ร้องเรียนขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีการอพยพราษฎรในอำเภอแม่เมาะที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 10 มกราคม 2549 ซึ่งมีการให้เงินชดเชยแก่ชาวบ้านที่ขออพยพและชาวบ้านได้มอบบ้านให้เป็นทรัพย์สินของทางราชการ ต่อมาผู้ร้องอ้างว่าเกิดปัญหามีการเข้าไปครอบครองหรือใช้สอยทรัพย์สินดังกล่าวอันเป็นพฤติกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมายและกรณีปัญหาความล่าช้าในการออกเอกสารสิทธิในที่ดินให้กับราษฎรที่ย้ายไปอยู่ในพื้นที่รองรับการอพยพรวมทั้งขอให้ประสานงานกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ให้จัดสรรเงินกองทุนเพื่อนำไปจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกกลุ่มเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ โดยมิให้บุคคลภายนอกเข้าไปแทรกแซงการใช้จ่ายเงินเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอันมาจากการไม่สามารถเข้าถึงกองทุน

จากการรวบรวมเอกสารและข้อเท็จจริงในเบื้องต้นพบว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการอพยพราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะมาอย่างต่อเนื่องรวมจำนวน 7 ครั้ง โดยการอพยพครั้งที่ 1-4 เป็นการอพยพที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่บริเวณที่ราษฎรตั้งถิ่นฐาน ส่วนการอพยพครั้งที่ 5-7 เป็นการอพยพตามการร้องขอของราษฎรที่อ้างว่าได้รับผลกระทบด้านมลพิษทางเสียง ฝุ่นละอองอันเกิดจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

สำหรับกรณีที่มีการร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินคือการอพยพราษฎรครั้งที่ 6 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2549 กรณีปัญหาการจัดการทรัพย์สินของราษฎร 4 หมู่บ้าน ที่โอนให้กับทางราชการนั้นปัจจุบันนี้พบว่าบ้านเรือนของราษฎรที่โอนให้กับทางราชการนั้นบางส่วนได้สูญหายไปบางส่วนมีการเข้าไปลักขโมยจนอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่ไม่มีการทำบัญชีตรวจสอบทรัพย์สินและขาดแคลนเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจตราดูแล

ดังนั้นที่ประชุมเห็นว่าควรเร่งรัดการตรวจสอบและจัดทำบัญชีทรัพย์สินโดยมอบหมายให้สำนักงานธนารักษ์จังหวัดลำปางเร่งรัดดำเนินการหากขาดแคลนบุคลากรและเครื่องมือก็ให้ขอความร่วมมือกับโรงไฟฟ้าแม่เมาะและมณฑลทหารบกที่ 32 รวมทั้งให้เผยแพร่ประสานงานให้หน่วยงานราชการในจังหวัดลำปางและในพื้นที่ข้างเคียงนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์และให้อำเภอแม่เมาะเร่งรัดการยกเลิกเลขที่บ้านและทะเบียนหลังที่ได้โอนให้กับทางราชการและย้ายชื่อบุคคลที่ไม่ยอมย้ายออกจากทะเบียนบ้านไปไว้ที่ทะเบียนบ้านกลาง ส่วนกรณีที่มีการเข้าไปรื้อถอนบ้านเรือนที่รับโอนมาเป็นของทางราชการแล้วนั้น ให้จังหวัดลำปางและอำเภอแม่เมาะประสานงานกับสถานีตำรวจภูธรแม่เมาะ ในการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.อ.วิทวัส กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาสภาพข้อเท็จจริงในปัจจุบันสำหรับกรณีพื้นที่อำเภอแม่เมาะอาจจะไม่มีความจำเป็นในการอพยพราษฎรเพิ่มเติมอีก เนื่องจากพบว่าโรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่มีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่เพิ่มเติมและการอพยพแต่ละครั้งมักจะมีประเด็นปัญหาต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องการจัดหาพื้นที่รองรับการอพยพซึ่งจะต้องใช้พื้นที่ป่าซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติที่เหลืออยู่ค่อนข้างน้อย รวมทั้งปัญหาความยุ่งยากในการจัดการดูแลทรัพย์สิน ปัญหาการบริหารจัดการที่ต้องผูกพันดำเนินการหลายหน่วยงานในระยะยาวเช่น การเพิกถอนพื้นที่ป่า การออกเอกสารสิทธิในที่ดิน การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมทั้งปัญหาอื่นที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้