'อลงกรณ์' ยันไม่มีใบสั่งล็อบบี้โหวตหนุนร่างรธน.

ข่าว

    'อลงกรณ์' ยันไม่มีใบสั่งล็อบบี้โหวตหนุนร่างรธน.

    ไทยรัฐออนไลน์

      4 ก.ย. 2558 20:18 น.

      "อลงกรณ์" สรุปผลงาน สปช. ยันไม่มีล็อบบี้-คำสั่งโหวตรับร่างรธน.มั่นใจรู้ผลไม่เกินเที่ยง...

      เมื่อวันที่ 4 ก.ย.58 ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงสรุปผลงานและขั้นตอนการลงมติร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ว่า การทำหน้าที่ของ สปช. ทั้ง 250 คน ที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งและบรรลุผลสำเร็จ โดยการทำงานของ สปช. มีภารกิจสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1.การจัดทำแผนแม่บทปฏิรูปประเทศ (Blueprint for Change) ที่ทำสำเร็จส่งมอบให้คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา 2.การพิจารณาให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้มีการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และดำเนินการตามขั้นตอนจนสำเร็จ และส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช. ลงมติในวันที่ 6 ก.ย. 3.การตั้งคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดนี้ถือเป็นความพึงพอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ได้เสร็จสมบูรณ์ ขอขอบคุณสมาชิก สปช. ประชาชน ข้าราชการ และแม่น้ำ 5 สาย ที่ได้ช่วยกันปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของประเทศ และเสนอความคิดเห็นมาโดยตลอด

      นายอลงกรณ์ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ก.ย. จะเริ่มเวลา 10.00 น. ทราบผลการลงมติไม่เกิน 12.00 น. สามารถลงมติได้ 3 แนวทาง คือ เห็นชอบไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง หาก สปช. มีมติเห็นชอบจะมีการอภิปรายและถามมติที่ประชุมว่าจะตั้งคำถามประกอบการทำ ประชามติหรือไม่ หากเสียงข้างมากเห็นด้วยจึงเริ่มพิจารณาญัตติ มี 2 คำถาม คือ 1.ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง 2 ปี หรือไม่ 2.ควรมีรัฐบาลปรองดองให้ 2 พรรคใหญ่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งสามารถเสนอญัตติเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ สปช. จะหมดวาระในเวลา 24.00 น. ของวันดังกล่าว และจะตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขึ้นมาสานต่อภายในระยะเวลา 30 วัน

      ส่วนความคิดเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ในการพิจารณาลงมติของสปช. ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มีการพูดคุยโน้มน้าวกันเป็นปกติ ไม่มีการล็อบบี้และไม่มีคำสั่งจากภายนอกใดๆ ทั้งสิ้น เป็นอิสระ ไม่มีวาระซ่อนเร้น เชื่อว่า สปช. ทุกคนตัดสินใจอยู่บนเหตุผลและประโยชน์สูงสุดของประเทศ แนวทางในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ให้สมาชิก สปช. ไว้คือ 1.มองเจตนารมณ์และเนื้อหาเป็นสำคัญ 2.มองสถานการณ์ในอนาคตที่จะมีผลมาจากร่างรัฐธรรมนูญ 3.มองเป้าหมายการปฏิรูปประเทศ เช่น จะแก้ปัญหาการทุจริตและความเหลื่อมล้ำได้หรือไม่ ขณะนี้การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและโรดแม็ป ประเทศมีทางเดินทางออกที่ชัดเจน ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาวะปกติที่สุด

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 01:45 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์