วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยิงดับคาโรงงาน! สองคนคู่กัดด่ากันไปมา สุดท้ายจบด้วยลูกปืน

ยิงดับคาโรงงาน! สองคนคู่กัดด่ากันไปมา สุดท้ายจบด้วยลูกปืน

  • Share:

สองหนุ่มคนงานขับรถโฟล์คลิฟต์โรงงานผลิตน้ำผลไม้ที่นครปฐมอยู่แผนกเดียวกัน แต่เป็นคู่กัดทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนล่าสุดถึงขั้นด่าบุพการีและมีการประกาศท้าทายคนที่อายุมากกว่าพกปืนมาดักรอ ก่อนจะชักจ่อยิงเผาขนคู่แค้น 2 นัด ตายคาลานจอดรถ...     

เมื่อเวลา 07.40 น.วันที่ 4 ก.ย.58 ร.ต.ท.กนกอร ซิ้มเจริญ ร้อยเวร สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุมีคนถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ในบริเวณลานจอดรถของโรงงานผลิตน้ำผลไม้แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.นครปฐม รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองวิทยาการภาค 7 แพทย์เวร รพ.ศูนย์นครปฐม และมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม 

ที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถจักรยานยนต์ของบริษัท พบศพนายธนพงศ์ ภูติจินดานันท์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 4 ต.ดอนคา อ.บางแพ จ.ราชบุรี พนักงานขับรถโฟล์คลิฟต์ยกของ สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยูนิฟอร์มแขนสั้นสีขาวคลุมด้วยเสื้อแจ็กเกตดำ กางเกงขายาวสีกรมท่า รองเท้าผ้าใบ มีบาดแผลถูกอาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงเข้าที่ศีรษะและใต้คาง รวม 2 นัด

ใกล้กันพบรถจยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ทะเบียน พษว 99 กรุงเทพฯ ของผู้ตายจอดอยู่ มีกระเป๋าสะพายวางในตะกร้าหน้ารถ ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 2 ปลอก และกระสุนปืนขนาด 9 มม.ที่ยังไม่ยิงตกอยู่ที่พื้น 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามคนงานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าผู้ที่ลงมือสังหารนายธนพงศ์ คือนายวิเชียร เรืองทอง อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 442 หมู่ 3 ต.ดอนยายหอม อ.เมืองนครปฐม เป็นพนักงานขับรถโฟล์คลิฟต์และเป็นเพื่อนร่วมงานของผู้ตาย โดยก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาเข้างานกะเช้า 07.30 น. เมื่อมาถึงโรงงานนำรถเข้าจอดในโรงจอดรถ ก็เห็นว่านายวิเชียรซึ่งมาถึงโรงงานก่อน นั่งอยู่ที่โรงจอดรถเหมือนรออะไรบางอย่าง จากนั้นสักพักก็เห็นนายธนพงศ์ ขี่จักรยานยนต์เข้ามาจอดที่โรงจอดเช่นกัน เพราะต้องเข้ากะเดียวกับนายวิเชียร

อย่างไรก็ตาม เมื่อจอดรถแล้วจะเข้าที่ทำงาน นายวิเชียรได้เดินเข้าไปพูดอะไรบางอย่างกับนายธนพงศ์ก่อนจะเกิดโต้เถียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะคู่นี้ทะเลาะกันบ่อย ก็คิดว่าไม่มีอะไร แต่พอสิ้นเสียงของทั้งคู่ นายวิเชียรได้ชักปืนออกจากเอวจ่อยิงผู้ตาย 2 นัด จนล้มลงแน่นิ่งท่ามกลางเพื่อนร่วมงานที่กำลังเข้าทำงาน จากนั้นนายวิเชียรได้วิ่งถือปืนวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนนต์ฮอนด้า เวฟ สีขาว ที่จอดอยู่หน้าโรงจอดรถ เร่งเครื่องหลบหนีมุ่งหน้าไปเส้นทางด้านหลังโรงงาน

ต่อมา ตำรวจได้สอบปากคนจากคนงานเพิ่มเติมอีกหลายปาก ให้การตรงกันว่า ผู้ตายและนายวิเชียรผู้ก่อเหตุ ทำงานในแผนกเดียวกัน เป็นคนขับรถโฟล์คลิฟต์ยกของเหมือนกัน และเป็นคู่ที่มีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ เรื่องยกของวางสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้วในโรงงาน จนเป็นที่ทราบกันดีในหมู่พนักงานด้วยกัน แต่ทะเลาะแล้วสักพักก็เงียบกันไปเอง แต่นิสัยของวิเชียร เป็นคนอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียวง่าย เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา เพื่อนที่ทำงานเห็นทั้งคู่มีปากเสียงกันอีก รุนแรงถึงขั้นด่าให้ของลับกันไปมา คนงานด้วยกันยังแซวกันอยู่ว่าทะเลาะกันอีกแล้ว ทะเลาะกันได้ทุกวัน เมื่อไหร่เขาจะจับแยกกันเสียที จะได้เงียบลงบ้าง คาดว่าสาเหตุจึงน่าจะเป็นเรื่องที่ทะเลาะกันล่าสุด และเกิดเจ็บแค้นที่เอาบุพการีมาด่าว่ากัน ส่วนเรื่องความขัดแย้งกับคนอื่นไม่มี

พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.นครปฐม กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งให้ตำรวจออกสกัดจับมือปืนตามบ้านญาติพร้อมกับให้รีบทำสำนวนเสนอขอหมายจับจากศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดี เท่าที่สอบจากเพื่อนคนงาน และหัวหน้างาน น่าจะมีสาเหตุมาจากเรื่องงานที่ทำอยู่ เรื่องวางสิ่งของใกล้กัน

"ก่อนหน้าที่จะยิง 1 วัน ก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง มีการท้าทายกันด้วยอีกต่างหาก ซึ่งนายวิเชียรที่อาวุโสกว่าคงจะโกรธแค้นเสียเหลี่ยม เลยมาดักรอแต่เช้า เมื่อผู้ตายมาถึงเอารถเข้าจอด กำลังเดินออกจากโรงรถเลยเดินเข้าไปพูดคุยและท้าทายกัน นายวิเชียร ที่เตรียมการมาแล้ว พกอาวุธปืนติดตัวมาด้วยจึงชักปืนยิงแบบเผาขนแล้วหลบหนีไป ขณะนี้ให้ตรวจสอบเส้นทางการหลบหนี ตรวจกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตามถนนใหญ่ และถนนในหมู่บ้านเพื่อติดตามจับตัวแล้ว" ผบก.นครปฐม กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้