ข่าว
100 year

สองเจ้าสัวฟื้นป่าต้นน้ำน่าน

ลม เปลี่ยนทิศ5 ก.ย. 2558 05:01 น.
SHARE

วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยเรื่อง “การคืนผืนป่า” ของ เกษตรกรจังหวัดน่าน กันสักวันนะครับ เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว เมื่อเกษตรกรที่ยากจนบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติตัดไม้ทำลายป่า เพื่อเอาที่ดินไปปลูกข้าวโพดยังชีพ แต่วันนี้ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของ 2 เจ้าสัวมหาเศรษฐี สามารถเปลี่ยนใจราษฎรเหล่านี้ให้ “คืนผืนป่าต้นน้ำ” ได้สำเร็จ เพื่อปลูกป่าขึ้นมาใหม่ ถือเป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

ผมหวังว่า โครงการต้นแบบนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจ มหาเศรษฐีไทย ที่มีอยู่มากมายหันมาให้ความสนใจช่วยกันคนละไม้ละมือ ฟื้นคืนป่าต้นน้ำของเราคืนมา เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกป่า ภัยแล้ง และอุทกภัยอย่างยั่งยืน

สองวันก่อน “เสี่ยปั้น” คุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกสิกรไทย ได้ส่งเรื่องราวการ “คืนผืนป่า” ของเกษตรกร 4 หมู่บ้าน 32 ครัวเรือน ต.เมืองจัง อ.ภูเพียง จ.น่าน 300 ไร่ เพื่อ ร่วมฟื้นคืนป่าต้นน้ำน่าน ในโครงการ “รักษ์ป่าน่าน” มาให้ผมความจริง คุณบัณฑูร ได้เล่าให้ผมฟังตั้งแต่ก่อนไปรับคืนป่าวันที่ 22 สิงหาคมแล้ว

ท่านผู้อ่านเชื่อไหม พื้นที่ป่าต้นน้ำน่าน ต้นกำเนิด แม่น้ำน่าน หนึ่งในแม่น้ำ 4 สายของ แม่น้ำเจ้าพระยา คือ ปิง วัง ยม น่าน แต่ แม่น้ำน่าน เป็นแม่น้ำที่ส่งน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามากที่สุดถึง 40 เปอร์เซ็นต์ แม่น้ำน่านจึงเป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นเลือดใหญ่ของภาคกลางและกรุงเทพมหานคร

เมื่อปี 2507 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติน่านมีถึง 6.54 ล้านไร่ ผ่านไป 40 กว่าปี พื้นที่ป่าเหลือ 5.14 ล้านไร่ ถูกราษฎรบุกรุกไปทำการเกษตรปลูกพืชไร่ถึง 1.39 ล้านไร่ ช่วง 5 ปีหลังที่ผ่านมา การบุกรุกรุนแรงขึ้นถึงปีละ 150,000 ไร่ จนปีที่แล้วเหลือพื้นที่ป่าไม่ถึง 5 ล้านไร่

เมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จไปทรงติดตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้ทอดพระเนตรเห็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว จึงทรงมีพระราชดำริให้หน่วยงานต่างๆร่วมกันจัดทำโครงการประชุมวิชาการเรื่อง “รักษ์ป่าน่าน” ขึ้น เพื่อมุ่งเน้นให้แสวงหารูปแบบ ตลอดจนวิธีการปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการอนุรักษ์ป่าไม้ให้กับชุมชน เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน

การประชุมวิชาการ “รักษ์ป่าน่าน” มีขึ้นสองปีติดต่อกัน โดย สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ กองทัพบก และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้สนับสนุนหลักเจตนารมณ์ของโครงการก็เพื่อ คืนผืนป่าที่สูญเสียไป และ ฟื้นฟูป่ากลับสู่สภาพเดิม เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้น่าน ต้นน้ำสำคัญของประเทศ ให้คงความอุดมสมบูรณ์เพื่อลูกหลานไทย โครงการนี้ไม่ง่าย เพราะต้องให้เกษตรกรที่ทำกินอยู่แล้ว ยอมคืนพื้นที่ทำกิน และเปลี่ยนอาชีพเดิมไปสู่อาชีพใหม่ที่ยั่งยืน ควบคู่การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ

หลังจากคิดอยู่นาน “เสี่ยปั้น” ก็ตัดสินใจไปชวน คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ซีอีโอ ทรู คอร์ปอเรชั่น กรรมการบริหารเครือซีพี ลูกชาย เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือซีพี ให้มาร่วมด้วย เพราะงานนี้หินมาก ต้องใช้ทั้งเงินทุนและความเชี่ยวชาญการเกษตรด้วย

โครงการนำร่องนี้ มีเกษตรกร 32 ครัวเรือนใน 4 หมู่บ้าน ต.เมืองจัง อ.ภูเพียง จ.น่าน ที่สมัครใจคืนที่ดินทำกิน 300 ไร่ ที่เคยปลูกข้าวโพด ยางพารา กลับไปเป็นผืนป่า และเปลี่ยนไปปลูกป่าไผ่ ผลไม้ และทำปศุสัตว์ เพื่อสร้างอาชีพใหม่ที่ยั่งยืน งานนี้ เครือซีพี ของ เจ้าสัวศุภชัย จะต้องไปลงทุนสนับสนุนทุกอย่าง ตั้งแต่จัดหาเมล็ดพันธุ์พืชและสัตว์ เทคโนโลยี การพัฒนาแหล่งน้ำ อุปกรณ์เครื่องมือ การรับซื้อผลผลิตไปจนถึงการดูแลเรื่องการดำรงชีพจนกว่าจะมีรายได้จากผลผลิตใหม่ในช่วงเวลา 5 ปี

งานนี้ต้องชมทั้ง เจ้าสัวปั้น และ เจ้าสัวศุภชัย ถือเป็นเจ้าสัวใจบุญสุดๆนี่คือก้าวแรกของโครงการ “คืนผืนป่า” เริ่มต้นด้วย 300 ไร่ และราษฎรที่บุกรุกป่า 32 ครัวเรือน ถ้ามีเจ้าสัวใจบุญเพิ่มขึ้นทุกวัน ผมเชื่อว่าป่าต้นน้ำที่หายไป จะค่อยๆคืนชีพกลับมาแน่นอน โครงการดีๆอย่างนี้ น่าจะเกิดขึ้นในทุกจังหวัดที่ป่าต้นน้ำถูกทำลาย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศคืนผืนป่าน่านบัณฑูร ล่ำซำรักษ์ป่าน่านศุภชัย เจียรวนนท์เสี่ยปั้นเจ้าสัวศุภชัย

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้