วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รันทด! แม่สู้ชีวิตเลี้ยงลูก 4 คนลำพัง - ลูกสะใภ้ทิ้งหลาน 1 เดือนให้ดูแล

รันทด! แม่สู้ชีวิตเลี้ยงลูก 4 คนลำพัง - ลูกสะใภ้ทิ้งหลาน 1 เดือนให้ดูแล

  • Share:

วอนช่วยเหลือ! 6 ชีวิตรันทด-ยากจน แม่คนเดียวเลี้ยงลูก 4 คน สามีสูญหายไม่ติดต่อ ลูกสะใภ้ทิ้งหลานสาว 1 เดือนให้ดูแล เผย หลานไม่ค่อยแข็งแรง ต้องหาหมอเป็นประจำ ทั้งยังต้องขอนมผงจากโรงพยาบาล มาชงให้หลานกิน ...

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ เยี่ยมบ้านของ นางสุวรรณา พรหมจิตร อายุ 37 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านไม่มีเลขที่ บ้านฝายท่า หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ที่มีฐานะยากจน และอาศัยอยู่กันหลายชีวิต ซึ่งเป็นบ้านเช่าไม่มีเลขที่ติดกัน 2 หลัง หลังแรกพบ นางสุวรรณา นั่งป้อนนมให้กับหลานสาววัย 1 เดือน กับอีก 5 วัน ผู้สื่อข่าวได้เดินเข้าไปในบ้าน พบที่นอนเก่าจำนวน 3 ลูก ปูเรียงติดกัน ไม่มีตู้กับข้าว ไม่มีเตาแก๊ส มีแต่เตาไม้ฟืนตั้งอยู่ 1 เตา

ด้าน นางสุวรรณา เล่าให้ฟังว่า ได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าหลังนี้ เป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ซึ่งได้ย้ายมาจากอำเภอปากพนัง ย้ายมาทั้งหมด 6 คน มีลูกสาวจำนวน 2 คน ลูกชายจำนวน 2 คน และรวมทั้งลูกสะใภ้ที่กำลังตั้งท้องอยู่ในขณะนั้น ซึ่งเป็นภรรยาของลูกชายคนโต ช่วงที่มาอยู่ที่อำเภอสิชลใหม่ๆ ตนเองและลูกชายคนโตชื่อนายสุวิทย์ สุขเกษม อายุ 16 ปี ได้ช่วยกันทำงาน โดยตนจะรับจ้างปอกปู และกุ้งตามแพปลา ส่วนลูกชายก็จะรับจ้าง นำปลาป่นขึ้นรถบรรทุก รายได้ก็พอประทังชีวิตได้ ตอนนั้นลูกสะใภ้ก็อยู่บ้านเฉยๆ เพราะมีอาการแพ้ท้อง ส่วนลูกอีก 3 คน ก็ไปโรงเรียน ถัดจากนายสุวิทย์ เป็นลูกสาวชื่อ เด็กหญิงสุวนันท์ สุขเกษม อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 3 โรงเรียนวัดสุชน เป็นคนสติไม่สมประกอบ ส่วนคนถัดมาชื่อ เด็กหญิงทวีพร สุขเกษม อายุ 13 ปี โดยก่อนหน้าที่ครอบครัวจะอพยพมาอยู่ที่อำเภอสิชล ได้มีคนใจบุญที่อำเภอปากพนังรับไปดูแลให้เรียนต่อที่อำเภอปากพนัง แต่เด็กหญิงทวีพร ได้หลบหนีมาอยู่กับแม่ที่อำเภอสิชลเมื่อหลายวันก่อน และยังไม่ได้เข้าเรียนหนังสือ เพราะต้องไปทำเรื่องขอย้ายจากโรงเรียนเดิมก่อน แต่ไม่มีเงิน ส่วนคนสุดท้อง ซึ่งเป็นลูกคนละพ่อกัน ชื่อเด็กชายสิทธิพร พรหมจิตร อายุ 8 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดสุชน ต่อมาลูกสะใภ้ได้คลอดลูกก่อนกำหนด ซึ่งอายุครรภ์ได้เพียง 7 เดือน เด็กคลอดออกมาไม่ค่อยสมบูรณ์ น้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัม ต้องพาไปหาหมอประจำ ซึ่งแม่ของเด็กได้หนีออกจากบ้าน และทิ้งลูกไปตั้งแต่ลูกอายุไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งปัจจุบันเด็กอายุ 1 เดือนกับอีก 5 วัน เท่านั้น ซึ่งนางสุวรรณา ได้ไปขอนมผงจากโรงพยาบาลสิชล เพื่อนำมาชงนมให้หลานกิน และทุกครั้งที่ชงนมจะต้มน้ำร้อนด้วยไม้ฟืนทุกครั้ง

ทั้งนี้ นางสุวรรณา เล่าให้ฟังอีกว่า บ้านเกิดตนอยู่ที่บ้านฝายท่า ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เลขที่ 537/3 ม.1 ต.ทุ่งใส อ.สิชล ซึ่งใกล้กับบ้านหลังที่อยู่ปัจจุบันนี้ ซึ่งได้รื้อถอนไปแล้ว และได้อพยพไปทำงานประมง พร้อมด้วยสามีคนแรก ที่อำเภอปากพนัง มีลูกด้วยกันจำนวน 4 คน คนโตเป็นผู้หญิงมีครอบครัวแล้ว ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่อำเภอปากพนัง ต่อมาสามีของตนได้เสียชีวิตลง และมาได้สามีใหม่ ซึ่งเป็นชาวพม่า และมีลูกชายด้วยกันอีก 1 คน จากนั้นสามีชาวพม่าก็โดนจับกุมในข้อหาแรงงานต่างด้าว จนปัจจุบันก็ได้สูญหายไปเลย ไม่มีการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้นเป็นเวลากว่า 6 ปีแล้ว ตนเองก็ทำงานปอกกุ้ง ปู ตามแพปลา ในพื้นที่อำเภอปากพนัง แต่ช่วงหลังที่เรือประมงออกเรือไม่ได้ ทำให้ไม่มีรายได้ จึงตัดสินใจอพยพมาอยู่ที่บ้านฝายท่า อำเภอสิชล เมื่อ 3 เดือน ที่ผ่านมา และปัจจุบันยังคงค้างค่าเช่าบ้าน จำนวน 3 เดือน แต่เจ้าของบ้านเช่าใจดีให้อยู่ได้ นอกจากนี้ ยังได้รับการแบ่งปันอาหาร และ สิ่งของจากชาวพม่าที่มาอาศัยเช่าบ้านอยู่ละแวกนั้นด้วย

หากผู้ที่ใจบุญต้องการให้ความช่วยเหลือ สามารถโอนเงินเข้าหมายเลขบัญชี 335-057-4780 ธ.กรุงเทพ สาขาอำเภอปากพนัง ชื่อบัญชี นางสุวรรณา พรหมจิตร หมายเลขโทรศัพท์ 094-3143677 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้