วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แฉคนจ้างฆ่าสมยศ อดีตเป็นผู้คุม พัวพันฆาตกรรมหลายคดี

แฉคนจ้างฆ่าสมยศ อดีตเป็นผู้คุม พัวพันฆาตกรรมหลายคดี

  • Share:

ตำรวจกองปราบฯรวบผู้ต้องหาผู้จ้างวานฆ่าอดีตเจ้าพ่อคาเฟ่ “สมยศ สุธางค์กูร” อีก 1 ราย พบประวัติเสือร้ายอดีตผู้คุมเรือนจำ จ.ปราจีนบุรี เกี่ยวข้องคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์และอุ้มฆ่าเผานั่งยาง “เสี่ยอ้วน-เทพเจ้าสองแผ่นดิน” ลูกทีม พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตนายตำรวจชื่อดัง เผยเหตุจากผู้ตายรับงานเคลียร์คดียาเสพติด เลยถูกจ้างยิงในราคา 1 ล้านบาท อยู่ระหว่างตามจับทีมสังหารที่ยังหนีอีก 3 ราย

กรณีการตายของนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าพ่อธุรกิจกลางคืนและเจ้าของคาเฟ่ชื่อดังย่านพระราม 9 ถูกคนร้ายจ่อยิงเสียชีวิต ภายในลานจอดรถร้านเฮงหูฉลาม ถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง กทม.ขณะเตรียมขึ้นรถเดินทางกลับที่พักพร้อมภรรยาหลังอาหารมื้อค่ำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ต่อมาตำรวจ บก.สส.บช.น.ติดตามแกะรอยคนร้ายนานนับเดือน กระทั่งประสบผลสำเร็จสามารถจับมือปืนรายนี้ได้ที่บ้านพักย่านฝั่งธนบุรี ก่อนผู้ต้องหาเปิดปากรับสารภาพชนวนเหตุสั่งตายมาจากการหักหลังกันในเรื่องวิ่งเต้นเคลียร์คดียาเสพติดมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท

ความคืบหน้าที่ห้องประชุม 2 โซนซี ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. และ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. แถลงข่าวจับกุมนายภานุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/5 หมู่ 6 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.พระโขนงที่ 359/2558 ลงวันที่ 1 ก.ย. ในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยมีและใช้อาวุธปืน ก่อเหตุยิงนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่คนดังเสียชีวิต ภายในลานจอดรถร้านอาหารเฮงหูฉลาม สาขาถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง กทม. เมื่อเวลา 20.52 น. วันที่ 29 มิ.ย.58 จับกุมได้ที่หน้าโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 ถนนปากน้ำวัดแก้ว แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กทม.ของกลางโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถ จยย.ซูซูกิ สแมช สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตรวจสอบภายหลังทราบเป็นรถหมายเลขทะเบียน บมฉ 540 กรุงเทพมหานคร 1 คัน

สอบสวนนายภานุพงษ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 วัน นายกฤษฎา หรือนก ใจเอม ผู้ต้องหาอีกรายที่อยู่ระหว่างหลบหนี ติดต่อให้ไปทวงหนี้ผู้ตาย นัดคุยที่โรงแรมคอนเทนเนอร์รีสอร์ท ถนนเลียบคลองสอง เขตคลองสามวา กทม. พร้อมนายชม ไชยณรงค์ หรือที่เรียกติดปากว่า “อาจารย์” เป็นผู้จ้างวาน ภายหลังนายชมบอกว่าไม่ต้องไปทวงหนี้แล้ว ถึงทวงก็ไม่ได้ ให้ไปยิงแทน วันเกิดเหตุทั้งหมดนั่งรถแท็กซี่มาลงที่สนาม กกท.ย่านหัวหมาก ระหว่างทางนายชมมอบกระเป๋าสะพายสีดำให้ภายในมีปืนลูกโม่ .38 และรูปถ่ายนายสมยศ พร้อมมอบเงินค่าจ้างให้ 3 หมื่นบาท กระทั่งพบกับนายหนู (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ขี่รถ จยย.พาซ้อนท้ายไปก่อเหตุ โดยขณะที่นายสมยศเดินออกจากร้านเตรียมขึ้นรถที่จอดอยู่ในลานจอด จึงเดินเข้าไปใช้ปืนยิงนายสมยศที่ด้านหลัง 2 นัด เมื่อนายสมยศหันกลับมามอง จึงยิงไปที่บริเวณใบหน้า 1 นัด จนล้มลง และยิงซ้ำที่ศีรษะอีก 1 นัด รวม 4 นัด หลังเกิดเหตุหลบหนีไปทิ้งรถ จยย.ภายในซอยรามคำแหง 24 แยก 2 และหลบไปพักย่านหนองแขม เผากระเป๋าสะพาย เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ และนำปืนไปโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่กลางสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จากนั้นได้ค่าจ้างเพิ่มอีก 2 แสน 7 หมื่นบาท ที่รับงานเพราะต้องการทดแทนบุญคุณที่นายชมเคยดูแลตนมาก่อนขณะไม่มีเงินใช้

พล.ต.ต.สมบัติเผยว่า ตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุ พบพยานขับขี่ จยย.รับจ้าง รับคนร้ายไปส่งในซอยเสรีไทย 11 ให้ข้อมูลรูปพรรณคนร้ายที่มีรอยสักที่ต้นแขนทั้ง 2 ข้าง กระทั่งสามารถจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าผู้ว่าจ้างมีบุญคุณกัน จึงยอมรับงานนี้ได้ค่าจ้าง 3 แสนบาท สำหรับนายภานุพงษ์เคยถูกดำเนินคดีมาแล้วในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย ท้องที่ สน.บางขุนนนท์ทั้ง 2 คดี

หลังแถลงข่าวเสร็จ ตำรวจ บก.ป.นำตัวนายชม ไชยณรงค์ อายุ 52 ปี ผู้จ้างวานในคดีนี้มาร่วม แถลงข่าว โดย พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.เปิดเผยว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ในพื้นที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี หลังชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. จับกุมนายภานุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา มือปืน ก่อนขยายผลจับกุมตามคำซัดทอดของนายภานุพงษ์ เบื้องต้นนายชมสารภาพว่า รับงานมาจากบุคคลหนึ่ง ให้ติดต่อหามือปืน ได้เงินค่าจ้างมา 1 ล้านบาท ตัวนายชมได้มาจำนวน 1 แสนบาท ส่วนประเด็นการสังหารครั้งนี้เกิดจากการหักหลังเรื่องเงินหลายล้านบาทในการรับเคลียร์คดียาเสพติด

สำหรับนายชม ไชยณรงค์ ผู้จ้างวานมือปืนยิงนายสมยศ สุธางค์กูร เจ้าพ่อคาเฟ่นั้น ตรวจประวัติพบเคยก่อเหตุมาอย่างโชกโชนและเหี้ยมโหด มีความเชื่อมโยงกับคดีอุ้มฆ่าภรรยาและบุตรชายนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ในคดีเพชรซาอุฯอันโด่งดังเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยางนายชัยชนะ หรือเสี่ยอ้วน หมายงาน อายุ 67 ปี ฉายา “เทพเจ้าสองแผ่นดิน” เจ้าของบริษัทส่งเสริมสองแผ่นดิน จำกัด ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นผู้กว้างขวางในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 56 พื้นที่ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นายชม ไชยณรงค์ เป็น 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดสระแก้วออกหมายจับ ในคดีตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้วที่ จ.245/2556 หลบหนีการจับกุมนานกว่า 2 ปี นอกจากนี้ นายชมเป็นอดีตผู้คุมเรือนจำ จ.ปราจีนบุรี และเป็นหนึ่งในทีมงานของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ ก่อเหตุอุ้มฆ่าเจ้าทรัพย์หลายคดีในพื้นที่ภาคตะวันออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้มีผู้ร่วมขบวนการ 5 คน ประกอบด้วย นายภานุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา มือปืน นายชม ไชยณรงค์ ผู้จ้างวาน นายกฤษฎา หรือนก ใจเอม ผู้รับงาน นายหนู (ไม่ทราบนามสกุล) ผู้ขี่รถ จยย.ในวันก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 1 คน เป็นคนใกล้ชิด คอยชี้เป้า อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลจับกุม

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 พร้อมตำรวจ สน.คลองตัน นำตัวนายภาณุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา อายุ 32 ปี มือปืนที่สังหารเจ้าพ่อคาเฟ่เสียชีวิตไปชี้จุดที่ก่อเหตุ 4 จุด ประกอบด้วย จุดทิ้งปืนกลางสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หลังก่อเหตุ 2 วัน จุดสังหารที่ลานจอดรถร้านเฮง หูฉลาม จุดทิ้งรถ จยย.คันที่ใช้ก่อเหตุ และจุดสุดท้ายที่ กกท. โดยนายภานุพงษ์ไปรับเงินล่วงหน้า 30,000 บาทและปืนขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ โดยจุดนี้ตำรวจนำตัวนายชม ไชยณรงค์ มาทำแผนด้วย ก่อนนำตัวนายภานุพงษ์ไปฝากขังเนื่องจากครบกำหนดการควบคุมตัว ส่วนนายชม ไชยณรงค์ ถูกคุมตัวไปสอบต่อที่กองปราบ เนื่องจากยังไม่ครบกำหนดการคุมตัว

ที่ศาลจังหวัดพระโขนง พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน คุมตัวนายภาณุพงศ์ หรือแจ้ รัสนา ผู้ต้องหาในคดีนี้มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-14 ก.ย. เนื่องจากยังต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกหลายปากและรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานของกลางและอื่นๆ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนค้านการประกัน เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ อัตราโทษสูง เกรงว่า หากอนุญาตให้ ประกันตัว ผู้ต้องหาจะหลบหนี ภายหลังศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านอนุญาตให้ฝากขัง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้