วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระดมทีมหา 'บลูชาร์ก' แต่ไร้เงา นักวิชาการแย้งคมเขี้ยว 'ปักเป้า' มากกว่า

นักดำน้ำอาสาสำรวจใต้อ่าวกะรน จุดที่แหม่มสาวเมืองจิงโจ้ถูกสัตว์ทะเลกัดไม่พบบลูชาร์ก มีแต่ปลาปักเป้าขนาดใหญ่ ปลาไหลมอเรย์ และปลาหน้าวัว รองผู้ว่าฯ นั่ง ฮ.ทร.ก็ไม่พบแม้เงา ขณะที่นักวิชาการประมงแย้งไม่ใช่ฉลาม แต่อาจเป็นปลาปักเป้า 

เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2558 เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ภูเก็ตพร้อมเรือสปีดโบ๊ตจำนวน 2 ลำนำกลุ่มอาสาสมัครนักดำน้ำของชมรมนักดำน้ำภูเก็ต 9 คน และอุปกรณ์เดินทางไปยังบริเวณหน้าอ่าวกะรน ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำน้ำสำรวจดูความเป็นไปได้ กรณีที่มีนักท่องเที่ยวสาวชาวออสเตรเลียถูกสัตว์ทะเลไม่ทราบชนิดกัดที่เท้า จนแผลฉกรรจ์ โดยหลายฝ่ายต่างออกมาให้ความเห็นว่าอาจเป็น 'บลูชาร์ก' เมื่อเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครนักดำน้ำ ไปถึงยังจุดใกล้เคียงหรือเป็นพื้นที่ โดยรอบที่เกิดเหตุ

ทีมนักดำน้ำได้กำหนดเป้าหมายก่อนแบ่งออกเป็น 3 ทีม ลงดำสำรวจและตรวจสอบในลักษณะตัวยูเข้าหาชายฝั่งและออกนอกฝั่งระยะ 2 กิโลเมตร ในลักษณะกวาดไปมา ใช้เวลาดำสำรวจราว 1 ชั่วโมงจึงเสร็จภารกิจ ขณะเดียวกันมีหน่วยปฏิบัติการใต้น้ำ ตำรวจน้ำภูเก็ตอีก 1 ทีม เริ่มต้นดำออกมาจากหน้าชายหาดกะรน และห่างออกมาประมาณ 2 กิโลเมตรเช่นกัน โดยผลปรากฏว่าทั้ง 2 ทีม ไม่พบฉลามตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์แต่อย่างใด พบเพียงปลาปักเป้าขนาดใหญ่ 5 ตัว ปลาไหลมอเร่และปลาหน้าวัวว่ายอยู่บริเวณดังกล่าว



นายทวีศักดิ์ ไตรรัตน์ อาสาสมัครนักดำน้ำที่ร่วมลงดำสำรวจครั้งนี้ กล่าวว่า จากการดำลงสำรวจเป็นรูปตัวยูที่ระดับน้ำลึกตั้งแต่ 2 - 12 เมตร โดยรอบจุดเกิดเหตุ ไม่พบว่ามีฉลามอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่กลับพบว่ามีปลาปักเป้าขนาดใหญ่ประมาณ 5 ตัว ปลาไหลมอเร่ 2 ตัวและปลาหน้าวัว ซึ่งว่ายอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่วนสัตว์ชนิดอื่นที่คาดว่าจะทำร้ายคนนั้นไม่มี

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. ที่หมวดบินเฉพาะกิจ ทัพเรือภาคที่ 3 ท่าอากาศยานภูเก็ต นายสุธี ทองแย้ม รอง ผวจ.ภูเก็ต ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลนฝั่งอันดามันพร้อมด้วยนายทัศพล กระจ่างดารา นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานสำรวจและวิเคราะห์สภาวะทรัพยากรและประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต) ร่วมกันแถลงความคืบหน้าในการขึ้นบินสำรวจ โดยเฮลิคอปเตอร์ของหมวดบินเฉพาะกิจ ทัพเรือภาคที่ 3 บริเวณอ่าวกะรน ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต และทะเลบริเวณใกล้เคียงกว่า 45 นาที เพื่อค้นหาและตรวจสอบ 'บลูชาร์ก' หรือ 'ฉลามหัวบาตร' ที่เชื่อว่าเป็นสัตว์ที่กัดนักท่องเที่ยวสาวชาวออสเตรเลีย ขณะลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดกะรน ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงสายวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาจนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉีกขาด ทว่าจากการขึ้นบินสำรวจไม่พบฉลามสายพันธุ์ดังกล่าว


รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การขึ้นบินสำรวจและตรวจสอบสัตว์ทะเลต้องสงสัยดังกล่าวนั้น ได้รับความร่วมมือจากหมวดบินเฉพาะกิจ ทัพเรือภาคที่ 3 นำนักวิชาการที่เกี่ยวข้องขึ้นร่วมบินสำรวจ จากการบินสำรวจไม่พบสัตว์ทะเลดังกล่าวหรือที่หลายคนเชื่อว่าเป็น 'บลูชาร์ก' ในน่านน้ำบริเวณโดยรอบอ่าวกะรนและใกล้เคียงแต่อย่างใด ทั้งนี้มาตรการยังคงมีการประสานงานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้แจ้งไป ยังผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่จะลงเล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมชายหาดและทะเล โดยเฉพาะบริเวณอ่าวกะรนอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ส่วน ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลนฝั่งอันดามัน ที่ขึ้นบินสำรวจร่วมกับรองผู้ว่าราชการ จังหวัดภูเก็ตยังคงให้น้ำหนัก ประเด็นสัตว์ทะเลที่กัดนักท่องเที่ยวสาวชาวออสเตรเลีย จนได้รับบาดเจ็บไปที่ 'บลูชาร์ก' หรือ 'ฉลามหัวบาตร' แม้การบินสำรวจและตรวจสอบจะยังไม่พบตัวฉลามต้องสงสัยดังกล่าวก็ตาม

ขณะที่นายทัศพล กระจ่างดารา นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานสำรวจและวิเคราะห์สภาวะทรัพยากรและประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต) ที่ร่วมแถลงผลการบินสำรวจและตรวจสอบสัตว์ทะเลต้องสงสัยบริเวณอ่าวกะรนให้น้ำ กลับมีความเห็นที่ต่างออกไป โดยระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของ ”บลูชาร์ก” ซึ่งลักษณะบาดแผลไม่ใช่ ฉลามกัดอย่างแน่นอน แต่น่าจะถูกสัตว์ในกลุ่มขากรรไกรแข็ง เช่น ปลาหน้าวัว ปลานกแก้ว และปลาปักเป้า เป็นต้น เนื่องจากขณะเกิดเหตุพบปลาปักเป้าขนาดใหญ่น้ำหนัก 3-4 กิโลกรัม ว่ายน้ำอยู่ในบริเวณดังกล่าว ดังนั้นจึงสันนิษฐานได้ว่านักท่องเที่ยวดังกล่าวน่าจะถูกปลาปักเป้ากัด อาจจะเกิดจากปลาตกใจที่นักท่องเที่ยวไปถูกตัว นั่นก็อาจมีความเป็นไปได้

นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษฯ กล่าวด้วยว่า ธรรมชาติแล้วปลาปักเป้าจะไม่กัดคน และถ้าเป็นฉลามกัด เนื้อจะหลุดออกเป็นก้อน ถ้ากัดเข้าที่บริเวณหลังเท้าจะทะลุถึงใต้ฝ่าเท้า ไม่ได้แหว่งเฉพาะบนหลังเท้า แต่ลักษณะบาดแผลที่เห็นเป็นรอยกัดลงบนหลังเท้า ซึ่งเป็นไปได้มากที่สุดที่จะเป็นปลาปักเป้ากัด ส่วนบริเวณใต้ฝ่าเท้าเป็นรอยขีดขวน ไม่แน่ใจว่าจะถูกตัวปลาหรือไม่ หรืออาจจะไปถูกหินบาด ซึ่งเป็นบาดแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นปลาปักเป้า เพราะลักษณะรอยกัดใกล้เคียงกับบาดแผลที่เกิดขึ้น.

นักดำน้ำอาสาสำรวจใต้อ่าวกะรน จุดที่แหม่มสาวเมืองจิงโจ้ถูกสัตว์ทะเลกัดไม่พบบลูชาร์ก มีแต่ปลาปักเป้าขนาดใหญ่ ปลาไหลมอเรย์ และปลาหน้าวัว รองผู้ว่าฯ นั่ง ฮ.ทร.หาก็ไม่พบ ขณะที่นักวิชาการประมงแย้งไม่ใช่ฉลาม แต่อาจเป็นปลาปักเป้า 3 ก.ย. 2558 17:57 3 ก.ย. 2558 21:50 ไทยรัฐ