วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รอง ผบ.ตร. ตรวจศูนย์ PIPO ภูเก็ต ไม่พบแรงงานผิดกฎหมาย

รอง ผบ.ตร. ตรวจศูนย์ PIPO ภูเก็ต ไม่พบแรงงานผิดกฎหมาย

  • Share:

รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการแก้ไขประมงผิดกฎหมาย และแรงงานต่างด้าว ของศูนย์ PIPO ภูเก็ต โปรยยาหอมมีความพร้อม-ได้เปรียบกว่าจังหวัดอื่น ระบุไม่พบแรงงานประมงผิดกฎหมาย รอประเมินผลอีกครั้ง ก.ย.-ต.ค.นี้...

เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2558 ที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต องค์การสะพานปลา ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะตรวจเยี่ยมการปฏิบัติในการควบคุมการแก้ไขปัญหาประมงและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายของศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) พร้อมกันนี้ยังได้มีการประชุมติดตามผลการปฏิบัติงานของศูนย์ดังกล่าว โดยมี พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต-รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ประเทือง ศรีละมนตรี รรท.ผกก.8 บก.รน. พ.ต.ท.ปัญญา ชัยชนะ สารวัตรตำรวจน้ำภูเก็ต น.อ.ปรีชา ตันติรักส์ หัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือ จ.ภูเก็ต นายสมเพียร ชโลธร ผู้จัดการท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต นายสมยศ วงศ์บุญยกุล นายกสมาคมชาวประมงภูเก็ต ผู้ประกอบการเรือประมง และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพร้อมนำตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ประชุมติดตามผลการปฏิบัติงาน


พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมเรือเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ต ว่า ตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ควบคุมเรือเข้าออกจังหวัดภูเก็ต ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเรือประมง-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุดปฏิบัติการสนับสนุนการปฏิบัติของศูนย์ควบคุมเรือเข้า-ออก จ.ภูเก็ต ซึ่งทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี เบื้องต้นของชมเชยการปฏิบัติการของศูนย์ฯ ซึ่งเป็นศูนย์ขนาดใหญ่ โดยแต่ละวันมีเรือประมงมาแจ้งเข้า-ออกเป็นจำนวนมาก นับเป็นความโชคดีที่มีภูมิประเทศในการกำกับดูแลค่อนข้างได้เปรียบจังหวัด อื่นๆ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ยากลำบากในการเดินทาง แม้ว่าจะมีอัตรากำลังจำกัด ซึ่งในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้มีการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ที่ อยู่ในการกำกับดูแลมาร่วมปฏิบัติงานด้วย ซึ่งมีภารกิจครอบคลุมทุกอย่าง โดยมองภาพรวมว่าการกำกับดูแลให้มีการทำประมงให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาการถูกใบเหลืองของอียูเป็นภารกิจร่วมกัน โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามและแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย

“กรณีแรงงานประมงผิดกฎหมายนั้น จากการที่ได้ไปตรวจติดตามการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ พบว่าไม่มีปัญหาและได้มีการเพิ่มความเข้ม ซึ่งคาดหวังว่าการดำเนินการทั้งหมด ซึ่งมีการประชุมเร่งรัดแก้ไข โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมอบหมายให้ตนดูแลรับผิดชอบเข้าร่วมการประชุมและติดตามการดำเนินการดังกล่าว มั่นใจว่าในการปฏิบัติงานที่มีการบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” รอง ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.เอก กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดือนกันยายน–ตุลาคมนี้ เป็นช่วงที่สำคัญจะเป็นการติดตามรวบรวมผลการประเมินการปฏิบัติงาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบปัญหาการค้ามนุษย์หรือการใช้แรงงานประมงที่ผิดกฎหมาย-เรือและอุปกรณ์ในเรือที่ออกไปทำประมงมีความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ซึ่งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายสั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปลดล็อกใบเหลืองจากอียูได้ต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้