วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เดอะกุ่ย" กับธุรกิจบนเส้นทางที่ฉันเลือก...

เมื่อคนรุ่นใหม่อย่าง Gen X และ Gen Y พยายามเดินออกนอกกรอบแนวคิดและกฎกติกาแบบเก่าของสังคม หันไปสร้างต้นแบบใหม่ของตนภายใต้ความเชื่อมั่นสูง และมีอิสระทางความคิด

สิ่งนี้ย่อมกระทบต่อระบบการผลิต กลไกการตลาด และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออนาคต ซึ่งต้องเร่งรีบตามออกมาเพื่อตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคในรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วย

ต้นแบบใหม่ของคนในเจเนอเรชั่นนี้ เลือกทางเดินของตนชัดเจน ไม่ชอบการเป็นลูกจ้างใคร และต้องการทำธุรกิจของตนในแบบที่เป็นนายตัวเอง แม้การเป็นมนุษย์เงินเดือนจะง่าย และมีเงินในจำนวนที่แน่นอนทุกๆสิ้นเดือนให้ครอบครัว แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเดินในเส้นทางที่ยากกว่า และมุ่งมั่นลงทุนทำธุรกิจที่ชอบ และใจรัก

นี่จึงนำมาสู่ความสนใจที่ ทีมเศรษฐกิจ จะเข้าไปเสาะหา และสำรวจความแตกต่างของคนในเจนนี้ ร้อยเรียงให้ผู้อ่านได้เห็นวิธีคิด ความมุ่งมั่น อันจะนำไปสู่ความสำเร็จตามวิถีทางของพวกเขา ในสกู๊ปใหม่ที่มีชื่อว่า Business on My Way...ธุรกิจบนเส้นทางที่ฉันเลือก!

ธุรกิจที่ไม่สนใจบริบทในอดีต และก้าวข้ามปัจจุบันสู่จินตนาการในอนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่ชาญฉลาด กับความได้เปรียบในการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์สูงสุดทั้งต่อการใช้ชีวิตที่ทันสมัย จ่ายน้อยได้ของดี และเต็มไปด้วยทฤษฎีของการสร้างมูลค่าเพิ่ม Value Creation ให้กับธุรกิจตน

ค้นหาแบรนด์ดังเพื่อทำตลาด

“เดอะกุ่ย” ยุทธพงษ์ ชัชวาลวรรณ นักธุรกิจวัย 33 ปี เปิดใจกับเราเป็นคนแรกถึงแง่มุมความคิดที่เขายึดมั่นในการทำธุรกิจขายจักรยานกับบริการหลังการขายที่ลูกค้าหลายคนประทับใจ

เดอะกุ่ย จบปริญญาตรีและโท ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) เขาเป็นนักเรียนทุนเฉลิมพระเกียรติร้อยปีสมเด็จย่า เพราะเรียนได้ที่ 1 ทุกปี และเป็นผู้ช่วยอาจารย์ Teacher Assistant ของคณะบริหารธุรกิจการตลาดของเอแบคตลอดการเรียน

หลังจบการศึกษา เขาทำงานให้กับฝ่ายสินเชื่อธนาคาร ICBC ของจีนอยู่ 5 ปี จึงออกมาช่วยดูแลร้าน “มีแสงเซาเทิร์นไบค์” ของบิดาที่ สุไหงโก-ลก ปล่อยให้บิดาไปทำชมรมจักยานในพื้นที่ให้สนุก ส่วนเขาทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่ใหม่ และมองหาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจจักรยานในต่างประเทศเพื่อนำมาปรับใช้ในประเทศ

เริ่มจากการค้นหาจักรยานที่จะใช้เป็นแบรนด์ของตัวเอง ด้วยการสำรวจตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน และโรงงานผลิตประเภท “ของดี ราคาถูก” กระทั่งไปเจอโรงงานผลิตจักรยานขนาดใหญ่ยี่ห้อ XDS ในเมืองเสิ่นเจิ้นของจีน ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตของยุโรป ก่อนจะตัดสินใจนำเข้าทั้งสำเร็จรูป และประกอบเองในประเทศ

ว่าแต่เดอะกุ่ยไม่มีหน้าร้านไว้โชว์ของ และไม่สต๊อกสินค้า หน้าร้านของเดอะกุ่ยคือการใช้ตัวเองทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อโชว์จักรยานคันสวยทุกประเภทตั้งแต่ เสือภูเขา ทัวริ่ง เสือหมอบ ไปจนถึงแฟทไบค์ ที่เขานำไปร่วมการแข่งขันเกือบทุกนัด กระทั่งได้ถ้วย รางวัลมามากมายพร้อมๆกับลูกค้าที่ตามมาสั่งซื้อสินค้าตรงกับเขาอีกนับไม่ถ้วน

ขายจักรยานในงานมอเตอร์โชว์

เดอะกุ่ยบอกว่า เขามักสั่งจักรยานไปออกบูธในงานต่างๆมากมาย รวมถึงงานมอเตอร์โชว์ ด้วยสนนราคาที่ต่ำกว่า ทำให้เขาสามารถขายสินค้าในงานต่างๆได้จนเกือบหมดตั้งแต่ 60-100 คันในเวลาเพียงไม่กี่วัน และนั่นทำให้ธุรกิจของเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 4 ปีที่เขาจับธุรกิจนี้อย่างจริงจัง

“ผมทำมาทุกอย่างแล้ว จักรยานดูจะเหมาะกับความเป็นตัวตนของผมมากที่สุด ผมไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่อยากเป็นลูกน้องใครเพราะมีอะไรในชีวิตที่น่าสนใจให้ทำอีกตั้งเยอะ ที่สำคัญงานของผมทำแล้วมีความสุข สนุก และได้พบแต่คนที่มีน้ำใจนักกีฬา มันคงเป็นเรื่องของธรรมจัดสรรมังครับ”

เดอะกุ่ยบอกด้วยว่า เขาไม่ได้มุ่งมั่นที่จะสร้างความร่ำรวยจากธุรกิจจักรยาน ขอแค่ให้พออยู่พอกิน เป็นเศรษฐกิจพอเพียงที่ทำให้เขามีสุขภาพดี มีจิตใจที่เบิกบานจากรอยยิ้มของผู้คนก็เพียงพอแล้ว แม้ว่าปีหนึ่งๆเดอะกุ่ยอาจขายจักรยานของเขาได้เป็นพันคันก็ตาม

ปัจจุบัน เดอะกุ่ยกำลังเรียนปริญญาเอกสาขาพุทธศาสนาที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อีกไม่นานเขาก็จะจบ และเป็นเถ้าแก่รุ่นใหม่ที่มีธรรมในหัวใจ และค้าขายตรงไปตรงมากับผู้คน บริการส่งสินค้าถึงที่แถมด้วยบริการหลังการขายถึงบ้าน “แม้จักรยานยี่ห้อนี้ จะราคาไม่แพง และไม่ขี้เหร่ในหมู่คนขี่จักรยานด้วยกัน แต่ก็สวยไม่เบาอย่างคันที่ผมขี่นี่ก็เป็นแฟทไบค์ล้อสีชมพู ขี่คู่กับชุดกางเกงลายดอกสีชมพู ยิ่งดูเด่นจริงๆ”.

เมื่อคนรุ่นใหม่อย่าง Gen X และ Gen Y พยายามเดินออกนอกกรอบแนวคิดและกฎกติกาแบบเก่าของสังคม หันไปสร้างต้นแบบใหม่ของตนภายใต้ความเชื่อมั่นสูง และมีอิสระทางความคิด... 3 ก.ย. 2558 04:49 3 ก.ย. 2558 04:50 ไทยรัฐ