วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปั่นเศรษฐกิจฐานราก

ปั่นเศรษฐกิจฐานราก

โดย ลมกรด
3 ก.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

สมราคานักการตลาดชั้นครู คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง นายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนใหม่ แค่พูดเกริ่นนำเข้าเรื่องด้วยประโยคว่า “เศรษฐกิจไทยไม่ใช่เกิดวิกฤติ แต่เป็นช่วงที่เศรษฐกิจขาดพลัง ขาดความมั่นใจ” ขมวดปมเพียงเท่านี้ก็กระตุกความหวังของภาคเอกชนขึ้นมาได้ทันที

การกล่าวปาฐกถาพิเศษของคุณสมคิดในหัวข้อ “การบริหารงานนโยบายเศรษฐกิจและทิศทางของประเทศ” ต่อที่ประชุม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เมื่อสัปดาห์ก่อน เปรียบ เสมือนการประกาศนโยบายด้านเศรษฐกิจใหม่ บอกทิศทางการทำงานของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ให้ภาคเอกชนได้เตรียมพร้อมและปรับตัว

ภารกิจเร่งด่วนคือ การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและเอส-เอ็มอี

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าจะมีการอัดฉีดเงิน 136,000ล้านบาท ด้วยการให้เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยในระยะแรก และการจ้างงานโครงการขนาดเล็ก เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของรากหญ้า โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตร ตกต่ำ ไม่เหมือนทีมเศรษฐกิจชุดก่อนที่เยียวยาเกษตรกรแบบกล้าๆ กลัวๆ อัดเงินช่วยไม่เต็มที่ แถมยังมีกำหนดเวลา

เมื่อรากหญ้ามีกำลังซื้อ ธุรกิจเอสเอ็มอีก็มีลูกค้า แบงก์ก็กล้าปล่อยกู้ เอสเอ็มอีก็อยู่ได้ ไม่ต้องทยอยเจ๊งเป็นใบไม้ร่วงเหมือนที่ผ่านมา

ก้าวแรกของคุณสมคิดเดินมาถูกทางแล้ว เพราะปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้อยู่ที่ระดับฐานราก พวกเศรษฐีหรือธุรกิจใหญ่ๆ ยังไม่มีปัญหามากนัก แต่ถ้าขืนปล่อยต่อไปจนฐานรากตาย อีกไม่นานระดับบนก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน

พอใส่เงินเข้าไปได้ 3 เดือนต่อจากนี้เศรษฐกิจคึกคักแน่นอน

ขอฝากข้อคิดเสริมไว้ซักนิด ว่าด้วยทฤษฎี “ปลาใหญ่ช่วยปลาเล็ก” ที่ คุณวิรุฬ เตชะไพบูลย์ อดีต รมช.คลัง สอนลูกหลานมาตลอดว่า ถ้าปลาเล็กหรือกลุ่มรากหญ้าเริ่มตั้งหลักได้ ปลาใหญ่หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ควรจะช่วยเหลือเกื้อกูลประคับประคอง อย่าจ้องแต่จะเอาเปรียบ ขูดเลือดขูดเนื้อ จะกินปลาเล็กอย่างเดียว ถ้าทีมเศรษฐกิจนำทฤษฎีนี้ไปใช้ จะช่วยเสริมให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

งานเร่งด่วนอีกอย่างที่คุณสมคิดจะทำคือ การบูมสินค้าโอทอปและกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งเน้นยกระดับชุมชนให้เข้มแข็ง ถึงแม้เป็นโครงการที่เกิดสมัยรัฐบาลทักษิณ ก็ใช่ว่าต้องเป็นของแสลงเสมอไป นโยบายไหนดีมีประโยชน์เอามาดัดแปลงใช้ไปเลย ทักษิณก็ลอกมาเหมือนกัน ไม่ได้คิดเองหมด ทักษิณลอกได้ สมคิดก็ลอกได้

ผมเชื่อว่ามาตรการระยะสั้นนี้จะได้ผลตามเป้า แต่มาตรการระยะยาวในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยจะลดสัดส่วนการส่งออก และเพิ่มความสำคัญกับการลงทุนและการเติบโตภายในประเทศ พัฒนาท้องถิ่นเชื่อมโยงกันและกันนั้น ผมขอแค่ฟังเพลินๆ ยังไม่ถูกสะกดให้เคลิ้มตาม

หลังเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ทำให้ประเทศไทยต้องปรับโครงสร้างขนานใหญ่ทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ขณะนี้ล่วงเลยมาเกือบ 20 ปี ถึงเวลาต้องปรับโครงสร้างให้ทันกระแสโลกแล้ว ในช่วง 2-3 ปีหลังมีคนพูดถึงเรื่องนี้มากขึ้น มีทั้ง แนวทางให้ทุ่มเทไปกับการพัฒนาสินค้าเกษตร และ แนวทางการปฏิรูปเทคโนโลยี เน้นส่งออกสินค้าระดับบน

บางคนได้แค่พูดขายไอเดีย บางคนมีโอกาสทำแต่มือไม่ถึง

นับแต่นี้ต้องตามไปดูกันว่าคุณสมคิดจะลงเอยแบบไหน.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้