วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เสียงผู้ประกันตนฝากชีวิตประกันสังคม

เสียงผู้ประกันตนฝากชีวิตประกันสังคม

  • Share:

“ฟ้า” อายุ 39 ปี ลาออกจากงานประจำมาเลี้ยงลูก7 ปีแล้ว แต่ยังสมัครใจส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมต่อเนื่องตามมาตรา 39 เพื่อสิทธิต่างๆยังคงเดิม โดยเฉพาะสิทธิรักษาพยาบาลยามเจ็บไข้

“เข้าใจว่า ถึงจะออกจากงานประจำ ถ้ายังส่งต่อเนื่อง สิทธิประโยชน์ต่างๆเกือบทั้งหมดก็ยังได้เหมือนเดิม...ไม่ต้องเริ่มใหม่ อย่างน้อยๆก็น่าจะมีสถานะดีกว่ากลุ่มอาชีพอิสระที่เป็นสมาชิกตามมาตรา 40”

ตามความเข้าใจของฟ้า “ทุกวันนี้ก็ได้เงินสงเคราะห์บุตร...แต่ที่กังวลก็คือ อนาคตถ้ากองทุนมีปัญหาหรือข้อติดขัดบางประการ ไม่มั่นใจว่าสมาชิกตามมาตรา 39 จะมีสิทธิ...ได้สิทธิเท่ากับสมาชิกกองทุนปกติที่เป็นพนักงานประจำ...บริษัทจ่ายเงินเข้ากองทุนคนละครึ่งกับพนักงานหรือเปล่า”

อีกเสียงเป็นของ “ชาย” อายุ 49 ปี พนักงานบริษัทเงินเดือนยังน้อยนิด ตามมาตรา 33 มองอนาคตตัวเองผ่าน “เงินชราภาพ” เดือนละ 3,000 บาท กองทุนประกันสังคม จะช่วยเหลือยามแก่เฒ่าได้มากน้อยแค่ไหน

ชายยอมรับความจริงที่ว่าในอนาคตอีกเป็นสิบปีข้างหน้า อะไรๆก็ย่อมเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ “ค่าเงิน” ไม่แน่ว่าอีก 15 ปีข้างหน้า ข้าวแกงธรรมดาๆอาจจะแพงกว่าจานละ 50 บาท คิดมากๆเข้า...หลายคนที่เลิกทำงานก่อนอายุ 55 ปี และเงินส่งชราภาพไม่ถึง 15 ปีต้องยกประโยชน์ให้กับกองทุน ก็ยิ่งรู้สึกกดดันตัวเอง

ความจริงอีกมุม “เงินชราภาพ” คนที่ได้ก็อยู่ในกลุ่มล่างๆฐานเงินเดือนน้อย ถ้าจะให้ดีอยากให้แปรสภาพเป็น “เงินบำเหน็จ” หลังจากเลิกทำงานก็จะดีมาก หลายคนอาจจะส่งเงินเข้ากองทุนนาน 10-15 ปีแล้ว แต่อายุยังไม่ถึง 55 ปี...ช่วงเวลาที่เหลืออาจอยากลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวจะได้เอาเงินก้อนนี้ไปลงทุน

“ตัดปัญหาเรื่องเงินบำนาญ โดยมีเงินบำเหน็จเป็นทางเลือกอย่างสมเหตุสมผล”

อีกตัวอย่างคนสุดท้าย “ลุงแก้ว” อายุ 71 ปี อีกเสียงจากผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ช่วงปีที่แล้ว บอกว่า มีทางเลือกเดียวเข้ากองทุนคือจ่ายเงินสมทบเดือนละ 200 บาท โดยจ่ายเอง 100 บาท รัฐช่วยอุดหนุนอีก 100 บาท ทางเลือกนี้เอาไว้เพื่อเป็นเงินออมเอาไว้ใช้ยามแก่ ยามที่ร่างกายร่วงโรยแล้ว...ไม่รู้จะอยู่ได้อีกกี่ปี เงินทองไม่ต้องมีมากแต่ก็จำเป็นต้องมี จะได้เอาไว้ช่วยเหลือตัวเองซื้อข้าวซื้อของได้บ้าง โดยที่ไม่ต้องรบกวนลูกหลาน

“ถ้าเลือกได้ นอกจากออมเงินแล้ว ยังอยากจะได้สิทธิรักษาพยาบาลเสริมเข้ามาด้วย แต่ก็อีกนั่นแหละ เราก็มีสิทธิ 30 บาทอยู่แล้ว ถ้าได้ก็อาจจะซ้ำซ้อน”

ลุงแก้ว บอกอีกว่า คนทำงานที่ยังหนุ่มยังสาว ต้องมองอนาคตให้ไกล วางแผนเผื่อเอาไว้หลายๆช่องทาง เงินเก็บ...เงินออมเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งอายุมากขึ้นความเจ็บไข้ได้ป่วยจะตามมา ไหนจะต้องดูแลครอบครัว คนรอบข้าง ต้องวางแผนการเงินอย่างรัดกุม

“สิทธิประโยชน์ต่างๆไม่ว่าประกันสังคมหรือกองทุนอื่นๆ ควรศึกษาให้รู้...บางคนเมื่อมีความจำเป็นก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง อาจจะสายเกินแก้ เสียโอกาสไปเปล่าๆ...”

น่าสนใจด้วยว่า...สิทธิประโยชน์การออมที่ “ลุงแก้ว” สมัครไว้ หลังจากนี้ต่อไปต้องไปอยู่กับ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) แต่หากลุงแก้วหรือใครประสงค์จะออมเงินกับประกันสังคม ก็ยังสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1...หรือ 2 เพื่อรับสิทธิกรณีเจ็บป่วย ตาย ทุพพลภาพ และบำเหน็จชราภาพได้

รายละเอียดเหล่านี้เป็นเรื่องที่วัยแรงงานทุกคนต้องศึกษาเอาไว้ จะได้รับสิทธิอย่างครบถ้วน ติดตามข้อมูลความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.sso.go.th

วันที่ 3 กันยายน 2558 สำนักงานประกันสังคมจะมีอายุครบ 25 ปีเต็ม...มีกฎหมายใหม่ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ขณะนี้รอยกร่างกฎหมายลูก 17 ฉบับให้มีผลในวันที่ 20 ต.ค.นี้ เป็นข้อมูลสำคัญต้องติดตาม

พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ 20 ตุลาคม 2558

ยกตัวอย่าง กรณีสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน มีสาระสำคัญในการเพิ่มสิทธิประโยชน์มากยิ่งขึ้น ดังนี้...กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เพิ่ม...ค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์

ปัจจุบัน...มีสิทธิได้รับเฉพาะค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ากินอยู่และรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ ค่ารถพยาบาล หรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย

กรณีคลอดบุตร มีสิทธิได้รับไม่จำกัดจำนวนครั้ง...ปัจจุบัน มีสิทธิได้รับไม่เกิน 2 ครั้ง เหมาจ่าย ครั้งละ 13,000 บาท+เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วัน

กรณีสงเคราะห์บุตร มีสิทธิได้รับคราวละไม่เกิน 3 คน...ปัจจุบันได้รับสำหรับบุตรอายุ 0–6 ปี คราวละ ไม่เกิน 2 คน เหมาจ่ายรายเดือน เดือนละ 400 บาทต่อคน

กรณีว่างงาน...เพิ่มให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน...กรณีนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัยโดยยังไม่มีการเลิกจ้าง เช่นกรณีสถานประกอบการถูกน้ำท่วม...ต่างกับปัจจุบัน ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างหรือลาออก สำหรับผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือผู้ทุพพลภาพ เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีตายแก่ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง...ผู้ทุพพลภาพ แม้ส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิ...ซึ่งปัจจุบันไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน กรณีตายและยังมีกรณีทุพพลภาพที่มีรายละเอียดปลีกย่อยปรับปรุงเพิ่มเติมหลายข้อ

นับรวมไปถึงปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์ เพิ่ม... ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยมีสิทธิได้รับร่วมกับทายาท เป็นต้น

อีกประเด็นสำคัญที่จะทำให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ภายในหน่วยงาน ก็คือข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของกรรมการประกันสังคมและต้องแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ฯลฯ

ประเด็นสำคัญก็คือ “การบริหารการลงทุน” ...กำหนดให้อสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานประกันสังคมได้มาจากการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนไม่เป็นที่ราชพัสดุ จะมีผลทำให้สามารถนำเงินกองทุนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนสูงได้

ข้อมูล “สถานะเงินกองทุน” ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 กองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนรวม 1.3 ล้านล้านบาท เกือบร้อยละ 90 เป็นเงินลงทุนกองทุนประกันสังคมกรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ...เป็นเงินออมของผู้ประกันตน จำนวน 13 ล้านคนที่สะสมไว้ เพื่อรอรับเป็นบำเหน็จหรือบำนาญหลังเกษียณ

เงินลงทุนทั้งหมดนำไปลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูง 79% ได้แก่พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และหลักทรัพย์เสี่ยง 21% ได้แก่ เงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้อื่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้าง พื้นฐาน กองทุนทองคำ กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ และหุ้นในประเทศไทย

ในช่วง 5 เดือนแรกของปี แม้ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวกองทุนฯยังสามารถบริหารเงินลงทุนได้รับดอกผลจากการลงทุน 19,303 ล้านบาท คาดว่าปี 58 จะได้รับดอกผลกว่า 46,000 ล้านบาท

“กองทุนประกันสังคม”...ต้องเข้มแข็ง เพราะเป็นอนาคตของมนุษย์เงินเดือน สมาชิกผู้ประกันตนที่ฝากความหวังไว้ยามเจ็บ...ไข้ ไล่ยาวไปจนถึงเงินสะสมบำเหน็จ...บำนาญ เอาไว้ใช้ยามเกษียณ.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้