วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กระทุ้งยอดขายทันตาเห็น “อภิศักดิ์” ตามจี้ปลดล็อกสิทธิรถคันแรก

กระทุ้งยอดขายทันตาเห็น “อภิศักดิ์” ตามจี้ปลดล็อกสิทธิรถคันแรก

  • Share:

“อภิศักดิ์” ตามถามสรรพสามิต ปลดล็อกรถยนต์คันแรกไปถึงไหนแล้ว หวัง กระตุ้นยอดขายรถปลายปี หากปลดการถือครองจาก 5 ปี เหลือ 3 ปี ให้เปลี่ยนมือได้สะดวก คาดจะมีคนขายรถคันแรกเก่า เอาเงินมาซื้อรถใหม่ราว 10% หรือราว 60,000–70,000 คัน คาดได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้ และเตรียมปิดโครงการ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมสรรพสามิตว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค. นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิตได้เรียกผู้ประกอบการรถยนต์ทุกค่าย มาหารือถึงแนวทางการปลดล็อกโครงการรถยนต์คันแรก จากปัจจุบันที่มีข้อกำหนดว่าผู้ที่ซื้อรถยนต์ในโครงการรถยนต์คันแรก ต้องถือครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ถึงจะขายได้นั้น โดยในช่วงที่ผ่านมา มีข้อเสนอจากภาคเอกชนเสนอให้ปลดล็อกการถือครองสิทธิ์ดังกล่าว โดยให้ลดจาก 5 ปี เหลือ 3 ปี เพื่อกระตุ้นยอดขายรถยนต์ เนื่องจากในปีนี้ ยอดขายรถยนต์ในประเทศตกต่ำมาก จากที่เคยกำหนดไว้ว่าจะมียอดขาย 1 ล้านบาท แต่ขณะนี้คาดว่าจะเหลือเพียง 700,000 คันเท่านั้น

ทั้งนี้ มีรถยนต์ที่ครบกำหนด 3 ปี ที่จะได้รับประโยชน์ หากมีการปลดล็อกประมาณ 600,000-700,000 คัน ซึ่งได้มีการประเมินจากผู้ประกอบการพบว่า หากมีการปลดล็อกจะทำให้ผู้ที่ถือครองมาขายรถเก่าและมาซื้อรถยนต์ใหม่ประมาณ 10% หรือคิดเป็นประมาณ 60,000-70,000 คัน ซึ่งจะช่วย กระตุ้นยอดขายรถยนต์ในประเทศช่วงปลายปีนี้ได้

โดยในช่วงที่ผ่านมา นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้สอบถามเรื่องการปลดล็อกรถยนต์ให้เหลือ 3 ปี ไปยังกรมสรรพสามิตว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ทำให้กรมสรรพสามิตต้องเรียกหารือผู้ประกอบการรถยนต์โดยด่วน และคาดว่าจะมีการเสนอให้นายอภิศักดิ์พิจารณาภายในเดือน ก.ย.นี้ นอกจากนี้ รมว.คลังยังให้กรมสรรพสามิตช่วยศึกษา เพิ่มเติม กรณีหากมีการปลดล็อกแล้ว รถยนต์จากโครงการรถยนต์คันแรกและนำไปขายเป็นรถยนต์ มือ 2 จะต้องดำเนินการอย่างไร และจะส่งออกไปต่างประเทศได้หรือไม่

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า ได้มีการหารือเรื่องการปลดล็อกรถยนต์คันแรกกับผู้ประกอบการแล้ว โดยจะสรุปผลเสีย-ผลดีการปลดล็อกไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อให้ฝ่ายนโยบายตัดสินใจ ซึ่ง ผู้ประกอบการเองไม่ขัดข้อง หากจะมีการปลดล็อกเป็น 3 ปีหรือจะคงไว้ 5 ปี ก็ไม่ขัดข้อง

ทั้งนี้ ในส่วนการปิดโครงการรถยนต์คันแรกนั้น กรมได้ยืนยันส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ ครม.มีมติปิดโครงการรถยนต์คันแรกแล้ว คาดว่าจะมีการพิจารณาในที่ประชุม ครม.ในเร็วๆนี้ โดยกรมกำหนด ให้มารับรถยนต์ถึง 30 ก.ย.58 และหลังจากนั้นต้องถือครองรถยนต์ 1 ปี เพื่อรับเงินคืนภายในวันที่ 30 ก.ย.59 โดยในปีงบประมาณปี 2559 กรมได้ ของบเพื่อคืนเงินให้ผู้ใช้รถยนต์คันแรกเพียง 2 ล้านบาทเท่านั้น

ทั้งนี้ จนถึงล่าสุด ยังมีผู้ที่ขอใช้สิทธิ์ในโครงการรถยนต์คันแรกและไม่ได้มารับรถยนต์คันแรกราว 100,000 ราย จากจำนวนผู้ขอใช้สิทธิ์ 1.259 ล้านราย เป็นเงินที่ต้องคืน 92,800 ล้านบาท โดยมีการรับรถยนต์ไปแล้วจำนวน 1.12 ล้านราย และคืนเงินให้ผู้ขอใช้สิทธิ์หลังรับรถยนต์ไปแล้ว 1 ปี คิดเป็นจำนวน 1.1 ล้านราย เป็นเงินกว่า 81,000 ล้านบาท “ก่อนหน้านี้ที่จะเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ กรมเสนอปิดโครงการรถยนต์คันแรกไปที่ ครม. แล้ว แต่เมื่อเปลี่ยน รมว.คลังใหม่ ต้องนำเรื่องกลับมาที่ต้นสังกัดใหม่เพื่อยืนยัน และเสนอไปยัง ครม.อีกครั้งแล้ว”

ทั้งนี้ โครงการรถยนต์คันแรกเริ่มขึ้นเมื่อ 16 ก.ย.54 โดยจะคืนเงินภาษีของรถยนต์ให้คันละไม่เกิน 100,000 บาท ช่วงแรกที่ได้รับความสนใจมาก ทำให้ผลิตรถยนต์ไม่ทันกับความต้องการ จึงมีการเสนอ ครม.ในลักษณะปลายเปิดคือไม่กำหนดเวลารับรถยนต์ แต่ในช่วงนี้กรมเห็นว่าโครงการนี้ผ่านมานานเกือบ 4 ปีแล้ว รถยนต์ที่จองซื้อไว้นั้นตกรุ่นไปมากแล้ว ผู้ที่ไม่มา รับรถยนต์น่าจะเปลี่ยนใจไปแล้ว จึงควรเสนอ ครม.ให้ปิดโครงการได้แล้ว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้