วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สลด! เณรจมน้ำมรณภาพ 2 รูป รถเก๋งตกสระ พระมหาขับเองจากวัด

สลด! เณรจมน้ำมรณภาพ 2 รูป รถเก๋งตกสระ พระมหาขับเองจากวัด

  • Share:

พระมหานำรถเก๋งเจ้าอาวาส ขับพาพระ 1 รูป เณร 2 รูป ไปร่วมงานศพต่างอำเภอ ขากลับขับเลยแยก รีบเบรกแล้วหักเลี้ยวจนเสียหลักตกสระข้างทาง ตัวเองกับเพื่อนพระออกมาได้ แต่เณรจมน้ำตายทั้ง 2 รูป ชาวบ้านวิจารณ์หึ่ง พระขับรถเองเยอะมาก...

เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 1 ก.ย. 58 ร.ต.ท.พิชยพงศ์ สรงแก้ว พงส.สภ.จะกง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุรถยนต์ตกสระน้ำ มีคนจมน้ำเสียชีวิต ที่สระน้ำทุ่งนาบ้านเค็ง หมู่ 7 ต.จะกง จึงรีบไปตรวจสอบร่วมกับแพทย์เวร รพ.ขุขันธ์ และหน่วยกู้ภัย มูลนิธิสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ ลึกประมาณ 3 เมตร พบชาวบ้านหลายคนพยายามช่วยคนที่อยู่ในรถยนต์เก๋งยี่ห้อเฟียต สีเทา ทะเบียน ษณ 1475 กรุงเทพฯ ซึ่งจมอยู่ในน้ำ เป็นพระ 2 รูปได้รับบาดเจ็บ ถูกช่วยออกมาได้ จากนั้นได้ลงไปช่วยอีก แต่พบสามเณรจมน้ำและเสียชีวิตแล้ว 2 รูป ทราบชื่อคือ สามเณรประวิทย์ นาคศรี อายุ 14 ปี อยู่วัดป่าดู่ ต.ทุ่งสว่าง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ และสามเณรกรกช บัวระคร อายุ 13 ปี อยู่วัดเดียวกัน ร่างกายไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยของการถูกทำร้าย แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเนื่องจากจมน้ำ

พระมหาอุเทน อัคคเมที อายุ 33 ปี เป็นคนขับรถ ให้การกับตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถมากับพระอีกรูปหนึ่ง พร้อมด้วยสามเณรที่เสียชีวิตทั้ง 2 รูป เพื่อไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพพระที่วัดบ้านติมรัตนาราม ต.สะเดาใหญ่ อ.ขุขันธ์ หลังเสร็จจากสวดอภิธรรมได้นั่งคุยกับพระที่วัดดังกล่าว จนดึกจึงพาพระและสามเณรที่มาด้วยกลับวัด ถึงที่เกิดเหตุเป็นทางแยก เนื่องจากไม่ชำนาญเส้นทางจึงขับรถเลยทางแยก ตนตกใจรีบเบรก พร้อมกับหักเลี้ยวจนรถเสียหลักตกถนนรถพุ่งลงไปในสระน้ำจมมิดทั้งคัน จนเป็นเหตุให้สามเณรทั้ง 2 รูป จมน้ำเสียชีวิต

ด้าน ร.ต.ท. พิชยพงศ์ สรงแก้ว พงส.สภ.จะกง กล่าวว่า พระมหาอุเทนให้การว่า ไม่ชำนาญทาง ประกอบกับเป็นเวลากลางคืน ถนนมืด จึงขับรถเลยทางแยกจนเกิดเหตุดังกล่าว เบื้องต้นได้เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา พระมหาอุเทนว่า ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต (ไม่มีใบขับขี่) ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย เนื่องจากรถยนต์คันเกิดเหตุเป็นรถของเจ้าอาวาส ซึ่งจะได้เรียกพระมหาอุเทนมารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีต่อไป

อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มีประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า พระภิกษุสงฆ์สามเณรขับรถ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ถึงแม้จะไม่ผิดศีล ไม่ผิดวินัย ก็ดูว่าไม่สมควร ซึ่งใน จ.ศรีสะเกษ จะเห็นพระขับรถยนต์เองจำนวนมาก ในฐานะพุทธศาสนิกชนจึงขอให้ทางสํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าคณะจังหวัด ผู้ปกครองทางสงฆ์ ได้ดำเนินการออกกฎระเบียบห้ามพระขับรถเองโดยเด็ดขาด เพราะกฎหมายขนส่ง ก็ห้ามพระสงฆ์ขอใบอนุญาตขับขี่อยู่แล้ว.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้