ลดปัจจัยลบพยุงเศรษฐกิจ

ข่าว

    ลดปัจจัยลบพยุงเศรษฐกิจ

    หมัดเหล็ก

      2 ก.ย. 2558 05:01 น.

      สถานการณ์การส่งออกในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา ยังติดลบกว่าร้อยละ 4 ซึ่งมีผลกระทบทั้งภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง โดยตรง เป็นหน้าที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งคณะจะต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม ตั้งแต่รากหญ้าขึ้นมาไม่เช่นนั้น ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย จะมากขึ้น กระทบกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง

      การกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าเป็นนโยบายเร่งด่วน ที่สุด เพราะกระทบกับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง ไม่ควรจะมาคำนึงว่าเป็นนโยบายประชานิยม หรือเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดไหน ของใคร

      สถานการณ์เศรษฐกิจโลกเริ่มจะมีการแข่งขันและกีดกัน ทางการค้ามากขึ้น ยกตัวอย่างเรื่องของ น้ำมัน ที่ไม่ใช่แค่เป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป็นสินค้าทางยุทธศาสตร ์ กรณีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน ระบุว่า หลังการคว่ำบาตรถูกยกเลิก อิหร่านสามารถที่จะผลิตน้ำมันป้อนตลาดโลกประมาณ 5 แสนบาร์เรลต่อวันจนถึงวันละ 1 ล้านบาร์เรลภายใน 3 เดือน

      ทั้งนี้ โอเปก ออกมายอมรับแล้วว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลก ถึงจุดต่ำสุดในรอบ 6 ปี โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเคลื่อนไหวอยู่ที่ 45-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ กลุ่มโอเปกต้องการที่จะลดผลกระทบต่อตลาดพลังงาน การค้า การลงทุนทั่วโลก และจะทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้รับความเดือดร้อน

      การที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่อง จากราคาบาร์เรลละกว่า 100 ดอลลาร์ ลดลงมาเกินครึ่งแสดงให้เห็นถึง สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำถึงขีดสุด ในขณะที่ราคาน้ำมันเป็นตัวกำหนดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นลูกโซ่

      ประเทศไทยนอกจากจะต้องยอมรับความจริง ทั้งสภาวะความ มั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจโลก และมาตรการการกีดกันทาง การค้าในอนาคตอันเกิดจาก การเมืองและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่จะเป็นปัจจัยฉุดให้เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในช่วงขาลงและมีมูลค่าลดลง

      หากรัฐบาลปล่อยให้ โฆษกรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ยังพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า การวิจารณ์เรื่องของ นโยบายประชานิยม เป็นการจินตนาการและไร้ความรับผิดชอบ การปล่อยข่าวสร้างความสับสนในทำนอง นโยบายรัฐบาลไม่ต่าง จากนโยบายแนวประชานิยมในอดีต รัฐบาลชุดนี้ไม่หวั่นไหว เพราะ รัฐบาลมีนโยบายชัดเจน มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไม่ต้องการทำประชานิยมเพื่อคะแนนเสียง

      เป็นไปไม่ได้เลยที่รัฐบาลชุดนี้จะย้อนกลับไปทำในสิ่งที่เคยทำลายวินัยทางการเงิน การคลังของชาติ กัดกร่อนศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของประชาชน รวมทั้งนโยบายหลอกลวงจอมปลอมหวังผลระยะสั้น แต่สร้างความเสียหายตกไว้ให้กับลูกหลานเป็นมรดกบาประยะยาว

      เฮ้อไม่รู้ว่าจะพูดทำเพื่อ?

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 เวลา 07:09 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์