วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แอมเนสตี้ฯ ชี้ ศาลยกฟ้องนักข่าวภูเก็ตหวาน เป็นแนวโน้มน่ายินดี

แอมเนสตี้ฯ ชี้ ศาลยกฟ้องนักข่าวภูเก็ตหวาน เป็นแนวโน้มน่ายินดี

  • Share:

แอมเนสตี้ฯ เผย ศาลยกฟ้องนักข่าวภูเก็ตหวาน เป็นแนวโน้มน่ายินดี แสดงถึงเสรีภาพด้านการแสดงออก ระบุ นักข่าวไม่ควรเข้าไต่สวนแต่แรก เนื่องจากไม่มีความผิดตามข้อหาหมิ่นประมาท-พรบ.คอมพิวเตอร์ ที่มักถูกใช้อย่างมิชอบ ..

วันที่ 1 ก.ย. 58 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เผยแพร่รายงาน “ประเทศไทย: การยกฟ้องคดีต่อนักข่าวภูเก็ตหวานเป็นก้าวย่างเล็กๆ ในทิศทางที่ถูกต้อง” โดยระบุว่า การยกฟ้องคดีต่อนักข่าว 2 ท่านในไทย ในการพิจารณาคดีมีการนำบางส่วนของบทความที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์มาตีพิมพ์ซ้ำ นับเป็นแนวโน้มที่น่ายินดีสำหรับเสรีภาพด้านการแสดงออก แต่อันที่จริงบุคคลทั้งสองไม่ควรต้องเข้ารับการไต่สวนตั้งแต่แรก 

ทั้งนี้ ศาลได้พิพากษาว่า Alan Morison บรรณาธิการ และ ชุติมา สีดาเสถียร นักข่าวของสำนักข่าวออนไลน์ ภูเก็ตหวาน ไม่มีความผิดตามข้อหาหมิ่นประมาท และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้ลงโทษการนำเข้าข้อมูลดิจิตอลอันเป็นเท็จ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลที่สามหรือสาธารณะ ซึ่งกองทัพเรือไทยเป็นผู้ฟ้องคดีนี้ โดยเป็นผลมาจากข้อความเพียงหนึ่งย่อหน้าซึ่งคัดลอกมาจากบทความที่ได้รับ รางวัลพูลิตเซอร์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ซึ่งได้สอบสวนบทบาทของประเทศไทยที่มีต่อการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา และตีพิมพ์เมื่อปี 2556

ด้าน Josef Benedict ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า การยกฟ้องคดีต่อผู้สื่อข่าวทั้งสองท่านเป็นคำวินิจฉัยในเชิงบวก แต่อันที่จริงพวกเขาไม่ควรต้องเข้ารับการไต่สวนตั้งแต่แรก หรือเผชิญความเสี่ยงที่อาจถูกจำคุกหลายปี การดำเนินคดีนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงการเพิกเฉยต่อเสรีภาพในการแสดงออกของทางการไทย

“ข้อบัญญัติตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีลักษณะกำกวมและได้ถูกใช้อย่างมิชอบ เพื่อป็นเครื่องมือปิดปากและคุกคามสื่ออิสระ กฎหมายดังกล่าวประกอบด้วยข้อบัญญัติซึ่งละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงควรได้รับการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยทันที เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีของไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ”

“การฟ้องร้องนี้ถือเป็นปฏิบัติการครั้งล่าสุดที่มีมาอย่างยาวนาน ในการโจมตีเสรีภาพในการแสดงออกของสำนักข่าว นับแต่กองทัพยึดอำนาจเมื่อปี 2557 ทางการไทยต้องยุติการแสดงความสนับสนุนด้านสิทธิมนุษยชนที่ปราศจากความจริงใจ ต้องยกเลิกมาตรการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างมิชอบด้วยกฎหมายโดยทันที รวมทั้งยกเลิกข้อกล่าวหาทางอาญา และบทลงโทษจำคุกต่อนักโทษทางความคิดที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้