วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทบทวนโครงการรถไฟไทยจีน

ทบทวนโครงการรถไฟไทยจีน

  • Share:

เมื่อวันอาทิตย์ เว็บไซต์ไชน่าเดลี ของ รัฐบาลจีน ได้อ้าง สำนักข่าวซินหัว ของ รัฐบาลจีน พาดหัวข่าวว่า จีนชนะการประมูลก่อสร้างจากการรถไฟไทย ใน โครงการรถไฟไทย–จีน ทั้งที่ ไม่มีการประมูล ถือเป็นข่าวเซอร์ไพรส์อย่างยิ่ง โครงการนี้ได้รับเสียงคัดค้านมากมายจากผู้รู้ว่าเป็นโครงการที่ไทยไม่ได้ประโยชน์และเสียเปรียบจีน

และที่มันลึกลับซับซ้อนกว่านั้น

โครงการนี้ ไม่ใช่โครงการรถไฟไทย–จีนอย่างที่อ้างกัน แต่เป็น โครงการรถไฟในไทยล้วนๆ ถ้าเป็นโครงการรถไฟไทย–จีนจริง จีนจะต้องสร้างทางรถไฟจากคุนหมิงมายังเวียงจันทน์ในช่วงเวลาเดียวกัน และ สร้างจากเวียงจันทน์มายังไทยในช่วงเวลาเดียวกันด้วย เพื่อให้เป็น ทางรถไฟไทย–จีน อย่างแท้จริง

แต่วันนี้ จีนยังไม่ได้สร้างทางรถไฟจากคุนหมิงไปยังเวียงจันทน์ด้วยซ้ำ และ ลาวก็ยังไม่มีโครงการสร้างรถไฟลาว–จีน แต่อย่างใด โครงการรถไฟไทย–จีน 400,000 ล้านบาท จึงเป็น โครงการด้วนๆ ที่ลงทุนในไทยล้วนๆ แต่ต้องซื้อรถไฟจีนและเทคโนโลยีจากจีน

ทุกวันนี้ทั่วโลกก็รู้กันว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงจีนขาดทุนมหาศาล รัฐบาลจีนจึงต้องหาทางส่งออกรถไฟทุกวิถีทาง เพื่อหารายได้ไปชดเชย เช่นเดียวกับรถไฟความเร็วสูงญี่ปุ่น ที่ต้องการส่งออก หาเงินไปชดเชยโครงการที่ขาดทุนเช่นกัน ตลาดรถไฟความเร็วสูงวันนี้ เป็นของผู้ซื้อ ไม่ใช่ผู้ขาย แต่รัฐบาลไทยกลับไปตกลงกับจีนอย่างง่ายดาย แถมยังต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราแพงกว่ากู้ในเมืองไทยอีกด้วย

ช่วงที่ รัฐบาลจีน เจรจากับ รัฐบาลไทย ให้ลงทุนรถไฟความเร็วปานกลาง 180 กม.ต่อชั่วโมงจากจีน บนรางราคาแพง 1.435 ม. ให้เงินกู้รัฐต่อรัฐดอกเบี้ย 2-4% รัฐบาลจีน ก็ไปขาย รถไฟความเร็วสูงจีน ให้กับ อินโดนีเซีย แข่งกับ รถไฟความเร็วสูงญี่ปุ่น ลองไปดูข้อเสนอจีนญี่ปุ่นที่เสนอให้กับอินโดนีเซียดูครับว่าแตกต่างจากที่เสนอให้กับรัฐบาลไทยอย่างไร

นายลูกี เวอร์ยันโต รัฐมนตรีช่วยโครงสร้างพื้นฐานอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า จีนได้เสนอเงินกู้ 5,500 ล้านดอลลาร์ ระยะเวลา 50 ปี ดอกเบี้ย 2% และระยะเวลาปลอดเงินต้นจำนวนหนึ่ง ดีกว่าข้อเสนอเดิมที่ให้กู้ 4,000 ล้านดอลลาร์ ระยะเวลา 25 ปี ดอกเบี้ย 2% ส่วน ญี่ปุ่น เสนอเงินกู้ประมาณ 4,400 ล้านดอลลาร์ ระยะเวลา 40 ปี แต่คิดดอกเบี้ยแค่ 0.1% แถมยังมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยอีก 10 ปีด้วย

แม้จะได้เงื่อนไขดีขนาดนี้ รัฐมนตรีเวอร์ยันโต ก็ยังไม่ยอมตัดสินใจ ยังจะให้มีการประเมินอย่างเป็นธรรม รวมถึงการพิจารณาถึงความพยายามของทั้งสองประเทศด้วย

และ ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ก็บอกด้วยว่า รัฐบาลได้ว่าจ้าง “บริษัทที่ปรึกษา” เพื่อ พิจารณาข้อเสนอทั้งสองประเทศ สำหรับการก่อสร้างรถไฟหัวกระสุนสายแรกของอินโดนีเซีย และจะประกาศผู้ชนะในปลายเดือนนี้

โครงการรถไฟความเร็วสูงอินโดนีเซีย ที่ จีน กับ ญี่ปุ่น แข่งกันนี้ มีระยะทางเบื้องต้น 150 กม. เท่านั้น เชื่อม กรุงจาการ์ตา กับ เมืองบันดุง แต่ ผู้นำอิเหนา ก็ให้แข่งขันกันอย่างเข้มข้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ และ เป็นบรรทัดฐานในการสร้างรถไฟความเร็วสูงอีก 600 กม. เชื่อม 4 เมืองใหญ่บนเกาะชวาไปสิ้นสุดที่ สุราบายา เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ

ผมเอาเรื่องราว การลงทุนรถไฟความเร็วสูงอินโดนีเซีย เพื่อนบ้านอาเซียนมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้รัฐบาลไทยได้เห็นถึง ความรอบคอบในการลงทุนของอินโดนีเซีย แม้จะได้ข้อเสนอที่ดีเยี่ยมกว่าไทย แต่ผู้นำอิเหนาก็ไม่ยอมประเคนให้ง่ายๆ จ้างบริษัทเอกชนมาประเมินข้อเสนอของสองประเทศอีกรอบ ผมคิดว่ารัฐบาลไทยควรเอาอย่างอินโดนีเซีย จ้างบริษัทมืออาชีพมาพิจารณาข้อเสนอของจีนและญี่ปุ่น ไทยได้ประโยชน์คุ้มค่าการลงทุนจริงหรือไม่ ไม่ใช่รัฐมนตรีไปเจรจาเองเออเอง

จีนคุยว่าเมื่อสร้างเสร็จ ค่าโดยสารจะถูกมากแค่คนละ 3,600 บาท แต่ค่าตั๋วเครื่องบินโลว์คอสต์ ทุกวันนี้ก็มีราคาพอๆกัน แต่ประหยัดเวลาเดินทางมากกว่าเป็น 10 ชั่วโมง

โครงการรถไฟไทยจีน เป็นโครงการลงทุนที่สูงมากเกือบ 4 แสนล้านบาท รัฐบาลต้องทบทวนให้รอบคอบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ เงินภาษีคนไทยทั้งนั้น.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้