วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หื่น ปล้ำ แต๊ะอั๋ง เปิดภัยร้ายในออฟฟิศ สมภารหวังเคลมไก่วัด

หื่น ปล้ำ แต๊ะอั๋ง เปิดภัยร้ายในออฟฟิศ สมภารหวังเคลมไก่วัด

  • Share:

การคุกคามทางเพศในที่ทำงาน เรื่องจริงที่ไม่มีใครอยากจะพูดถึง ทั้งที่จริงๆ เรื่องนี้ มี และเกิดขึ้นจริงในสังคมไทยมาทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่เมื่อมีใครพูดถึงหรือพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเอง คนในองค์กรแทนที่จะเห็นใจหรือให้ความช่วยเหลือเหยื่อผู้ถูกกระทำ สังคมไทยเรากลับมักแก้ปัญหาเรื่องนี้ โดยการพยายามบอกให้เหยื่ออยู่เงียบๆ หรือไม่ก็ลาออกไป เพื่อเห็นแก่องค์กร หรืออย่าเที่ยวพูดหรือพยายามไปทำอะไร ให้องค์กรเกิดความเสียหาย!

ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พาไปรับฟังความขมขื่นจากปากเหยื่อการคุกคามทางเพศในที่ทำงานกันก่อนว่า พวกเธอเหล่านั้นผ่านประสบการณ์เลวร้ายในรูปแบบใด และมีวิธีการที่ทำให้สามารถเอาตัวรอดจากเงื้อมมือหัวหน้าหื่นกามมาได้อย่างไร....  

แต๊ะอั๋งเป็นอาจิณ! หาเรื่องกลั่นแกล้งหวังเคลมบำเรอกาม

คนแรก นางสาวเอ (นามสมมติ) เล่าถึงประสบการณ์ช่วงหนึ่งที่ทำงานอยู่ในองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งว่า เธอเองเคยตกเป็นเหยื่อของการถูกคุกคามทางเพศจากหัวหน้างาน แม้จะไม่ถึงขั้นต้องไปร่วมหลับนอนด้วยเพราะเธอไม่เล่นด้วย แต่ก็ต้องแลกกับการถูกกดดันจากเจ้านาย ทั้งเรื่องการทำงานและความ พยายามที่จะล่วงละเมิดตัวเธอให้ได้ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ทำงานร่วมกัน

"ครั้งแรกที่ถูกเจ้านายคุกคาม คือ ตอนนั้นอายุประมาณ 23-24 ปี เข้าไปทำงานด้านธุรการได้ใหม่ๆ เพียงประมาณ 1-2 อาทิตย์ เจ้านายหัวงูรายนี้ ก็มาชวนไปกินข้าวด้วยกันสองต่อสองหลังเลิกงาน ด้วยท่าทีที่แสนจะสุภาพ โดยในเวลานั้น ด้วยความที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ๆ และเจ้านายรายนี้เก็บอาการได้อย่างมิดชิด ยังไม่เคยแสดงพฤติกรรมที่ส่อไปในทางชู้สาว จึงไม่กล้าปฏิเสธ พยายามคิดในแง่ดีว่า คงไม่มีอะไรแค่เจ้านายพาลูกน้องไปเลี้ยงตามปกติ แต่ใครจะรู้เมื่อเวลาที่มีโอกาสอยู่ด้วยกันสองต่อสอง อดีตเจ้านายแสนสุภาพรายนี้ กลับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนละคน ใช้วาจาแทะโลม แถมมีมือไม้เข้าลวนลามถูกเนื้อต้องตัวตลอดเวลา ยอมรับเลยว่าในเวลานั้น กลัวมากจึงพยายามป้องกันตัวเองทุกวิถีทาง ทั้งใช้มือปัดแล้วทำให้เขารู้ว่าเราไม่ชอบอะไรแบบนี้ พอฝ่ายนั้นเห็นว่าไม่ตามใจ ก็โกรธและแสดงท่าทางไม่พอใจ"

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็ถูกเพ่งเล็งจากเจ้านายเป็นพิเศษ พยายามจับผิดเรื่องการทำงานกดดันทุกรูปแบบ แถมยังถูกเพื่อนร่วมงานมองด้วยสายตาแปลกๆ ตอนนั้น คิดได้อย่างเดียวว่า เจ้านายหัวงู คงหวังจะทำให้รู้ว่า ถ้าไม่ให้ในสิ่งที่ต้องการ ชีวิตการทำงานในองค์กรนี้ลำบากแน่ พอกดดันด้วยวิธีจับผิดการทำงานได้สักระยะ นายหื่นกามรายนี้ ก็ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ด้วยการพยายามชวนไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสองหลังเลิกงานอีก เพื่อหวังหยั่งดูท่าทีว่าจะยอมตามที่ต้องการแล้วหรือยัง แต่เมื่อถูกปฏิเสธ ก็จะโดนข่มขู่ และพยายามหาเรื่องและตำหนิการทำงานอีก

"ต้องทนอยู่กับพฤติกรรมกามราคะ ของเจ้านาย อยู่เกือบปี ก่อนเขาจะย้ายไปที่อื่น ตลอดระยะเวลาที่ทำงานด้วยกันเขาพยายามจะลวนลามเราเป็นประจำ ทั้งการกระทำและการพูดจา บางครั้งถึงขนาดส่งรูปเปลือยของตัวเองมาให้ดู หรือไม่ก็พยายามหว่านล้อมให้ถ่ายรูปหน้าอกหน้าใจส่งไปให้ดู แต่เราก็ต้องแสดงให้เขารู้ว่าเราไม่ตอบรับ ผลที่ตามมาคือการต้องทนโดนกลั่นแกล้งจากเขาด้วย" 

แม้จะไม่ถึงขั้นร่วมหลับนอนกับเจ้านาย เพราะเธอไม่เล่นด้วย แต่ก็ต้องแลกกับการถูกกดดันในเรื่องการทำงาน

ลวงมาปล้ำไม่พอ ส่งคนมากล่อม หวังยัดเยียดสถานะ เมียเก็บ 

อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นกับ อดีตพนักงานสาวรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง โดยนางสาวบี (นามสมมติ) ถ่ายทอดประสบการณ์ขมขื่นให้กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ฟัง โดยรายนี้ ถึงกับถูกอดีตเจ้านายหื่นใช้เล่ห์ลวงเข้าปลุกปล้ำ แถมเมื่อสาวใจเด็ดรายนี้ พยายามใช้กฎหมายเข้าต่อสู้เพื่อทวงขอความยุติธรรม แทนที่จะสำนึกหรืออย่างน้อยที่สุดควรมีคำขอโทษ เจ้านายมากราคะ ที่อายุในขณะนั้นประมาณ 51 ปี รายนี้ กลับใช้วิธีข่มขู่จะไล่ออกจากงาน ซ้ำร้ายยังใช้ทนายหน้าหอ มาติดต่อ ให้ยอมรับการถูกยัดเยียดให้เป็น เมียเก็บ อีกต่างหาก

โดยสาวใจเด็ดรายนี้ เริ่มต้นการสนทนากับผู้สื่อข่าวทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า เรื่องมันเกิดขึ้น ตอนนั้น จำได้ว่าอายุประมาณ 24 ปี ต้องไปออกไซต์งานที่ต่างจังหวัด ซึ่งปกติเมื่อถึงวันศุกร์ตอนเย็น พนักงานทุกคนในทีมจะติดรถประจำตำแหน่งของหัวหน้ากลับบ้าน เพราะอดีตหัวหน้ามีบ้านที่กรุงเทพมหานคร จึงเป็นทางผ่านของพนักงานทุกคนที่จะสามารถอาศัยกลับบ้านได้ แต่แล้วเรื่องที่ไม่เคยคาดฝันว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตก็เกิดขึ้น จู่ๆ มาวันหนึ่ง เพื่อนๆ ที่เคยอาศัยติดรถไปด้วยกันทั้งคณะ เกิดไม่กลับด้วยกันเอาดื้อๆ เหลือเพียงตัวคนเดียวกับอดีตหัวหน้านั่งรถกลับบ้านมาด้วยกัน เมื่อมาถึงประมาณกลางทาง เจ้านายรายนี้ซึ่งปกติที่ผ่านมา ก็เป็นคนที่แสนจะสุภาพไม่เคยมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางชู้สาวมาก่อน ได้ขอร้องตนเองในฐานะเลขาฯ ช่วยขนของที่มากับรถจำนวนมากขึ้นไปเก็บที่ห้องพักให้หน่อย ด้วยความเกรงใจและอยู่ในฐานะลูกน้อง อีกทั้งมีความไว้ใจ จึงตกปากรับคำ แต่ใครจะเชื่อ...... เมื่อไปในห้องพัก ขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ วางของต่างๆ อยู่นั้น ธาตุแท้ของเจ้านายหัวงูรายนี้ ก็แสดงออกมาให้เห็นทันที โดยตรงไปล็อกห้องพักขังตนเองไว้ในห้องสองต่อสอง เมื่อพยายามเอ่ยถามว่า ทำไมถึงทำแบบนั้น มิทันสิ้นเสียง อดีตเจ้านายก็เดินตรงมาผลักจนล้มลงบนเตียงนอน และพยายามปลุกปล้ำขืนใจทันที!  

"ตอนนั้น พยายามป้องกันตัว ด้วยการใช้เท้าถีบเขาออกไป แต่เชื่อไหม? แทนที่จะหยุด นายคนนี้ กลับพูดขึ้นว่า ถ้ายอมพี่ พี่จะช่วยให้ได้เป็นพนักงานประจำ แต่ถ้ายังกล้าแข็งขืน จะถูกไล่ออกจากงาน พอได้ยินแบบนั้น ก็สุดที่จะอดกลั้นและหมดความเกรงใจในฐานะหัวหน้าอีกต่อไป จัดการเอากระเป๋าเดินทาง ฟาดเข้าใส่ไปอีกทีแล้วก็วิ่งหนี แต่ประตูห้องกลับเป็นระบบสแกนนิ้ว เลยไม่สามารถเปิดประตูห้องออกมาได้ เลยตัดสินใจใช้วิธีทุบประตูเสียงดังโครมครามแล้วแผดเสียง ร้องตะโกนเรียกให้คนข้างนอกมาช่วย แต่นายหื่นกามรายนี้ ยังไม่ยอมหยุด ตรงมากระชากแขนเพื่อหวังดึงตัวเข้าไปข่มขืนอีก แต่โชคดีที่ข้างห้องได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เลยโทรไปเรียก รปภ. มาเคาะห้อง เพื่อให้การช่วยเหลือ เลยรอดจากเงื้อมมือของเจ้านายหื่นกามรายนี้ มาได้อย่างหวุดหวิด หลังเหตุการณ์วันนั้น อดีตหัวหน้าได้โทรมาขอร้องแกมบังคับว่า ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร อ้างว่าที่ทำไปเพราะเมาเลยไม่ทันยั้งคิด พร้อมกับสำทับขู่ทิ้งท้าย ด้วยว่า หากกล้าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร จะไล่ออกจากงานอีกด้วย!"

เมื่อเหตุการณ์กลับเป็นดังนั้น จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีหลักฐานคือ รอยบอบช้ำที่ร่างกาย จากการโดนอดีตเจ้านายพยายามปลุกปล้ำ โดยในเวลานั้น คิดอย่างเดียวว่า หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปโดยไม่ทำอะไร อาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อีก และหากพลาดพลั้งไม่โชคดีมีคนมาช่วยทันเหมือนในครั้งแรก อะไรจะเกิดขึ้น!

แต่แม้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ความบอบช้ำทั้งทางร่างกายและจิตใจยังไม่ทันหายบอบช้ำ ก็กลับเกิดเรื่องที่เหมือนเอาน้ำกรดมาขยี้แผลที่ยังไม่ทันตกสะเก็ดให้เจ็บช้ำน้ำใจเข้าไปอีก คือ เจ้านายหื่นกามรายนี้ ยังกล้าใช้เพื่อนร่วมงานมาเจรจาหว่านล้อม เพื่อหวังยัดเยียดสถานะ "เมียเก็บ" ให้เธอ เพื่อบำเรอความมักมาก ตามที่อดีตหัวหน้าต้องการอีกด้วย

"เจอไม้นี้เข้าไป สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องขอยอมลาออก ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด หลังจากเกิดเรื่องประมาณสองอาทิตย์ เพราะแทนที่จะสำนึก หัวหน้ากลับยังพยายามจับเนื้อต้องตัวทุกครั้งที่มีโอกาส แถมยังบอกให้เพื่อนร่วมงานบางคนมาช่วยกล่อมให้ยอมเขา แต่ดีที่เราแจ้งความไว้ จึงถูกตำรวจเรียกมาที่โรงพัก แต่เชื่อไหมแทนที่จะเกรงกลัว นายคนนี้กลับพยายามยัดเงินเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ช่วยพลิกคดี ว่า เราเป็นฝ่ายยินยอมพร้อมใจ แต่โชคดีที่ตำรวจไม่เล่นด้วย สุดท้ายเขาเลยให้ตำรวจช่วยพูดไกล่เกลี่ยเพื่อให้ยอมความ"

แม้จะจบลงด้วยการชดเชยค่าเสียหายเป็นเงิน แต่ก็ไม่คุ้มเลยกับการถูกล่วงเกินศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

สุดท้ายเรื่องนี้ จบลงด้วยการชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่ง แต่เธอบอกว่า มันไม่คุ้มเลยกับการถูกล่วงเกินศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะสิ่งที่เจอมามันเลวร้ายมาก ที่น่าแปลกใจก็คือ เพื่อนร่วมงานแทนที่จะเห็นใจหรือให้การช่วยเหลือ กลับไปสนับสนุนการกระทำอันเป็นการคุกคามทางเพศ เพื่อหวังเอาใจหัวหน้าของตัวเอง!

เหตุการณ์ถูกคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ยังคงเกิดขึ้นและปรากฏให้เราเห็นผ่านสื่อต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของอีกหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่สังคมไม่มีโอกาสได้รับรู้ ยังมีคนอีกมากมาย ที่ตกเป็นเหยื่อ และจะยังคงเกิดขึ้นต่อไป หากคนในสังคมยังเมินเฉย เพียงเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของคนอื่น และเกรงว่าตนเองจะได้รับผลกระทบในหน้าที่การงาน หากเข้าไปให้การช่วยเหลือเหยื่อจนขัดใจผู้ที่อยู่ในฐานะเจ้านาย...

บทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่เกิดขึ้น จะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน!? ผู้ตกเป็นเหยื่อต้องรับมืออย่างไร หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ รวมถึงเอาผิดอะไรได้บ้าง ส่องกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ ความผิดฐานกระทำอนาจาร ในวันพรุ่งนี้ โปรดติดตาม!

 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้