วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กลับหัวคิด 108 “รู้อย่างนี้”

กลับหัวคิด 108 “รู้อย่างนี้”

  • Share:

เวลามันผ่านไปทุกวินาทีแบบที่ไม่เคยรอ มีเพียงเราเท่านั้นที่จะเป็นคนใช้มันอย่างไรเอง หลายๆ คนปล่อยเวลาที่มีค่าไปเหมือนน้ำที่เราเปิดก๊อกทิ้งไว้แบบเปล่าประโยชน์ แต่ถ้าคุณเคยไปประเทศที่น้ำทุกหยดมีค่า อย่างตะวันออกกลางหรือออสเตรเลียที่มีกฎหมายห้าม แม้กระทั่งเปิดน้ำก๊อกล้างรถเอง เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมาก หรือไม่ต้องอะไรมากครับ แค่คุณหิวน้ำขึ้นมา แต่คุณหาน้ำดื่มไม่ได้สักแก้ว น้ำก็จะมีคุณค่าขึ้นมาทันที

เหมือนกันครับ หลายๆ คนมาพร่ำพูดว่า “ถ้ารู้อย่างนี้ ฉันจะทำแบบนั้น..แบบนี้..” ซึ่งมันเป็น Past Tense ไปแล้วทั้งสิ้น คือ มักจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถย้อนกลับไปทำได้เสียด้วย เช่น ถ้ารู้ว่าเรียนหมอแล้วจะสบายแบบนี้ รู้อย่างนี้! เรียนมานานแล้ว หรือรู้ว่าถ้าเรียนภาษาอังกฤษดีแล้ว จะได้ทำงานดีๆ รู้อย่างนี้! ก็จะได้ตั้งใจเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว

วลี “รู้อย่างนี้” เป็นคำที่เรามักใช้เวลาที่เราเสียดายสิ่งที่ไม่ได้ทำในอดีต และคนที่ใช้คำนี้มักจะใช้เป็นคำพูดที่ติดปาก แบบไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก และยังคมก้มหน้ารับชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเองต่อไป

เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกเสียดาย ซึ่งถ้าเราได้ตัดสินใจทำไปในอดีต ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ณ ตอนนี้ สิ่งเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ไม่เต็มที่กับสิ่งที่เราทำอยู่ แต่ถ้าเราเต็มที่กับมัน และทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้แล้ว ไม่ว่าผลของมันจะเป็นอย่างไร คุณจะไม่รู้สึกแบบนี้เลย

คนเราเกิดมาต่างกันครับ คนเรามีต้นทุนที่ไม่เท่ากันด้วย บางคนเกิดมามีพ่อแม่ร่ำรวย บางคนเกิดมาฉลาด บางคนเกิดมามีรูปร่างหน้าตาดี แต่ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากันครับ อยู่ที่เราเลือก ที่จะใช้เวลามันอย่างไร เราเกิดมามีทุนอาจจะน้อยกว่าเค้า ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเป็นแบบนั้นไปตลอดชีวิต

อย่างนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่านั้น เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับคนที่มีต้นทุนที่มากกว่าแต่แพ้คนที่มีต้นทุนน้อยกว่า กระต่ายน้อยเองคงต้องพูดว่า รู้แบบนี้! คงไม่ไปนอนพัก ทำให้ตนต้องแพ้เต่าแบบนี้ เพราะฉะนั้นอย่าท้อครับ คนต้นทุนน้อยสู้ได้ อาจจะเหนื่อยกว่า แต่คุณก็ชนะได้ครับ

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้