นักก.ม. แจง สาวเช็กอินเฟซบุ๊ก วิจารณ์ร้านกาแฟ ไม่ผิด! หลังพี่ชายข้องใจโพสต์ถามโซเชียล

ข่าว

    นักก.ม. แจง สาวเช็กอินเฟซบุ๊ก วิจารณ์ร้านกาแฟ ไม่ผิด! หลังพี่ชายข้องใจโพสต์ถามโซเชียล

    ไทยรัฐออนไลน์

      11 ส.ค. 2558 17:20 น.

      พี่ชายงง! น้องสาวเช็กอินเฟซบุ๊กร้านกาแฟ เพื่อนถามรสชาติ บอกไปไม่อร่อย เจ้าของร้านมาเห็นถึงกับปรี๊ดแตกให้ขอโทษผ่านเฟซบุ๊กทุกวันนาน 1 เดือน อ้างพฤติกรรมดังกล่าวมีความผิดตาม พรบ.คอมฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ ยันไม่ผิด เป็นการวิจารณ์โดยสุจริต

      เป็นเรื่องที่ฮือฮาและงงกันทั่วโลกโซเชียลกันยกใหญ่ เมื่อสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม PARENTAL ADVISORY ได้ตั้งกระทู้ "ขอคำปรึกษาด้วยครับ น้องสาวโดนร้านกาแฟข่มขู่ให้โพสต์ภาพขอโทษทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน" โดยระบุว่า มีเรื่องปรึกษาผู้รู้ทางกฎหมายว่าน้องสาวทำผิดจริงหรือไม่ เหตุการณ์มีอยู่ว่า น้องสาวของเจ้าของกระทู้ได้ไปแวะดื่มกาแฟริมข้างทางแห่งหนึ่ง และได้เช็กอินสถานที่ในเฟซบุ๊ก หลังจากนั้นก็มีเพื่อนในเฟซบุ๊กเข้ามาคอมเมนต์ถามว่า กาแฟอร่อยไหม ซึ่งน้องสาวได้ตอบกลับวิพากษ์วิจารณ์ร้านในแง่ลบ

      ร้านกาแฟ ให้โพสต์ภาพนี้ชี้แจงทุกวันนาน 1 เดือน
      ร้านกาแฟ ให้โพสต์ภาพนี้ชี้แจงทุกวันนาน 1 เดือน

      หลังจากนั้น ร้านกาแฟได้เข้าไปเห็นที่น้องสาวเช็กอินพร้อมกับข้อความวิพากษ์วิจารณ์ร้านในแง่ลบ จึงได้ส่งข้อความมาเตือนน้องสาวว่า ให้ติดต่อกลับร้าน ไม่งั้นจะให้ตำรวจดำเนินคดี เพราะน้องสาวทำผิดตาม พรบ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วรรค 2 คือให้ร้าย สร้างความตื่นตระหนก แจ้งไม่ให้บุคคลหลงมาที่ร้านพร้อมเช็กอินพิกัด สร้างความเสียหายให้แก่ร้าน แต่หากติดต่อกลับมา ทางร้านยินดีที่จะรับฟัง ทำให้น้องสาวต้องติดต่อกับร้านเพื่อไปขอขมาและยอมรับผิดกับทางร้าน พร้อมกับผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นผู้ใหญ่พามาด้วย และหลังจากนั้น น้องสาวก็ต้องโพสต์ภาพขอโทษร้านเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยที่ร้านได้ทำภาพและข้อความสำหรับโพสต์มาให้ ระบุว่า "ดิฉัน….ซึ่งได้โพสต์กล่าวหา สร้างความเสียหายให้กับร้านกาแฟ.... ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์/คึกคะนอง อันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายร้ายแรงมาก ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งทางร้านกาแฟก็ไม่ได้ดำเนินคดีเอาโทษ ดิฉันต้องกราบขอโทษ และขอขอบคุณท่านเป็นอย่างสูง ดิฉันขอไถ่โทษด้วยการโพสต์ภาพและข้อความนี้ทุกวัน เป็นเวลา 1 เดือนค่ะ ดิฉันขอยืนยันว่า ร้านกาแฟนั้น กาแฟและเครื่องดื่มทุกประเภท อร่อยมากค่ะ ดิฉันขอเชิญชวนทุกท่านที่อ่านโพสต์นี้ ได้แวะชิมนะคะ "

      พี่ชายอ้าง ข้อความสีแดง ทางร้านพิมพ์เอง เพื่อให้น้องสาวโพสต์
      พี่ชายอ้าง ข้อความสีแดง ทางร้านพิมพ์เอง เพื่อให้น้องสาวโพสต์

      หลังจากที่เรื่องราวนี้ได้เผยแพร่ออกได้ ได้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยในความคิดเห็นที่ 52 ชื่อว่า สมาชิกหมายเลข 2571074 ได้อ้างว่า เจ้าตัวเป็นคนกลางของเรื่องนี้ และเรื่องทั้งหมดได้จบลงเรียบร้อยแล้ว เพราะน้องสาวของเจ้าของกระทู้ได้เดินทางมาขอขมาและยอมรับผิดกับเจ้าของร้านกาแฟ โดยที่น้องสาวได้เป็นคนขอโพสต์ขอโทษให้กับทางร้านเป็นเวลา 30 วันเองด้วยความเต็มใจ ซึ่งทางร้านไม่ได้บังคับอะไร เพราะมีการตกลงกันแล้ว และที่ร้านมีกล้องวงจรปิด มีการบันทึกเทปการสนทนา พร้อมกับพยานบุคคลคือ ผอ.โรงเรียนที่น้องสาวทำงานอยู่ รวมถึงตำรวจในพื้นที่

      ขณะเดียวกัน เจ้าของกระทู้ได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ผอ.โรงเรียน ไม่ได้มีส่วนกดดัน รู้เห็นเป็นใจกับทางร้าน ให้น้องสาวของตนขอโทษแต่อย่างใด โดยเฉพาะ ผอ. ที่เป็นพยานให้เพราะท่านกลัวผู้ใต้บังคับบัญชาเดือดร้อน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพียงแค่รับทราบ ไม่ได้รับแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันใด ๆ

      สำหรับจุดประสงค์การตั้งกระทู้ดังกล่าว เจ้าของกระทู้ อ้างว่าข้องใจกับการกระทำของน้องสาวนั้น มีความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จริงหรือไม่ เพราะไม่ได้มีเจตนาจะโพสต์วิจารณ์รสชาติเครื่องดื่มของร้านเลย เพียงแต่เมื่อมีเพื่อนถามมา ก็ตอบกลับด้วยความสุจริตใจ

      คนกลาง !?
      คนกลาง !?

      ล่าสุดสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ได้พยายามติดต่อสอบถามข้อเท็จจริง กับเจ้าของร้านกาแฟดังกล่าว แต่เจ้าของร้านตอบเพียงสั้นๆว่า ไม่อยากเป็นข่าว เพราะเรื่องมันจบไปแล้ว และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล ยืนยันว่าร้านนี้เป็นเพียงแค่ร้านกาแฟเล็กๆ ที่ขายกับลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมาเท่านั้น

      ด้านอาจารย์ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากฎหมาย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า กรณีนี้น้องสาวเจ้าของกระทู้ไม่เข้าข่ายความผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ เพราะเป็นการติชม วิจารณ์โดยสุจริต ส่วนคำแนะนำถึงชาวเน็ต ขอให้อย่ากังวล หากเป็นการวิจารณ์โดยสุจริตใจสามารถทำได้ สำหรับความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วงเล็บ 2 นั้นหลักๆ จะอยู่ที่การทำฟิชชิ่ง (เว็บไซต์ปลอม, อีเมล์ปลอม) รวมถึงการปลอมแปลงตัวตนแอบอ้าง ซึ่งยังมีหลายคนสับสนกับกฎหมายหมิ่นประมาท เมื่อถามว่าการโพสต์แบบไหนจะเข้าข่ายความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ อาจารย์ไพบูลย์ ระบุว่า ถ้าหากโพสต์ว่า นาย A รับสินบนจากนาย B แบบไม่มีหลักฐาน การกระทำแบบนี้จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14

      ข้อมูลและภาพจาก : PARENTAL ADVISORY 

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 06:30 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์