วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผวจ.พัทลุง สั่งลุยไม่ยอมนายทุนรุกป่า ปลูกปาล์มในเขตป่าเสม็ด

ผวจ.พัทลุง สั่งลุยไม่ยอมนายทุนรุกป่า ปลูกปาล์มในเขตป่าเสม็ด

  • Share:

ผวจ.พัทลุง นำทหาร ตร. ป่าไม้ อุทยานฯ ลงพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา ป่าเสม็ด หลังมีบริษัท นายทุน เข้าแผ้วถางป่าบุกรุกเพื่อทำการปลูกปาล์มกว่า 925 ไร่ สั่งเน้นย้ำให้ จนท.เร่งดำเนินการการพิสูจน์สิทธิ์การถือครองให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ขณะที่ชาวบ้านเตรียมยื่นหนังสือถึงนายกฯ และ คสช.หากการสำรวจเป็นมวยล้มต้มคนดู...

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2558 จากกรณีที่บริษัทแห่งหนึ่งได้เข้าไปแผ้วถางป่าเสม็ด ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา ท้องที่บ้านท่าเนียน หมู่ที่ 3 ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เพื่อทำการปลูกปาล์มน้ำมัน เนื้อที่กว่า 925 ไร่ โดยอ้างว่ามีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) จำนวน 23 ฉบับ ต่อมานายศักดา วิเชียรศิลป์ ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า นายสา แสงสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพัทลุง และคณะ เดินทางเข้าไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว และพบว่า น.ส.3 ก. ดังกล่าวน่าจะออกมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการออกทับพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา จนนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องไปลงทันทึกประจำวัน ณ สภ.ปากพะยูน เพื่ออายัด น.ส. 3 ก. ดังกล่าว ไว้แล้วเมื่อวานนี้ (6 ส.ค.) ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น

สั่ง จนท.เร่งตรวจสอบสิทธิ์การถือครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวินัย พร้อมด้วย นายบัณฑิต สุภาไชยกิจ หน.เขตห้ามล่าสัตว์ทะเลสาบ นายสา แสงสว่าง ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติจังหวัดพัทลุง นายชาย สุวรรณชาติ หน.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย นายฉลอง เทิดวีระพงศ์ นอภ.ปากพะยูน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพัทลุง สาขาปากพะยูน ผู้นำท้องถิ่นรวมทั้งกำลังทหาร ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เดินทางเข้าไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว ซึ่งพบว่าบริเวณปากทางเข้าพื้นที่ปลูกปาล์ม มีป้ายของบริษัทรายนี้แสดงกรรมสิทธิ์ ติดประกาศไว้อย่างชัดเจน โดยสถานที่ที่ถูกแบ็กโฮขุดยกร่องเพื่อเตรียมปลูกปาล์มน้ำมันนั้น ห่างจากถนนสานเกาะนางคำ-ท่าเนียน ประมาณ 600 เมตร โดยทางบริษัทฯได้ใช้ดินและหินเกล็ดถมเป็นทาง ซึ่งสภาพพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสม็ดที่สมบูรณ์ ส่วนพื้นที่ที่ถูกแผ้วถางและยกคันดินรวมเนื้อที่ประมาณ 450 ไร่ และมีการปลูกปาล์มน้ำมันในบริเวณข้างเคียงอีกประมาณ 100 ไร่

ชาวบ้านผู้สูงอายุรายหนึ่งเผยว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ใช้เป็นที่ทำกินของชาวบ้านมาก่อนเลย โดยชาวบ้านได้ใช้พื้นที่ป่าเสม็ดดังกล่าวในการหาน้ำผึ้งหลวงออกมาจำหน่ายมานานหลายชั่วอายุคน และจะถูกชาวบ้านเข้าไปลักลอบเผาป่าเพื่อการจับสัตว์ป่าปีละประมาณ 4-5 ครั้ง ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้รู้สึกแปลกใจ ที่มีรถแบ็กโฮเข้าไปขุดร่องปลูกปาล์ม หากการตรวจสอบเอกสารสิทธิในครั้งนี้ล้มเหลว หรือเป็นมวยล้ม พวกตนจะส่งหนังสือร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี และ คสช.เพื่อขอให้แม่ทัพภาค 4 หรือกำลังทหารเข้ามาตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว เพราะพวกตนรับไม่ได้กับการบุกรุกป่าทุ่งเสม็ด ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบในครั้งนี้ แต่การดำเนินการต้องระมัดระวังตัว เพราะในขณะนี้มีผู้ได้รับผลประโยชน์บางรายออกมาข่มขู่ชาวบ้าน มิให้ให้ข้อมูลกับ เจ้าหน้าที่รัฐ และห้ามขัดขวางการเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินรัฐดังกล่าว

นำคณะภาครัฐทุกภาคส่วนเข้าตรวจป่าเสม็ด

นายวินัย กล่าวด้วยว่า ตนรู้สึกงุนงงสงสัยในการออก น.ส. 3 ก. ในครั้งนี้ แต่ก็จะให้ความเป็นธรรมกันทั้ง 2 ฝ่าย ในการพิสูจน์สิทธิ์การถือครอง น.ส. 3 ก.ในครั้งนี้ โดยในเบื้องต้นได้มีการลงบันทึกอายัดที่ดินดังกล่าวเพื่อการพิสูจน์สิทธิ์แล้ว โดยมีกำหนด 30 วัน หากครบ 30 วัน จนท.ยังไม่สามารถพิสูจน์สิทธิ์การถือครองตามกฎหมายได้ ก็สามารถขยายเวลาการอายัดได้อีก 15 วัน หากการดำเนินการไม่แล้วเสร็จก็หมดเวลาการอายัดที่ดินดังกล่าว ซึ่งทางบริษัทก็จะสามารถนำรถแบ็กโฮเข้ามาปรับพื้นที่เพื่อเตรียมปลูกปาล์มน้ำมันได้ แต่หากพบว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) จำนวน 23 ฉบับ มิชอบด้วยกฎหมายตามความเห็นของนายศักดา วิเชียรศิลป์ ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า และคณะ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการออก น.ส. 3 ก. ก็จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด พร้อมกันนั้นก็ได้มอบหมาย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้สำรวจตรวจสอบว่าพื้นที่บริเวณข้างเคียงจุดดังกล่าวมีการบุกรุกเพื่อการออกเอกสารสิทธิบ้างหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหามิให้เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้