วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตัวที่ 20 ในรอบปี โลมาถูกคลื่นซัด เกยหาดเกาะสมุย

ตัวที่ 20 ในรอบปี โลมาถูกคลื่นซัด เกยหาดเกาะสมุย

  • Share:

พบซากโลมาเกยตื้นหาดบ้านบางมะขาม อ.เกาะสมุย ถูกคลื่นซัดมาตาย เป็นเพศผู้อายุ 5-6 ปี น้ำหนัก 100 กก.คาดตายมาแล้ว 6 วัน พบลำตัวโดนแทง 3 แผล นับเป็นตัวที่ 20 ในรอบปีนี้...

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 7 ส.ค.58 อาสาสมัครกู้ภัยกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริเวณชายหาดบ้านบางมะขาม ม.5 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่าพบซากโลมาถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นอยูที่บริเวณชายหาด อาสาสมัครกู้ภัย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ หาดบ้านบางมะขาม พบซากโลมาอิรวดี เพศผู้อายุประมาณ 5-6 ปี ความยาว 230 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม คาดว่าน่าจะตายมาแล้วประมาณ 6 วัน จากการตรวจสอบตามลำตัวของซากโลมาตัวดังกล่าว พบที่บริเวณลำตัวโดนแทงด้วยของแหลมจำนวน 3 แผล คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้โลมาตัวนี้ตายลง ด้วยการถูกทำร้ายด้วยฝีมือของมนุษย์อีกเช่นเคย

นับเป็นตัวที่ 20 ในรอบปีนี้

นายทวี กาฬสุรรณ อาสาสมัครกู้ภัย เปิดเผยว่า ซากโลมาตัวนี้เป็นซากโลมา ที่ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นตายที่บริเวณแนวชายหาดของ อ.เกาะสมุย เป็นตัวที่ 20 ในรอบปีนี้แล้ว และยังเป็นโลมาเพศผู้ที่มีขนาดใหญ่อีกด้วย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นโลมาสีชมพูหรือไม่ ก็ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจาก ซากโลมาที่พบผิวหนังได้เปื่อยหลุดออกไปแล้ว แต่ถ้าหากเป็นโลมาสีชมพู ก็เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก ที่ต้องมาตายลง

ทางด้านนายวิสุทธิ์ เจริญผล กรรมการชุมชนบ้านบางมะขาม ระบุว่า ซากโลมาที่พบส่วนใหญ่ จะเป็นทางด้านทางทิศตะวันตกของเกาะสมุย เนื่องกระแสลมที่พัดเข้ามาทางด้านนี้ จึงเชื่อว่าซากโลมาที่ถูกคลื่นซัดเข้าชายหาดที่เกาะสมุย น่าจะเป็นฝูงปลาโลมาที่หากินอยู่บริเวณรอยต่อของท้องทะเล อ.ทาศาลา อ.สิชล และ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช รอยต่อ อ.ดอนสัก อ.กาญจนดิษฐ์ อ.เกาะพะงัน และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งโลมาฝูงนี้ จะมีความคุ้นเคยกับชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ ที่ทำการประมงในแถบนี้ โดยโลมาส่วนใหญ่ จะชอบกินปลาที่ยังมีความสด จึงอาจจะเป็นสาเหตุให้โลมา เข้าไปกินปลาที่ติดอวนของชาวประมง จนทำให้โลมาติดอวนของชาวประมงไปด้วย

เนื่องจากซากโลมาที่พบส่วนใหญ่ จะพบบาดแผลจากการถูกทำร้ายด้วยของแหลม ซึ่งเชื่อว่าเป็นการกระทำของฝีมือมนุษย์ จึงอยากฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเจ้าหน้าที่ประมง หรือชาวประมงเอง ได้ช่วยดูแล และร่วมกันแก้ปัญหา เรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อจะได้ช่วยกันอนุรักษ์โลมา ให้อยู่คู่ท้องทะเลแถบนี้ต่อไป ส่วนทางชาวบ้านบางมะขามเอง ก็จะช่วยกันรณรงค์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันอนุรักษ์โลมาอีกทางหนึ่งด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้