วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถกห้ามปูลงส.ส. ตลอดชีพหรือ 5 ปี กมธ.รธน.ยังตกลงกันไม่ได้-อึดอัดใบสั่งตั้งส.ว.

ถกห้ามปูลงส.ส. ตลอดชีพหรือ 5 ปี กมธ.รธน.ยังตกลงกันไม่ได้-อึดอัดใบสั่งตั้งส.ว.

  • Share:

“วิษณุ” วางกรอบโรดแม็ปคืนอำนาจให้ประชาชน ชี้ได้ฤกษ์หย่อนบัตรเลือกตั้ง ภาย หลังรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ 8-9 เดือน “สุวพันธุ์” ย้ำรัฐบาลไม่ชี้นำปฏิรูปประเทศ ยอมรับยังมีแรงกระเพื่อมเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ไม่รุนแรงถึงขั้นเกิดเหตุวุ่นวายก๊วน 36 อรหันต์ อึดอัดใจ เจอใบสั่ง คสช.ล้วงลูก บีบเขียนบท เฉพาะกาลให้ ส.ว.ชุดแรกมาระบบสรรหายกเข่ง “ถวิลวดี” ห่วงเปิดทางคนหน้าเดิมยกทีมยึดสภาสูง “ยิ่งลักษณ์” ยังต้องลุ้นหลุดบ่วงถูกแบนลง ส.ส.ตลอดชีวิตปมถูก สนช.ถอดถอนคดีจำนำข้าว กมธ.ยกร่างฯถกนอกรอบเสียงแตกเป็นสองฝ่าย ยังหาข้อสรุปชัดเจนไม่ได้ สนช.เปิดเวทีบี้ ป.ป.ช.ซักปมสอยอดีต 248 ส.ส.แก้ รธน. เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ จ่อคิวลงมติถอดถอน 14 ส.ค.

จากกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนจัดการเลือกตั้ง จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งการสนับสนุนและคัดค้านนั้น ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุถึงโรดแม็ปการเลือกตั้งว่า จะมีขึ้นหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ไปแล้ว 8-9 เดือน

แนะ ขรก.ยึด “ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ”

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. เวลา 09.00 น.ที่หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จ.นนทบุรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดงาน“วันคุณธรรม จริยธรรม และความโปร่งใสในภาครัฐ ประจำปี 2588” และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ส่วนราชการที่จัดทำและประเมินมาตรฐานความโปร่งใส โดยนายวิษณุกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “จำขึ้นใจ ข้าราชการรากฐานของแผ่นดิน” ตอนหนึ่งว่า คำว่าจำขึ้นใจ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจมากๆจะใช้คำนี้กับเด็กๆว่า จำใส่กะโหลก ส่วนความหมายข้าราชการรากฐานของแผ่นดินคือ ให้ตระหนักว่า ถ้ารากฐานของแผ่นดินไม่มั่นคง ภัยอันตรายจากภายในและภายนอก ความไม่เชื่อมั่น การทุจริต ก็กัดเซาะประเทศล้มได้ ดังนั้นข้าราชการต้องภาคภูมิใจและตระหนักต่อภาระหน้าที่ เพื่อทำงานมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยตัวช่วยทุ่นแรงทั้งงบประมาณ คอมพิวเตอร์ กฎหมาย แต่ที่สำคัญคือต้องมีวินัย ทำหน้าที่โดยยึดหลักพระพุทธเจ้า 3 ป. คือ “ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ” ควบคู่การมีคุณธรรม จริยธรรม และก่อนมีคุณธรรมต้องมีความโปร่งใส

ใช้ รธน.ใหม่ 8 เดือนจัดเลือกตั้ง

จากนั้นนายวิษณุให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปีว่า ขณะนี้คณะกรรมการแผนยุทธศาสตร์ชาติฯที่มี พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รวบรวมยุทธศาสตร์ คสช. 11 ข้อ รัฐบาล 11 ข้อ รวมถึง 37 ข้อของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มาจัดกลุ่ม เรียงลำดับความสำคัญการปฏิรูปก่อนและหลังไว้คร่าวๆแล้ว โดยทำควบคู่ไปกับการจัดทำแผนของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกัน จะมีความชัดเจนหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ เพราะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยรัฐบาลและข้าราชการต้องปฏิบัติตาม ถ้าไม่ปฏิบัติตามนักการเมืองถูกถอดถอน ข้าราชการมีโทษ ส่วนโรดแม็ปการเลือกตั้งนั้น ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะประกาศใช้เมื่อใด ปีไหน ให้นับไปจากนั้นอีก 8-9 เดือน จะมีการเลือกตั้ง

ยันรัฐบาลไม่ชี้นำปฏิรูปประเทศ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้ว่า ยังพบว่ามีความเคลื่อนไหวอยู่ แต่ยังไม่เห็นสิ่งบอกเหตุ หรือสัญญาณที่จะกระทบภาพรวมของประเทศ หรือทำให้เกิดความวุ่นวาย เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และอนาคตของประเทศเท่านั้น เมื่อถามว่า ข้อเสนอให้ปฏิรูปประเทศ 2 ปี ก่อนการเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยให้มีการเคลื่อนไหวหรือไม่ นายสุวพันธ์ตอบว่า ขณะนี้มีเพียงการโต้แย้ง และแสดงความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญ ส่วนการปฏิรูปเป็นเรื่องของคนที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง ซึ่งทั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และ สปช.ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ชี้นำ ส่วนข้อเสนอของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ที่ให้รัฐบาลอยู่บริหารงานต่อนั้น รัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและโรดแม็ป ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติ ก็เห็นชัดตามโรดแม็ปว่า จะมีการเลือกตั้ง

ขู่ก๊วนจ้องฉีกร่างระวังถูกฟ้อง

นายสิระ เจนจาคะ สปช. กล่าวว่า อยากเตือนแกนนำล่ารายชื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่มีเหตุผล เพื่อหวังสร้างผลงานให้ตัวเองได้ไปต่อในตำแหน่งต่างๆในอนาคต ขอให้คิดดีๆ เชื่อว่านายกฯคง ไม่ให้ตำแหน่งอะไรแล้ว เพราะทำงานล้มเหลว อยากให้ตั้งสติแล้วหันมาร่วมมือกันสร้างบ้านให้เสร็จ ถ้าคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ดี มีอะไรเสียหาย ควรไปคุยกับ กมธ.ยกร่างฯเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด ไม่ใช่ติอย่างเดียว ถ้ายังเดินหน้าล่ารายชื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็น่าจะมีคนออกมาเรียกร้องค่าเสียหายกับคนกลุ่มนี้แน่นอน

ขวางแนวทางยื้อเลือกตั้ง 2 ปี

นายเจษฎ์ โทณะวนิก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงข้อเสนอของสมาชิก สปช.ที่เสนอให้ปฏิรูป 2 ปีก่อนจัดการเลือกตั้งว่า ไม่เห็นด้วย เนื่องจากการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเกิดขึ้นตั้งแต่วันยึดอำนาจของ คสช.แล้ว ถือเป็นการปฏิรูปปัญหาประเทศในปัจจุบัน พร้อมๆกับการวางแนวทางในอนาคต หากมีการยืดเวลาปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง จะสะท้อนให้เห็นว่า การปฏิรูปที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพจริง และจะเกิดความไม่ชอบธรรมในอนาคต สิ่งที่ต้องให้ความสนใจคือ การส่งไม้ต่อการปฏิรูปผ่านสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปยังคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปประเทศและการสร้างความปรองดองในระยะยาวว่า จะมีกลไกทำหน้าที่สานต่อสิ่งที่ต้องปฏิรูปให้มีประสิทธิภาพอย่างไร

ปชป.ฉะมีวาระซ่อนเร้นคว่ำ รธน.

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ประชาชนยังไม่รู้รายละเอียดสาระสำคัญของการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญว่า จะมีสาระสำคัญเปลี่ยนจากร่างเดิมมากน้อยเพียงใด กมธ.ยกร่างฯควรเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม ส่วนกระแสข่าวการโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.นั้น อยากให้แสดงความกล้าหาญ ออกมาเสนอแนวคิดต่อประชาชนว่า สปช.ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญในส่วนใด อย่างไร อยากถามว่า ตอนที่ กมธ.ยกร่างฯกำลังพิจารณายกร่างอยู่นั้น ท่านหลับอยู่หรือว่าลืมแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการ หรือตั้งธงเพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญโดยไร้เหตุผล ประชาชนก็มองว่า อาจมีวาระซ่อนเร้น

พท.ซัด สปช.คว่ำร่างให้ละอายใจ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า อยากถาม สปช.บาง คนที่พยายามจะคว่ำรัฐธรรมนูญทิ้งว่า ไม่ละอายใจหรืออย่างไร เพราะเงินเดือน เงินเดือนผู้ช่วย ที่ปรึกษา ค่าเดินทาง เบี้ยประชุม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ น่าจะเกือบพันล้านแล้ว เป็นเงินภาษีประชาชน ถ้าคว่ำร่างก็ต้องมาเริ่มกันใหม่หมด จะทำอะไรเกรงใจเจ้าของเงินบ้าง สปช.ที่จะคว่ำร่างทิ้งน่าละอายใจ ควรคืน เงินเดือนและเงินส่วนต่างๆพร้อมดอกเบี้ยคืนคลัง ฝากไปถึง คสช.หาก สปช.ทำงานมา 1 ปีแล้วร่างรัฐธรรมนูญยังใช้ไม่ได้ ก็สมควรโละทิ้ง สปช.ทั้งชุด ไม่ให้กลับมายุ่งร่างรัฐธรรมนูญหรือการปฏิรูปอีก

เตือน “บิ๊กตู่” ถูก สปช.วางยา

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอของ สปช.ที่ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญในขั้นตอนการลงมติ รวมถึงการทำให้ประชามติสอบถามประชาชนว่า ต้องการให้ปฏิรูปประเทศ 2 ปี ก่อนการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจว่าข้อเสนอดังกล่าวหวังจะวางยา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหรือไม่ หาก พล.อ.ประยุทธ์งับเหยื่อข้อเสนอเหล่านี้ คนจะมองว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นพวกเดียวกับ สปช.กลุ่มนี้ที่เคยขึ้นเวที กปปส.มาก่อน นอกจากรัฐบาลจะขาดความชอบธรรมแล้ว ยังสะท้อนว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังยื้ออยู่ในอำนาจต่อไป โดยผ่านเกมของ สปช. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จะเสียหายแน่นอน ถือว่าแพ้ทางการเมืองทันที แรงบีบและการแซงชั่นจากนานาชาติจะเพิ่มขึ้นอีก ขอเตือน พล.อ.ประยุทธ์อย่าตกหลุมพรางกลุ่มอำนาจที่ไม่หวังดี ต้องประกาศให้ชัดเจนว่าจะเดินตามโรดแม็ปที่วางไว้ หากจะให้ปฏิรูปต่อไป ควรให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามาทำต่อ

กมธ.ถกตัดสิทธิ “ปู” ตลอดชีพ

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาปรับแก้ไขบันทึกเจตนารมณ์เป็นรายมาตรา ในภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง โดยที่ประชุมได้พูดคุยภาพรวมเรื่องเจตนารมณ์ มาตรา 111 กรณีบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ที่มีการระบุใน (15) ว่า เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง หรือถูกตัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือการดำรงตำแหน่งอื่น อย่างไรก็ตาม ในช่วงของการพูดคุยกันนอกรอบตอนหนึ่ง กมธ.ยกร่างฯได้หยิบยกตัวอย่างกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูก สนช.ถอดถอนในฐานความผิดว่ามีพฤติการณ์ส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 ตามมาตรา 178 และส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ตามมาตรา 11 (1) กรณีไม่ยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล จะเข้าข่ายถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีพหรือไม่

เสียงแตกยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือ กมธ.ยกร่างฯ บางส่วนเห็นว่าความผิดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูก สนช.ถอดถอนนั้น ไม่ใช่กรณีการทุจริต จึงไม่สามารถตัดสิทธิการลงสมัคร ส.ส.ตลอดชีวิตได้ หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกตัดสิทธิการเมืองครบ 5 ปีแล้ว ก็กลับมาลงสมัคร ส.ส.ใหม่ได้ ขณะที่ กมธ.ยกร่างฯบางส่วนเห็นว่าความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในโครงการรับจำนำข้าวที่ถูก สนช.ถอดถอน เข้าข่ายการทุจริตชัดเจน ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถลงเล่นการเมืองได้ตลอดชีวิตตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในประเด็นดังกล่าว จะต้องพูดคุยเพื่อให้เกิดความชัดเจนอีกครั้ง

อึดอัด คสช.ล้วงลูกที่มา ส.ว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ กมธ.ยกร่างฯส่วนใหญ่มีความอึดอัดที่ คสช.เข้ามาแทรกแซงการทำงาน พร้อมชี้นำและให้ปฏิบัติตาม โดยไม่ยอมทำหนังสือขอแก้ไขมาอย่างเป็นทางการ และสงสัยคนที่ออกมาเคลื่อนไหวให้ ส.ว.มาจากการสรรหาต้องการอะไร หรือเพราะกลัวจะไม่ได้กลับเข้ามาเป็น ส.ว. ทั้งที่ข้อเสนอขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ ครม. ก็เสนอให้ ส.ว.มีที่มาจาก 2 รูปแบบคือ การสรรหา และการเลือกตั้ง

ตั้งป้อมต้านตั้ง ส.ว.สรรหายกเข่ง

นางถวิลวดี บุรีกุล คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกระแสข่าว คสช.กดดันการทำงานของ กมธ.ยกร่างฯ ประเด็นที่มา ส.ว. ที่ต้องการให้มี ส.ว.ชุดแรกมาจากระบบสรรหาทั้งหมด โดยเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลว่า กมธ.ยกร่างฯมีเจตนารมณ์ให้ ส.ว.เป็นสภาพหุนิยมคือ มีความหลากหลาย ให้ตัวแทนจากอาชีพต่างๆมีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่ ขณะที่คณะกรรมการสรรหาก็มาจากหลายกลุ่ม จะช่วยสกัดการล็อบบี้เข้ามาเป็น ส.ว.ได้ แต่หากให้ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด คนที่เข้ามาจะเป็นกลุ่มเดิมๆ หาก กมธ.ยกร่างฯยอมเปลี่ยนให้ ส.ว.เป็นแบบสรรหาทั้งหมดแล้วจะให้ใครมาเป็นคณะกรรมการสรรหาที่สังคมยอมรับได้

กาง 3 ทางออกหั่นงบภาษีบาป

นายจรัส สุวรรณมาลา คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือถึง กมธ.ยกร่างฯให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ไม่ให้ใช้งบประมาณจากภาษีบาปมาอุดหนุนการทำงานให้ไทยพีบีเอส กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติว่า เรื่องนี้ยังไม่มีการพิจารณา คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะมีการนำมาทบทวนในวันที่ 10-11 ส.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด กมธ.ยกร่างฯมี 3 แนวทางพิจารณากรณีดังกล่าวคือ 1.ยกเลิกไม่ให้ทั้ง 3 องค์กรใช้ภาษีบาป โดยให้ใช้การของงบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ 2.การให้ทั้ง 3 องค์กร ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากภาษีบาปเช่นเดิม แต่การใช้งบประมาณให้มาขอความเป็นชอบจาก ส.ส. ส.ว. ที่เป็นตัวแทนของประชาชน เพื่อจะได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณ 3.การใช้หลักการเดิมคือ ให้ทั้ง 3 องค์กรได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากภาษีบาป โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากสภาฯ โดย กมธ.ยกร่างฯหลายคนเห็นด้วยกับแนวทางที่ 2 เพราะสามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณได้

ไทยพีบีเอสค้านตัดงบหนุนสถานี

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา คณะผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นำโดยนายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ประธานกรรมการนโยบาย ยื่นหนังสือต่อ นายจุมพล รอดคำดี ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อขอให้ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรคสี่ และมาตรา 281 ตามที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสื่อมายังกมธ.ยกร่างฯ เพื่อขอปรับแก้มาตราดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่องบประมาณสนับสนุนสถานี โดยนายณรงค์กล่าวว่า ทั้งสองมาตราส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นสื่อที่เปิดพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนทุกชนชั้น ทั้งคนรวยคนจน ถ้าไม่มีไทยพีบีเอสคงไม่มีช่องไหนจะเปิดพื้นที่เช่นนี้ได้ ขอให้ กมธ.ปฏิรูปสื่อฯสนับสนุนให้ กมธ.ยกร่างฯทบทวนมาตราดังกล่าวด้วย

สนช.เปิดเวทีซักคดีสอยอดีต ส.ส.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการถอดถอนอดีต ส.ส.248 คน กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ โดยที่ประชุม สนช.ได้เรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายคือ ป.ป.ช.ในฐานะผู้กล่าวหา และตัวแทนอดีต ส.ส.248 คน ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา มาตอบข้อซักถามของสมาชิก สนช. โดยที่ประชุมได้ตั้งคำถามเพียงคำถามเดียว เพื่อสอบถาม ป.ป.ช.ถึงกรณีคุณสมบัติการเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ของนายภักดี โพธิศิริ ที่มีปัญหาไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทเอกชนภายใน 15 วัน หลังได้รับการแต่งตั้ง ทำให้นายภักดีขาดคุณสมบัติเป็นกรรมการ ป.ป.ช.หรือไม่ โดยนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. ชี้แจงว่า ข้อกล่าวหานี้เป็นวาทกรรมทางการเมืองมากกว่าทางกฎหมาย ขอยืนยันคุณสมบัติการเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ของนายภักดี ที่ผ่านมานายภักดีเคยถูกยื่นถอดถอนในเรื่องดังกล่าวมาแล้ว แต่วุฒิสภาไม่มีมติถอดถอน เรื่องทางกฎหมายจึงยุติไปแล้ว และจากการตรวจสอบเอกสารก็ไม่พบความผิดใด นายภักดีจึงมีคุณสมบัติกรรมการ ป.ป.ช.สมบูรณ์ทุกประการ ไม่ได้ฝ่าฝืนกฎหมาย

จองคิวลงมติถอดถอน 14 ส.ค.

จากนั้นนายสุรชัยแจ้งต่อที่ประชุมว่ากระบวน การหลังจากนี้จะให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายแถลงปิดสำนวนทั้งด้วยวาจาและเอกสาร ขณะนี้มีผู้แจ้งขอแถลงปิด สำนวนด้วยวาจามาแล้วทั้งฝ่าย ป.ป.ช.และฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาคือ พรรคชาติพัฒนา นำโดย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และพรรคเพื่อไทย นำโดยนายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา และคณะอีก 8 คน ขอ แถลงสำนวนคดีเป็นหนังสือ ทั้งนี้ที่ประชุมได้นัดประชุม สนช. เพื่อฟังการแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาในวันที่ 13 ส.ค.และนัดลงมติในเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ส.ค.

ถอด “ธีระศักดิ์” พ้นที่ปรึกษา

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ สมาชิก สนช. ในฐานะโฆษก กมธ.กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ สนช. เปิดเผยภายหลังประชุมว่า กมธ.ได้พิจารณากรณีเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ประชุม กมธ.มีมติแต่งตั้งนายธีระศักดิ์ แสนวรางกูร เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กมธ. ตามที่พล.อ.องอาจ พงษ์ศักดิ์ สนช. เสนอ ซึ่ง พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธาน กมธ.ได้ลงนามแต่งตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ต่อมาภายหลังนายธีระศักดิ์ตกเป็นผู้ต้องหาพัวพันทุจริตโครงการรับจำนำข้าว แม้อัยการจะไม่สั่งฟ้อง แต่เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ใน กมธ. จึงมีมติให้นายธีระศักดิ์ พ้นจากตำแหน่งดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.เป็นต้นไป

ระทึก! ควันท่วมรถอดีต รมต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. ที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา 1 ได้เกิดเหตุระทึกมีควันพุ่งออกมาจำนวนมากจากฝากระโปรงรถเบนซ์สีฟ้าอ่อน รุ่นเอส 600 ทะเบียน ฆฎ 620 กรุงเทพมหานครและมีประกายไฟใต้ท้องรถ พร้อมกลิ่นเหม็นไหม้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาช่วยกันนำถังดับเพลิง และน้ำช่วยกันสกัดควันนานกว่าครึ่งชั่วโมง จึงสามารถควบคุมไว้ได้ ทราบภายหลังว่าเป็นรถของนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ และอดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีนายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย นั่งร่วมมาด้วย ที่เดินทางมาเข้าร่วมประชุมรับฟังการพิจารณาคดีถอดถอน 248 อดีตส.ส. ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากท่อไอเสียร้อน และน้ำมันเครื่องแห้ง ทำให้ระบบไฟฟ้าภายในรถลัดวงจร เนื่องจากรถติดแก๊ส

หมอชนบทไล่ปลัด สธ.ไม่เลิก

นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ปลัดสาธารณสุขตามเดิมว่า ช่วงที่ นพ.ณรงค์ไม่อยู่ การเดินหน้าของระบบสุขภาพ การทำงานของกระทรวงเดินหน้าด้วยดี และความขัดแย้งในสำนักงานหลัก ประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ก็ดีขึ้น หาก นพ.ณรงค์กลับมาแล้วปฏิบัติตามข้อตกลง 3 ข้อที่ให้กับนายกฯได้จริง ก็ไม่น่ามีปัญหา แต่หลายฝ่ายเห็นว่า ไม่น่าจะทำได้ จะเป็นปัญหาแน่นอน ส่วนที่ชมรมฯยื่นเรื่องต่อ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ให้ตั้งสืบสวนข้อเท็จจริง นพ.ณรงค์ กรณีการเบิกค่ารถประจำตำแหน่ง แต่ยังเบิกรถราชการมาใช้อีกนั้นทราบว่า ผลสอบเสร็จแล้ว พบว่าอาจมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง ในวันที่ 7 ส.ค. ชมรมฯจะเข้าพบ นพ.รัชตะ เพื่อสอบถามผลสอบว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงหรือไม่ ชมรมฯจะนำหลักฐานไปมอบให้ ป.ป.ช.ดำเนินการด้วย เพราะหลักฐานชัดเจนว่า สมัย นพ.ณรงค์เป็นอธิบดีกรมสุขภาพจิตได้ขอเบิกเงินค่ารถ แต่ยังใช้รถราชการอีก และเมื่อมาเป็นปลัดกระทรวงยังใช้รถหลวงต่อเนื่อง นำรถหลวงมาดัดแปลงทำเบาะกว้างขึ้น ทำที่ใส่ถุงกอล์ฟและเสื้อ ผ้าด้านหลังรถ เป็นเรื่องที่ รมว.สาธารณสุขต้องดำเนิน การให้ชัดเจนโดยเร็ว เพราะเกรงว่าจะข่มขู่พยานและทำลายหลักฐาน

“ณรงค์” ลั่นขอก้าวข้ามความขัดแย้ง

วันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ให้ผู้แทนเชิญแจกันดอกไม้ประทานแก่ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (เป็นการส่วนพระองค์) เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสกลับมาปฏิบัติราชการที่กระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.ณรงค์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกชมรมแพทย์ชนบทเดินหน้าร้องเอาผิดต่อเนื่องว่า ไม่ขอออกความเห็น ขณะนี้ยึดงานเป็นหลัก เนื่องจากจะเกษียณในเดือน ก.ย.นี้ จึงอยากทำงานโดยก้าวข้ามความขัดแย้ง

สนช.ข้องใจมะกันคงไทยอยู่เทียร์ 3

ที่รัฐสภา นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงกรณีกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ประกาศจัดอันดับประเทศไทยไว้ในเทียร์ 3 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันว่า กมธ.ต่างประเทศสงสัยวิธีการพิจารณา ซึ่งไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงที่ไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาในช่วงที่ผ่านมา รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่มหามิตรอย่างสหรัฐฯมองข้ามความตั้งใจแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยอย่างจริงจังเมื่อเทียบกับประเทศอื่น อยากถามว่า สหรัฐฯใช้มาตรฐานใดจัดลำดับประเทศไทยในเรื่องนี้ นอกจากนี้ กมธ.ต่างประเทศทราบว่า วุฒิสภาสหรัฐฯเตรียมเปิดไต่สวนความไม่ ชอบมาพากลในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2558 ซึ่งอาจเกี่ยวโยงทางการเมือง ส่งผลให้การจัดลำดับไม่ชอบธรรม ย่อมบั่นทอนความน่าเชื่อถือของรายงานดังกล่าว ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ บางคนก็แสดงความไม่เห็นด้วย อยากให้สหรัฐฯพิจารณาตามความจริง

“สุภา” ลุ้น ป.ป.ช.ลงมติคดีบอร์ด ขสมก.

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่ส่วน น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.และนายสมบัติ ธรธรรม ที่ปรึกษา พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบและความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 กรณีการประกวดราคาให้เช่าเนื้อที่โฆษณารถโดยสารปรับอากาศ 1,109 คันโดยมิชอบ ในสมัยเป็นคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บอร์ด ขสมก.) ว่า ทราบว่าคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีดังกล่าว เตรียมสรุปข้อมูล เพื่อรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 13 ส.ค. ยืนยันว่า จะดำเนินการให้เสร็จก่อนที่คดีจะหมดอายุความในวันที่ 20 ส.ค.แน่นอน

กระทุ้งรัฐฟ้องแพ่งจำนำข้าว

น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แสดงความกังวลถึงเงินค่าธรรมเนียมวางศาลในการฟ้องทางแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า เงินวางศาลเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก ซึ่งคิดตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น เชื่อว่าคณะกรรมการที่รัฐตั้งขึ้นอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งในขณะนี้วงเงินความเสียหายเกิน 600,000 ล้านบาทแล้ว เพราะมีข้าวเน่าเพิ่มเติม ซึ่งรัฐบาลในฐานะผู้เสียหายต้องดำเนินการฟ้องร้อง

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่รัฐจะต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมวางศาลในการฟ้องแพ่ง คงไม่ถึงขั้นที่รัฐจะไม่มีเงินไปจ่ายค่าวางศาล ซึ่งเป็นหน้าที่กระทรวงการคลังว่า จะนำเงินจากไหนมาใช้เป็นค่าวางศาล ยืนยันว่า รัฐต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายโครงการจำนำข้าว ไม่ทำไม่ได้ ต้องดำเนินการว่า ใครต้องรับผิดชอบจำนวนเท่าใด

ไฟเขียวตั้ง “พงษ์นิวัฒน์” นั่ง อสส.

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเลือกบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับตำแหน่งอัยการสูงสุด โดยใช้วิธีการลงคะแนนลับ ผลปรากฏว่า ที่ประชุมเลือกนายไพรัช วรปาณี กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ และ พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ สมาชิก สปช. เป็นกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ และมีมติเห็นด้วยให้ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร รองอัยการสูงสุด และสมาชิก สนช. เป็นอัยการสูงสุด

มะกันเห็นชอบตั้งทูตสหรัฐฯคนใหม่

วันเดียวกัน นายแพทริค เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า @WPatrickMurphy ระบุว่า วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาให้การรับรองนายเกล็น ทาวเซนด์ เดวีส์ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยคนต่อไปแล้ว ขอแสดงความยินดีกับผู้บังคับบัญชาคนใหม่ ขณะที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯคนใหม่ ได้เขียนข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า @GlynTDavies ระบุว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากที่วุฒิสภาสหรัฐฯให้การรับรอง ตนและนางแจ็คเกอลีน เอ็ม เดวีส์ ภรรยา ตั้งตารอเดินทางไปประจำการที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ขอขอบคุณนายแพทริค เมอร์ฟีย์ ที่บริหารสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย อย่างเข้มแข็งและน่าชื่นชมตลอดเกือบ 1 ปี รู้สึกตื่นเต้นที่จะร่วมงานกับทีมยอดเยี่ยมในไทย

ศาลฎีกายกฟ้อง “ตู่” หมิ่น “เมธี”

ที่ศาล จ.พระนครศรีอยุธยา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช.ในฐานะจำเลยเดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา โดยศาลฎีกาพิจารณายกฟ้องนายจตุพร ในคดีหมิ่นประมาทนายเมธี อมรวุฒิกุล อดีต นปช. โดยมีประชาชนกว่า 20 คน มาให้กำลังใจ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากนายจตุพรขึ้นปราศรัยบนเวทีสนามกีฬากลาง จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวหานายเมธียักยอกเงินช่วยเหลือคนเสื้อแดง ต่อมานายเมธี ยื่นฟ้องศาลเมื่อวันที่ 3 พ.ค.54 ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาให้จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาท ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 50,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี

ประกาศใช้ พ.ร.บ.ภาษีมรดก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ.2558 โดยเหตุผลในการประกาศใช้ฉบับนี้ระบุว่า โดยที่การโอนถ่ายทรัพย์สิน โดยทางมรดกในปัจจุบันได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ไม่ว่าทรัพย์สินจะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม สมควรที่จะจัดเก็บภาษีตามสมควรจากการรับมรดกเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ โดยให้มีผลบังคับใช้ เมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ทั้งนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญอาทิ ผู้ได้รับมรดกจากเจ้ามรดก ไม่ว่าจะได้รับมาในคราวเดียว หรือหลายคราว ถ้ามรดกที่ได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละรายรวมกันมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท และให้มีการพิจารณาทบทวนมูลค่าภาษีมรดกทุก 5 ปี หากผู้ใดจงใจยื่นข้อความเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้