วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บรรยินบุกร้องปธ.ศาลฎีกาผู้พิพากษาแทรกแซงคดีชูวงษ์

บรรยินบุกร้องปธ.ศาลฎีกาผู้พิพากษาแทรกแซงคดีชูวงษ์

  • Share:
สอบผู้พิพากษา ชักใยคดี ‘ชูวงษ์’ จ่อจับ-โอนหุ้น

“สมยศ” อัดพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข อย่าเร่งสรุปสำนวนคดี ให้สืบสวน สอบสวนคดีเสี่ยชูวงษ์ อย่างละเอียด ตอบคำถามให้ได้ทุกข้อ ถ้าสั่งคดีไปแล้วคนอื่นหาหลักฐานใหม่มาได้ แสดงว่าตำรวจมือไม่ถึง ไม่ใช่มืออาชีพ ส่วนพี่สาวและทนายเสี่ยชูวงษ์หอบหลักฐานการโอนหุ้นไปให้กองปราบฯเพิ่มเติม ไม่สนเรื่องคู่กรณีร้องเรียน เพราะไม่มีใครช่วยอย่างที่ถูกกล่าวหา ขณะที่ พ.ต.ท.บรรยินเดินหน้าชน บุกยื่นหนังสือร้องเรียนประธานศาลฎีกา ในฐานะประธาน ก.ต. ให้ตรวจสอบผู้พิพากษาอาวุโสคนหนึ่งที่ประพฤติตัว ไม่เหมาะสม แทรกแซงกระบวน การยุติธรรมและทำผิดจริยธรรม เพราะสนิทสนมกับ ครอบครัวนายชูวงษ์มาก ยืนยันไม่กลัวถูกฟ้องกลับเพราะมีหลักฐานเป็นหนัง 2 ม้วนที่ใช้ยืนยันความผิด พร้อมพยานบุคคลยืนยัน

กรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 51 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะนั่งรถยนต์เลกซัส สีดำ แอลเอ็กซ์ 470 ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นคนขับและเกิดอุบัติเหตุชนต้นไม้ตรงข้ามซอย 61 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตสวนหลวง เสียชีวิต ต่อมาญาติตรวจสอบพบว่า นายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาทให้กับผู้หญิง 2 คนที่ญาติเชื่อว่าเป็นคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.บรรยิน จึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ให้สืบสวนคลี่คลายคดี จากการสอบสวน น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาวคนสนิทที่รับโอนหุ้นมูลค่าประมาณ 228 ล้านบาท จากนายชูวงษ์ ยอมรับว่า มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายและกำลังตั้งท้อง 7 เดือน ส่วน น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด ผู้รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ประมาณ 40 ล้านบาทให้การว่า มีความสัมพันธ์กับผู้ตายเช่นกัน ล่าสุดคดีโอนหุ้นคืบหน้าไปมากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ส.ค. นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง และนายเอนก คำชุ่ม ทนายความ นำหลักฐานเกี่ยวกับการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ก่อนเสียชีวิตที่เชื่อว่าถูกปลอม มามอบให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพิ่มเติม นายเอนกกล่าวว่า หลังจากครอบครัวนายชูวงษ์ไปยื่นหนังสือถึงแพทยสภา เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิต เนื่องจากผลการตรวจของนิติเวชไม่ได้ชี้ชัดถึงสาเหตุการเสียชีวิต ระบุเพียงว่าถูกของแข็งกระแทก จึงต้องการผลตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้ญาติได้ข้อสรุปที่ชัดเจนคลายข้อสงสัย อย่างไรก็ตาม ทราบว่า พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ จะไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม อ้างว่ามีผู้พิพากษาเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดี ส่วนตัวยืนยันว่าไม่มีผู้พิพากษาเข้ามาเกี่ยวข้อง และขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจใดก้าวล่วงได้

นายเอนกกล่าวอีกว่า ทางครอบครัวตรวจสอบพบว่า รายงานการตรวจศพของสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ระบุเดือนที่ส่งศพของนายชูวงษ์ผิด จากวันที่ 26 มิ.ย.58 แต่ทางนิติเวชลงวันที่ 26 ก.ค.58 เชื่อว่าอาจจะพิมพ์ผิด แต่ทราบว่ามีการแก้ไขเอกสารแล้ว ส่วนการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น ตนเห็นว่าเป็นไปตามพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่า ใครกระทำความผิดบ้าง เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน บก.ป.ไม่ขอออกความเห็น อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามว่าหลักฐานที่เตรียมมาสามารถนำไปเชื่อมโยงกับผู้ที่ถูกออกหมายจับได้หรือไม่ นายเอนกกล่าวว่า ตนเชื่อว่าเหตุมีมูลเพียงพอ พนักงานสอบสวนสามารถจะดำเนินการตามกฎหมายได้ อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยกดดันเจ้าหน้าที่ ทั้งในส่วนของท้องที่และกองปราบปราม เพียงแต่ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนในเรื่องการเข้าให้ปากคำพยานบุคคลหรือเอกสารหลักฐาน เราเชื่อมั่นตำรวจมาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าจะออกหมายจับแล้วถึงเชื่อ ขอชมเชยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในส่วนของ สน.อุดมสุขและกองปราบปราม และผู้บังคับบัญชาทุกท่าน

ด้านนางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีความเห็นอะไรในเรื่องของการออกหมายจับ อยู่ที่ตำรวจได้หลักฐานเพียงพอหรือไม่ เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนมากกว่า คงไม่ขอออกความเห็น เพียงแต่ว่าทางเรามีข้อข้องใจสาเหตุการเสียชีวิต ก็มาร้องเรียนให้สอบสวน หากสอบสวนแล้วได้ความประการใดไม่ขอออกความเห็น เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ส่วนกรณี พ.ต.ท.บรรยิน ที่จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม นางวันเพ็ญ กล่าวว่า เห็นว่าเปลี่ยนเรื่องทุกวัน ไม่มีความเห็นในคำพูดของ พ.ต.ท.บรรยิน เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวน เราจึงไม่ได้ให้ความสำคัญ ส่วนกรณีที่พูดว่า ตนมีที่ปรึกษาเป็นข้าราชการระดับสูงนั้น ยืนยันทุกครั้งที่มาร้องเรียนหรือมาดำเนินการใดๆจะมาพร้อมกับทนายความทุกครั้ง ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง อย่ามาถามตนว่ามีใครหรือไม่ ให้ไปถามคนพูดว่าเอามาจากไหน ที่ผ่านมาตนมีเพียงทนายความเท่านั้นที่เป็นที่ปรึกษา

มีรายงานแจ้งว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ หลังการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า การโอนหุ้นทั้ง 2 ครั้งก่อนที่นายชูวงษ์จะเสียชีวิตให้ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาว และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด มีความผิดปกติ แก้ไขสาระสำคัญในเอกสารการโอนหุ้นหลายอย่าง ภายในสัปดาห์นี้พนักงานสอบสวนจะเชิญพยานบุคคลซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่ดูแลหุ้นของนายชูวงษ์มาสอบปากคำอีกครั้ง และรอผลตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการจากกองพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับเอกสารการโอนหุ้น เบื้องต้นพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 2 คน คาดว่าจะสามารถขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้ภายในสัปดาห์หน้า

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข ไปสอบสวนประเด็นสาเหตุการตายเพิ่มเติมอีก 10 ประเด็น มีทั้งเรื่องทางเทคนิคและประเด็นอื่นๆที่เคยสอบสวนไปแล้วให้ละเอียด และประเด็นใหม่เพิ่มเติม รวมทั้งต้องเรียกพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังไม่สิ้นสงสัย โดยเร่งรัดให้คดีเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด การสรุปสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่สามารถทำได้ พนักงานสอบสวนยังแจ้งดำเนินคดี พ.ต.ท.บรรยิน ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย คาดว่าในเร็วๆนี้จะสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ เนื่องจากพนักงานสอบสวนเหลือการสอบปากคำพยานอีกไม่กี่ปาก ด้านประเด็น การโอนหุ้นมีการประสานงานกับกองปราบปรามเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่ ส่วนกรณีที่ญาติของนายชูวงษ์พร้อมทนายยื่นหนังสือกับแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ว่า มาจากสาเหตุใด ทราบว่าแพทยสภา เพิ่งได้รับข้อมูลดังกล่าวอาจจะประสานข้อมูลกับ บช.น.ต่อไป

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง บอกไปแล้วว่ามีความผิดปกติในการโอนหุ้น และมีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้ จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ก่อนยื่นขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับ เพราะถ้ายื่นไปแล้วเกิดศาลไม่สามารถอนุมัติออกหมายจับ เนื่องจากเหตุผลพยานหลักฐานไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดความเสียหายหรือข้อครหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เพราะฉะนั้นเรื่องเวลาไม่ต้องไปกังวล อาจจะใช้เวลา 3 วัน 5 วัน หรือเป็นอาทิตย์ แต่ตนเชื่อว่าข้อมูลหลักฐานที่พนักงานสอบสวน บก.ป.นำมาชี้แจงต่อที่ประชุมสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้

“ส่วน สน.อุดมสุข ผมย้ำว่าให้ทำทุกอย่างให้ครบถ้วนจบสิ้นกระบวนการ จึงเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนเพิ่มเติม ผมบอกว่าตำรวจมีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีนี้ แต่ไม่สามารถหาพยานหลักฐานต่างๆมายืนยันหรือตอบข้อสงสัยของสังคมได้ ถ้าเกิดครอบครัวนายชูวงษ์หาพยานหลักฐานมาได้ อย่างนี้บอกได้เลยว่าเสียหาย ผมบอกตำรวจไปอย่างนั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องรีบร้อนสรุปสำนวน ไม่ต้องห่วงเรื่องเวลา แต่ต้องทำทุกอย่างให้กระจ่าง ค้นหาพยานหลักฐานและสอบสวนให้ครบถ้วนทุกประเด็น เพราะถ้าสรุปคดีแล้ววันหนึ่งเขาไปได้พยานหลักฐานมาว่าไม่ใช่อย่างนั้น แสดงว่าตำรวจมือไม่ถึง ไม่ใช่มืออาชีพ ดังนั้นใครมาบอกให้สรุปไม่ต้อง จนกว่ามั่นใจแล้วว่าทำครบถ้วนแล้ว สิ่งที่ทำกันอยู่ไม่ใช่ทำเพื่อกลั่นแกล้ง ให้ร้ายหรือทำลายใคร แต่ต้องทำในสิ่งที่รับผิดชอบให้ถึงที่สุด แม้ พ.ต.ท.บรรยิน จะเป็นตำรวจก็ไม่คิดช่วยเหลือปกป้อง เพราะไม่สามารถเอาเกียรติยศชื่อเสียงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปปกป้องคนคนหนึ่ง มันเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีพยานหลักฐานที่จะบอกว่าผิด ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา อย่าคิดเอง ต้องคิดตามพยานหลักฐาน” ผบ.ตร.กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เดินทางไปที่ศาลฎีกา ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อขอยื่นหนังสือและเอกสารหลักฐานต่อนายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมและการทำหน้าที่ของผู้พิพากษาอาวุโสคนหนึ่ง โดยมีนายอิทธิ มุสิกะพงษ์ รองเลขาธิการประธานศาลฎีกาเป็นผู้รับหนังสือ พ.ต.ท.บรรยินกล่าวว่า ยื่นหนังสือให้สอบสวนเรื่องประพฤติตัวไม่เหมาะสมของผู้พิพากษาอาวุโสคนหนึ่ง พร้อมระบุรายละเอียดการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและผิดจริยธรรมไว้ทั้งหมด มีพยานบุคคลและยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูล แต่ให้เป็นหน้าที่ของ ก.ต.เป็นผู้ตรวจสอบ ผู้พิพากษาอาวุโสคนดังกล่าวสนิทสนมกับครอบครัวนายชูวงษ์มานาน ต้องไปถามเองว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร ตนเคยพบและพูดคุยกับผู้พิพากษาอาวุโสคนนี้ที่บริษัทนายชูวงษ์หลายครั้ง และการยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่กลัวว่าถูกฟ้องกลับ เพราะมีพยานหลักฐานที่มั่นใจ

พ.ต.ท.บรรยินกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ก่อนเสียชีวิตนั้น ไม่กลัวการถูกออกหมายจับ เพราะความจริงออกมาชัดเจนอยู่แล้วว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง การจะออกหมายจับใครต้องมีหลักฐานที่มั่นคง หากตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานไม่รัดกุมอาจสะท้อนกลับไปที่ตัวเจ้าหน้าที่เองได้ ส่วนการตั้งข้อสังเกตเรื่องรถยนต์คันเกิดอุบัติเหตุว่า ตนขอรถจากตำรวจกลับไป และนำมาคืนในวันต่อมา ขอชี้แจงว่า พนักงานสอบสวนแจ้งตนว่า ตรวจสอบรถเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเรียกบริษัทยกรถไปซ่อม แต่ยังไม่ทันข้ามวันเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า จะขอตรวจสอบรถอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงนำรถกลับมาส่งคืนทันที ยืนยันว่าช่างที่อู่รับซ่อมรวมถึงตัวเองยังไม่ได้แตะต้องรถ ต่อข้อถามว่า ญาตินายชูวงษ์ยื่นเรื่องร้องเรียนหลายที่เป็นกังวลหรือไม่ พ.ต.ท.บรรยินกล่าวว่า ไม่กังวล เพราะความจริงหลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนนี้ตนมีหลักฐานพร้อมถ้าไม่มั่นใจก็ไม่มา ไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่บริษัทครอบครัวชูวงษ์จะทราบว่า เป็นใคร ถ้าครอบครัวนายชูวงษ์ยังไม่ลบภาพขอให้นำมาเปิดเผย หรือจากภาพถ่ายในงานศพ ถ้าย้อนไปดูจะรู้ว่าเป็นใคร หลังจากนี้ตนมีหนังม้วน 2 ที่จะนำออกมาเปิดเผยอีกว่า คนนั้นทำผิดอะไรบ้าง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้