วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใจที่ไม่เชื่อ

ใจที่ไม่เชื่อ

โดย เบี้ยหงาย
7 ส.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

กีฬาเราอยู่ในช่วงการดีอก ดีใจที่จะมีเงินก้อนใหญ่ไหลเข้าสู่ระบบ ถึงจะมาผ่านทางกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ. กีฬาฯ ใหม่ที่มีผลบังคับใช้ ในส่วนของเงินจากภาษีสุราและยาสูบ หรือที่ชอบเรียกกันว่า “ภาษีบาป” ร้อยละ 2 หรือราวๆ 3,700 ล้านบาทต่อปี

แม้ว่าตัวเงินจริงๆยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ แต่ก็สร้างความเริงร่า และคิดโน่นคิดนี่ไว้เตรียมใช้กันแล้ว

แต่จู่ๆ ก็มีประเด็นขึ้นมาจาก “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ที่อ้างถึงข้อเสนอ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้มีการปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคลังและงบประมาณ โดยจะไม่ให้นำเงินจากภาษีดังกล่าวมาอุดหนุนโดยตรง ซึ่งจะรวมถึงกองทุนพัฒนา การกีฬาแห่งชาติด้วย จะเปลี่ยนเป็นต้องขอความเห็นชอบจากสภาแทน

ฝันกันอยู่ดีๆ ก็สะดุ้งกันเป็นแถว

ยิ่งถ้าดูรายละเอียดของหลักการในการนำเงินภาษีสุราและยาสูบมาอุดหนุนนั้น ไม่ได้เป็นการหักเงินออกจากภาษีที่บริษัทเหล้าบุหรี่เสียให้กับภาครัฐ แต่เป็นการเก็บเพิ่มมาอุดหนุน ยิ่งต้องงงหนักไปอีกว่า รัฐไม่ได้เดือดร้อน แต่ฝั่งที่ได้ประโยชน์กลับเป็นบริษัทเหล้าบุหรี่ไปซะงั้น!

แล้วมุมไหนที่เป็นข้อกังวล ทั้งๆที่ของเดิม ที่ผ่านๆมา รัฐก็ไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้กับการกีฬาของชาติมากมายนัก ได้เงินมาเพิ่มโดยไม่ต้องควัก ท่านผู้มีปัญญาเกี่ยวข้องในการวางหลัก วางเกณฑ์ ยังเห็นเป็นเรื่องเสียหายได้อย่างไร

หรือจะมุ่งใส่อีก 2 องค์กร ที่ใช้เงินจากภาษีบาปก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น สสส. หรือไทยพีบีเอส แต่มันก็ดูจะเหมารวมเข่งกันไปนิด และก็ไม่น่าจะมีเหตุผลเพียงพอ

คงมีเพียงประเด็นเดียวที่นำไปสู่ความกังวล

นั่นคือความไม่เชื่อ!

ไม่เชื่อว่าจะใช้เงินอย่างถูกต้อง เหมาะสมและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่เชื่อว่าจะใช้เงินอย่างบริสุทธิ์ ผุดผ่อง ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน

หรือชี้นิ้ว ปักใจกันไว้ล่วงหน้าว่ามันต้องมีการ “โกง” กันอย่างแน่นอน

นั่นจึงยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความ “ไม่เชื่อ” ที่ฝังแน่น ไม่เชื่อทั้งคนที่จะใช้ และที่สำคัญกว่าคือ ไม่เชื่อทั้งกระบวนการตรวจสอบ!

ไม่ว่าจะเป็นยุคประชาธิปไตย ที่มีการเลือกตั้ง หรือจะเป็นยุคพิเศษ ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ มีการตั้งผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นคนดี เข้ามาดำรงอยู่ในกลไกต่างๆได้อย่างอิสระ

แค่ความ “ไม่เชื่อ” ก็ไม่เสื่อมคลาย

เมื่อสังคมยังมากด้วยความ “ไม่เชื่อ” และ “ไม่ไว้ใจ” จะเขียนรัฐธรรมนูญ หรือออกกฎหมายใดๆ ก็เสี่ยงต่อความผิดเพี้ยน หลงทาง จนอาจจะเป็นตัวฉุดรั้งไม่ก่อให้เกิดสิ่งที่ดีกว่า

ซึ่งมันไม่เป็นผลดีต่อการปฏิรูปใดๆทั้งสิ้น...


“เบี้ยหงาย”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้