วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พาณิชย์ หั่นเป้าส่งออกปีนี้ติดลบ 3% เหตุ ศก.โลกไม่ฟื้นตัว

พาณิชย์ หั่นเป้าส่งออกปีนี้ติดลบ 3% เหตุ ศก.โลกไม่ฟื้นตัว

  • Share:

กระทรวงพาณิชย์ หั่นเป้าส่งออกปีนี้เป็นติดลบ 3% จากปีก่อน จากเป้าเดิมที่ตั้งไว้ขยายตัว 1.2% เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เผย เสี่ยงติดลบเพิ่มขึ้น หากส่งออกได้ไม่ถึงเดือนละ 19,000 ล้านเหรียญฯ

นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้พิจารณาปรับลดประมาณการ มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในปี 58 ใหม่เป็นขยายตัวติดลบ 3% มูลค่า 220,698 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากเป้าเดิมที่ตั้งไว้ขยายตัว 1.2% มูลค่า 230,304 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใต้สมมติฐาน ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเฉลี่ย 60 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ค่าเงินบาท 35 บาทต่อเหรียญฯ และราคาสินค้าเกษตรยังไม่ปรับตัวดีขึ้น โดยการปรับลดเป้าหมายการส่งออกดังกล่าว ทำให้มูลค่าการส่งออกหายไป 6,826 ล้านเหรียญฯ จากปี 57 ที่ได้ 227,519 ล้านเหรียญฯ และน่าจะเป็นการตั้งเป้าประมาณการส่งออกติดลบเป็นครั้งแรกของไทย

"ถ้าจะทำให้มูลค่าการส่งออกไทย ขยายตัวลดลง 3% ตามเป้าหมาย ในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ ต้องผลักดันให้มีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 19,000 ล้านเหรียญฯ แต่ถ้าได้มากกว่านี้ จะติดลบน้อยลง หรือถ้าได้มูลค่าน้อยกว่านี้ ก็จะติดลบเพิ่มขึ้น แต่กระทรวงฯ เชื่อว่าตัวเลขที่ประเมินนี้ น่าจะใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว แต่ยังดีที่แม้มูลค่าส่งออกเราลดลง แต่ส่วนแบ่งตลาดในบางตลาดเรายังรักษาไว้ได้ แต่เมื่อไรที่เศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าฟื้นตัวดีแล้ว เราจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในตลาดต่างๆ ให้มากขึ้นได้อีกแน่นอน”

สำหรับปัจจัยที่ทำให้กระทรวงพาณิชย์ ต้องปรับลดประมาณการเป้าหมายการส่งออกใหม่ เพราะเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจคู่ค้า ไม่ได้ฟื้นตัวเร็วอย่างที่คาดการณ์ไว้ ทำให้หลายประเทศมีการนำเข้าที่ลดลง ประกอบกับราคาน้ำมันในช่วงครึ่งปีแรกเฉลี่ย 57 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล หรือลดลงครึ่งหนึ่งจากปีก่อน คาดจะยังคงทรงตัวในระดับนี้ไปจนถึงสิ้นปี ขณะที่ราคาสินค้าเกษตร ทรงตัวในระดับต่ำ นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่มยานยนต์และส่วนประกอบ ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 11% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด มีมูลค่าการส่งออกลดลงจากการปรับเปลี่ยนรุ่นของการผลิต โดยเฉพาะรถกระบะ ทำให้มูลค่าการส่งออกหายไปมากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะกลับมาเป็นบวกได้ในอีก 2-3 เดือน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามแผนผลักดันการส่งออกที่กำหนดไว้ ทั้งแผนยุทธศาสตร์หลัก และแผนยุทธศาสตร์เสริม เพื่อผลักดันยอดการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังให้กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยจะเน้นการเดินทางไปทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น เน้นตลาดสหรัฐฯ ยุโรป เอเชีย และเร็วๆ นี้จะเดินทางไปปากีสถาน และจีน เพื่อเจรจาขยายการค้าและผลักดันการส่งออกสินค้าไทย

นายสมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่ในระดับกว่า 35 บาทต่อเหรียญฯ มีผลดีต่อการส่งออกแน่นอน แต่ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที บางสินค้าอาจจะเริ่มเห็นผลในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า คาดว่าเงินบาท จากนี้ไปเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 35 บาทต่อเหรียญฯ และจะทำให้สินค้าไทยแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ดีขึ้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้