วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค. ต่ำสุดรอบ 14 เดือน

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค. ต่ำสุดรอบ 14 เดือน

  • Share:

ม.หอการค้าไทย เผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการลดลงเป็นเดือนที่ 7 โดยดัชนีเชื่อมั่น ก.ค. 58 ต่ำสุดในรอบ 14 เดือน หลังผู้บริโภคเห็นเศรษฐกิจไทยแย่สุดในรอบ 43 เดือน นับจากน้ำท่วมใหญ่ปี 54 คาดความเชื่อมั่นใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว ส่วนวันแม่ปีนี้เงินสะพัด 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เหตุราคาสินค้าแพงขึ้น

วันที่ 6 ส.ค. 58 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค. 58 ที่สำรวจจากประชาชนทั่วประเทศ 2,245 คนว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 โดยในเดือน ก.ค. 58 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 73.4 ลดจาก 74.4 ในเดือน มิ.ย. 58 ต่ำสุดในรอบ 14 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 54.8 ลดจาก 55.9 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตอยู่ที่ 80.5 ลดจาก 81.5 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 62.6 ลดจาก 63.8 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 68.6 ลดจาก 69.4 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 88.8 ลดจาก 90.0

สำหรับปัจจัยลบที่ทำให้ดัชนีทุกรายการลดลง ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ลงเหลือ 3.0% จากเดิมคาดโต 3.7%, ราคาพืชผลทางการเกษตรต่ำเมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงภัยแล้ง ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง และรายได้เกษตรกรลดลง จนกำลังซื้อในต่างจังหวัดขยายตัวไม่มากนัก ขณะเดียวกัน ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของประเทศกรีซ ที่ยังป่วนตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก หากยืดเยื้อจะก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ได้, มูลค่าการส่งออกในเดือน ก.ค. 58 ลดลง 7.87%, ค่าเงินบาทอ่อนค่า สะท้อนถึงมีเงินตราต่างประเทศไหลออกสุทธิ, ผู้บริโภคกังวลค่าครองชีพและราคาสินค้าสูง และรู้สึกว่ารายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

“จากการสำรวจประชาชนมากกว่า 50% มองว่าเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค. 58 แย่สุดในรอบ 43 เดือนนับตั้งแต่ไทยเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 54 ประกอบกับ ช่วงที่ผ่านมา ไทยมีปัญหาภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ รายได้เข้ากระเป๋าน้อยลง จึงไม่แปลกที่ประชาชนมองว่าค่าครองชีพสูง ทั้งๆ ที่ร้านค้าพยายามจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม แต่เมื่อไม่มีเงิน ก็ทำให้ประชาชนมองว่าสินค้ายังแพงอยู่ดี” นายธนวรรธน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสัญญาณความเชื่อมั่นผู้บริโภคใกล้จุดต่ำสุดแล้ว และที่สำคัญรัฐบาลเริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 6 มาตรการ ซึ่งคาดว่าจะมีเงินเข้าสู่ในระบบประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยดึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้ และจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเกิน 3% จากปัจจุบันที่ศูนย์ฯ ประเมินเศรษฐกิจขยายตัว 2.5-2.9%

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึง การสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงวันแม่ปีนี้ว่า คาดจะมีมูลค่าการใช้จ่ายอยู่ที่ 12,245.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.61% จากปีก่อน เพราะราคาสินค้าแพงและค่าครองชีพสูง ทำให้การใช้จ่ายสูงขึ้น โดยการใช้จ่ายส่วนใหญ่ เช่น พาแม่ไปทานข้าว เฉลี่ยอยู่ที่ 1,651.83 บาท พาลูก/ครอบครัวไปทานข้าว 2,388.24 บาท ทำกิจกรรมร่วมกัน 1,356.69 บาท พาแม่ไปทำบุญ 1,684.07 บาท พาแม่ไปทำกิจกรรมอื่นนอกบ้าน 1,171.48 บาท พาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ 83,590 บาท เป็นต้น

ส่วนเมื่อถามถึงการติดตามข่าวกิจกรรม “ไบค์ ฟอร์ มัม หรือปั่นเพื่อแม่” พบว่า ประชาชนกว่า 70% ให้ความสนใจมากที่สุดถึงปานกลาง และมีประชาชน 45.1% จะเข้าร่วมขี่จักรยาน ส่วนการใช้จ่ายในการร่วมกิจกรรมนั้นพบว่า ประชาชน 68% จะมีการใช้จ่ายในการซื้อเสื้อไบค์ ฟอร์ มัม รองลงมาเป็นเป็นการซื้ออุปกรณ์ขี่จักรยาน, ซื้อรองเท้ากีฬาคู่ใหม่ และ ซื้อจักรยานคันใหม่ เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้