วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“รัฐธรรมนูญ” ไม่วุ่นแต่ยุ่งเพราะคน

“รัฐธรรมนูญ” ไม่วุ่นแต่ยุ่งเพราะคน

โดย สายล่อฟ้า
7 ส.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

แม้รัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์จะยังไม่เรียบร้อยในขั้นสุดท้าย พูดง่ายๆว่ายังไม่ทันได้เห็นเนื้อหาสาระว่าจะเป็นอย่างไร แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์รัฐธรรมนูญกลับเดินไปไกลถึงขั้นว่าจะ

คว่ำกันเลยทีเดียว ไม่ต่างไปจากยังไม่เห็นกระรอกก็โก่งหน้าไม้กันแล้ว

นั่นเพราะอะไร...

คำตอบก็คือ การนำร่างรัฐธรรมนูญไปเป็นเงื่อนไขทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของ สปช.บางกลุ่มบางฝ่ายที่พอจะแยกแยะออกมาได้ดังนี้

1.ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาสาระโดยยึดหลักการของตัวเองเป็นตัวตั้ง เมื่อไม่เป็นดังที่คิดก็พยายามเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้ผ่าน สปช.

2.ฝ่ายที่ต้องการให้รัฐธรรมนูญผ่านก็เพราะพอใจกับเนื้อหาสาระก็ต้องการให้ผ่านเพื่อให้เป็นไปตามโรดแม็ปของ คสช. ซึ่งจะสอดคล้องกับความต้องการของนักการเมืองและพรรคการเมืองเพราะจะทำให้การเลือกตั้งเร็วขึ้น

3.ฝ่ายที่ต้องการคว่ำรัฐธรรมนูญด้วยการอ้างเหตุผลต่างกันไป เช่น ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาสาระ ไม่เห็นด้วยเพราะต้องการให้รัฐบาล คสช.คงอำนาจต่อไปเพื่อปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

และยังมีพวกที่ใช้เหตุผลซ่อนเร้นเพื่อเอาใจ คสช. โดยหวังว่าหากทำเช่นนั้นแล้วจะทำให้ คสช.พอใจเป็นการเอาใจเพื่อต้องการจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป

ใช้ทฤษฎีสมคิดเพื่อจะได้มีตำแหน่งควบคู่กับการสืบทอดอำนาจต่อไปของ คสช.

ปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นล้วนสะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการปล่อยข่าวว่ามีนักการเมืองพยายามล็อบบี้ สปช.เพื่อให้ผ่านรัฐธรรมนูญ ความเคลื่อนไหวในการล่าชื่อ สปช.เพื่อให้คว่ำ รัฐธรรมนูญ

ทั้งๆที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร

อย่างไรก็ตาม วิป สปช.ได้มีการประชุมและได้กำหนดวันลงมติคร่าวๆคือวันที่ 7 ก.ย.58 โดยจะต้องใช้เสียง 125 เสียงจากยอด 249 เสียง จึงจะผ่านได้ โดยให้ กมธ.ยกร่างที่มาจาก สปช.และจะใช้วิธีการลงคะแนนแบบเปิดเผยขานชื่อแต่ละคน

วันที่ 10-11 ส.ค. จะมีการพิจารณาวาระการปฏิบัติรูปช่วงสุดท้ายรวมถึงการปฏิรูปตำรวจเพิ่มเติมเพื่อนำเสนอให้รัฐบาลนำไปพิจารณา

นอกจากนั้นวันที่ 17-21 ส.ค. จะมีประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องการตั้งคำถามเพิ่มเติมพ่วงในการทำประชามติว่าจะเป็นเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

เบื้องต้นมีความเห็นแตกเป็น 2 ส่วนคือ เห็นด้วยว่าควรจะตั้งคำถามเพิ่มเติมเพราะเห็นว่าการทำประชามติรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณถึง 3,000 ล้านบาท ก็ควรจะให้ตั้งคำถามเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจ

อีกฝ่ายไม่เห็นด้วยเพราะจะทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นมาอีก โดยเฉพาะประเด็นปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง 2 ปี ที่จะต้องให้ ครม.ชี้ขาดในขั้นสุดท้ายอาจจะทำให้มีปัญหากับรัฐบาลและ คสช.รวมถึงจะกระทบต่อสถานการณ์การเมืองขึ้นมาอีก

นั่นคือทำให้เกิดความขัดแย้งและวุ่นวายทางการเมือง

เมื่อรูปการณ์ออกมาอย่างนี้ “รัฐธรรมนูญ” จะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองขึ้นมาได้ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ตาม

หาก สปช.ลงมติไม่เห็นชอบก็จะเกิดผลพวงตามมานั่นคือ สปช.
ต้องพ้นหน้าที่และเริ่มต้นกระบวนกันใหม่ทั้งหมดด้วยตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 21 คน เข้ามาทำหน้าที่แทน

รัฐบาล คสช.ก็จะได้สืบทอดอำนาจต่อไปโดยปริยาย

หากได้รับความเห็นชอบก็ต้องดูต่อไปว่า สปช.จะเพิ่มประเด็นในการทำประชามติว่าด้วยการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ว่ากันไปตามขั้นตอนคือทำประชามติเฉพาะประเด็นเดียว

แต่ถ้ามี “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ด้วย ลองนึกภาพดูก็แล้วกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้