วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยุทธศาสตร์ไทยเที่ยวไทย วิธีกระตุ้นเศรษฐกิจตัวจริง

ยุทธศาสตร์ไทยเที่ยวไทย วิธีกระตุ้นเศรษฐกิจตัวจริง

โดย ซูม
7 ส.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

ผมเห็นด้วยกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย 2558–2560 ที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันอังคารที่แล้วเป็นอย่างยิ่ง แม้จะยังไม่ทราบรายละเอียดอะไรมากนักเนื่องจากเป็นข่าวที่แถลงสั้นๆ โดยรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายหลังการประชุม

แต่อย่างน้อยก็ทราบว่าในยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทยในระยะ 3 ปี ที่กำหนดไว้นี้ได้วางเป้าหมายไว้ว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ได้ถึง 2.5 ล้านล้านบาทในปี 2560

ขณะเดียวกันก็จะมีแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มตั้งแต่ระดับนโยบาย ซึ่งจะมีคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เป็นองค์กรกำกับดูแลลงไปถึงระดับกลุ่มจังหวัดและระดับจังหวัด ซึ่งมีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวอยู่แล้ว

นอกจากนี้ในยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังคงสนับสนุน “ท่องเที่ยววิถีไทย” ให้เป็นวาระแห่งชาติไปจนถึงสิ้นปี 2559 และสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยว “12 เมืองต้องห้าม...พลาด” อันได้แก่ น่าน, ลำปาง, เพชรบูรณ์, เลย, บุรีรัมย์, ราชบุรี, จันทบุรี, ตราด, ชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช และสมุทรสงคราม ไปจนถึงปี 2559 เช่นกัน

ที่ผมเห็นด้วยและยกมือเชียร์ยุทธศาสตร์เรื่องท่องเที่ยว 3 ปี อย่าง สุดฤทธิ์ก็เพราะทุกครั้งที่ประเทศไทยเผชิญปัญหาเศรษฐกิจถดถอย หรือชะงักงันนั้น ยาสามัญประจำบ้านที่สามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยได้อย่างดียิ่งก็คือการท่องเที่ยวนี่แหละครับ

โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่จะดึงหรือจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างแดนเข้ามาเที่ยวเมืองไทยเรามากๆได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วหลายครั้งว่าสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้อย่างแท้จริง

แต่สำหรับยุทธศาสตร์ล่าสุดนี้นอกจากการชักชวนนักท่องเที่ยวต่างแดนแล้วยังเน้นนโยบาย “ไทยเที่ยวไทย” และ “ท่องเที่ยววิถีไทย” ควบคู่ไปด้วย เท่ากับเป็น 2 แรงแข็งขันที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เมื่อดำเนินการไปพร้อมๆกัน

ผมไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ด้านนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะเป็นอย่างไรบ้างเพราะช่วงหลังๆมีข่าวไม่ค่อยดีนักเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนไม่ทราบว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มลดลงบ้างหรือยัง

ขณะเดียวกันเศรษฐกิจโลกโดยรวมก็ไม่ค่อยสู่ดีเช่นกันน่าจะเป็นผล ให้นักท่องเที่ยวไกลๆจากยุโรปอาจจะลดลงไปด้วย

อย่างไรก็ตามเนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านเราหลายๆประเทศในอาเซียนมีกำลังซื้อดีขึ้นในระยะหลังๆ เช่น อินโดนีเซีย, เวียดนาม รวมถึงสิงคโปร์ และมาเลเซียที่ดีมานานแล้ว...ผมก็หวังว่ายุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่ว่านี้คงจะมีมาตรการมุ่งเน้นไปที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราเป็นพิเศษ เพื่อชดเชยนักท่องเที่ยวจากประเทศไกลๆที่อาจหดตัวลงดังกล่าว

ที่ถูกใจผมที่สุดและถือว่ารัฐบาลทำได้อย่างถูกต้องที่สุดคือนโยบายไทยเที่ยวไทยด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย รวมไปถึงการชักชวนให้ไปเที่ยว 12 จังหวัดห้ามพลาดจากปีนี้จนถึงปีหน้า

ผมได้เรียนท่านผู้อ่านอยู่เสมอๆว่าถ้าตัวเลขของสภาพัฒน์เป็นความจริง รายได้ประชาชาติโดยรวมของประเทศไทยจะอยู่ในมือของคนไทยส่วนน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ข้างบนอย่างมากมายมหาศาล

อย่างที่ทราบกันแหละครับว่าประเทศไทยมิได้ยากจนเลย แท้ที่จริงแล้วมีสตางค์พอสมควร แม้แต่ธนาคารโลกก็ยังจัดให้เป็นประเทศรายได้ปานกลางขั้นสูงมาหลายปีแล้ว

เพียงแต่สตางค์ที่ว่านี้ไปอยู่ในมือคนกลุ่มน้อยที่ว่านี้เสียเป็นส่วนใหญ่

ทำอย่างไรจะให้คนกลุ่มน้อยเหล่านี้ใช้เงินในประเทศไทยแทนที่จะนำไปใช้เมืองนอก และทำอย่างไรจะให้คนกลุ่มน้อยที่มีเงินเยอะควักกระเป๋ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองของประเทศไทยด้วยการท่องเที่ยวทั่วไทยตามยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลประกาศไว้

ผมก็ขอถือโอกาสเชิญชวนพี่น้องประชาชนกลุ่มข้างบนที่มีเงินเหลือใช้ฝากธนาคารเอาไว้มากมายสะสมทรัพย์สินเอาไว้มากมายได้โปรดถอนเงินออกมาใช้เยอะๆนะครับ

ไปใช้เงินใน 12 จังหวัดห้ามพลาดที่รัฐบาลเอ่ยชื่อหรือจะไปจังหวัดอื่นๆที่มิได้เอ่ยชื่อก็สุดแต่ใจท่านเถิด ขอให้ไปก็แล้วกัน

ในความเห็นของผม...ยุทธศาสตร์ “ไทยเที่ยวไทย” นี่แหละครับคือยุทธศาสตร์ “ไทยช่วยไทย” ที่แท้จริงและจะได้ผลมากกว่าการกระตุ้นของภาครัฐบาลเสียด้วยซ้ำ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้