วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จ่อเพิกถอน นส.3 รุกทะเลสาบ 1 พันไร่

จ่อเพิกถอน นส.3 รุกทะเลสาบ 1 พันไร่

  • Share:

จากกรณีมีบริษัทแห่งหนึ่งเข้าไปแผ้วถางป่าเสม็ดในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา บ้านท่าเนียน หมู่ที่ 3 ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูนจ.พัทลุง เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน โดยอ้างว่ามีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3 ก.) จำนวน23 ฉบับ เนื้อที่ 925-1-62 ไร่ ต่อมาวันที่ 4 ส.ค. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชมอบหมายให้นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า นายสา แสงสว่าง ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.พัทลุง ไปตรวจสอบนั้น

นายศักดิ์ดา ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า เปิดเผยว่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา มีเนื้อที่ 227,916 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ อ.สิงหนคร อ.สทิงพระ อ.กระแสสินธุ์ และ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และครอบคลุมพื้นที่ ต.เกาะหมาก ต.เกาะนางคำ ต.ปากพะยูน จ.พัทลุง สำหรับพื้นที่ที่ถูกบุกรุกเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar site) มีพันธุ์ไม้ในทะเลและริมทะเลสาบหนาแน่น อาทิ โกงกาง เสม็ดฯลฯ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า นกหายากและใกล้สูญพันธุ์ อาทิ นกกุลาขาว นกกระทุ่ง นกกระสานวล ฯลฯ ทางบริษัทใช้รถแบ็กโฮเข้าปรับพื้นที่เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันมีการตัดโค่นต้นเสม็ดเป็นจำนวนมาก วันที่ 16 ก.ค.2558 จนท.ได้แจ้งให้หยุดดำเนินการแต่บริษัทก็มิได้หยุดแต่อย่างใด จากการตรวจสอบเอกสารจากสำนักงานที่ดิน สาขาปากพะยูน พบว่า นส.3ก.น่าจะออกมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่าเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานส่งให้กรมที่ดินเพื่อเพิกถอน นส.3 ก. จำนวน23ฉบับดังกล่าวแล้ว พร้อมกับนำหลักฐานส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และส่งให้ สนง.อัยการจังหวัดพัทลุง เพื่อเพิกถอน นส.3 ทั้ง 23 ฉบับ และยื่นคำร้องขอต่อศาลขอคุ้มครองชั่วคราวให้บริษัทฯหยุดการดำเนินการใดๆที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลาต่อไป

ทางด้านนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง กล่าวว่า การบุกรุกที่ดินในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลาในครั้งนี้ นับเป็นการบุกรุกครั้งใหญ่ระดับประเทศสร้างความเสียหายอย่างยับเยิน ขณะนี้พื้นที่ป่าเสม็ดดังกล่าวได้ปรับยกร่องเตรียมปลูกปาล์มน้ำมันไปแล้วประมาณ 450 ไร่ อย่างไรก็ตาม วันที่6ส.ค.นี้ จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากสรุปได้ว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายก็จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้