วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่เน้นอาวุโส ตั้งผบ.ทบ.ใหม่  ‘บิ๊กโด่ง’แพลมไต๋ สิระท้าถ้าล้มรธน. ต้องคืนเงินเดือน

ไม่เน้นอาวุโส ตั้งผบ.ทบ.ใหม่ ‘บิ๊กโด่ง’แพลมไต๋ สิระท้าถ้าล้มรธน. ต้องคืนเงินเดือน

  • Share:

“บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก” ตบเท้าร่วมงาน 128 ปี จปร. “ธีรชัย” ชวน “ปรีชา” เม้าท์เรียกรอยยิ้ม “บิ๊กโด่ง”แพลมไต๋ตั้ง ผบ.ทบ.ใหม่ไม่เน้นเรื่องอาวุโส หรือรุ่น “ประยุทธ์” เมินกระแสคว่ำร่าง รธน. โต้ สปช.ไม่ให้ผ่านไม่เกี่ยวต่ออายุรัฐบาล ลั่นพร้อมพ้นเก้าอี้ตามโรดแม็ป “วิษณุ” ชั่งน้ำหนักมีดีมากกว่าเสีย ไม่มีเหตุผลที่จะถูกตีตกกลางกระดาน แต่ถ้าล้มตอนทำประชามติ เลือกตั้งต้องยืดไปปี 60 วิป สปช.เคาะ 7 ก.ย. วันลงมติร่าง รธน. “วันชัย” โอ่เสียงไม่เห็นชอบพุ่งขึ้นเรื่อยๆ มี 30 เสียงตุนในกระเป๋า “ไพบูลย์” ยื่นแล้วญัตติปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้ง “สิระ” แฉซ้ำคนจ้องป่วนยังไม่เลิกล็อบบี้ ท้าก๊วนโหวตคว่ำส่งเงินเดือน-สวัสดิการคืนหลวง นายกฯแจงสั่ง “หมอณรงค์” กลับ สธ.เพราะความผิดไม่ชัดเจน “วิษณุ” โบ้ยเจ้ากระทรวงสอบต่อข้อหา

ผิดวินัย ปลัด สธ.ปัดไม่ทราบ 3 เงื่อนไขคืนเก้าอี้

กรณีหลายฝ่ายจับตามองการพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยมองว่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความร้อนแรงทางการเมืองนั้น ล่าสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.ระบุว่าการเสนอรายชื่อ ผบ.ทบ.คนใหม่จะพิจารณาภาพรวมและความเหมาะสม ไม่เน้นเรื่องหลักอาวุโสและรุ่น

บูรพาพยัคฆ์พรึบงาน 128 ปี จปร.

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) จ.นครนายก มีการจัดพิธีงานวันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 128 ปี โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ซึ่งยังคงสวมเฝือกอ่อนที่ข้อมือด้านซ้ายอยู่ เดินทางมาถึงเป็นคณะแรกเมื่อเวลา 06.30 น. พร้อมเป็นตัวแทนนำคณะศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) สังกัดกระทรวงกลาโหม วางพานพุ่มประดับดอกไม้ถวายสักการะพระรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ก่อนจะเดินทางกลับ

“บิ๊กหมู” ชวน “บิ๊กติ๊ก” จ้อเรียกรอยยิ้ม

ต่อมานายทหารชั้นผู้ใหญ่ทยอยเดินทางมาถึงบริเวณพิธีพร้อมตั้งแถวรอรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บริเวณหน้าห้องรับรองภายในกองบัญชาการโรงเรียนนายร้อย จปร. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์และรอง ผบ.ทบ. รวมถึง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช และ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ที่ถูกจับตาเป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ.ยืนใกล้ชิดกัน โดยทั้งคู่มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้พูดคุยหรือทักทายกัน ท่ามกลางกระแสข่าวการชิงตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนใหม่ที่จะมีการพิจารณาแต่งตั้งในเร็วๆ นี้ จนกระทั่งผู้สื่อข่าวเอ่ยปากแซวว่า “จะไม่ยิ้มกันเลยเหรอไง”

จากนั้น พล.อ.ธีรชัยได้มองเห็นเฮลิคอปเตอร์ของนายกฯกำลังจะลงจอดจึงหันไปพูดคุยกับ พล.อ.ปรีชาและ พล.อ.ฉัตรชัยที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงประสบการณ์นั่งเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกขณะลงจอดจนสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมสนทนามากขึ้น จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ลงจากเฮลิคอปเตอร์พร้อมเดินเข้ามากล่าวทักทายก่อนจะสอบถาม พล.อ.ฉัตรชัย ถึงปัญหาการส่งออกข้าว

“บิ๊กตู่” เตือนเลี่ยงปวดหัวอย่าอ่าน นสพ.

กระทั่งเวลา 08.50 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่วางพานพุ่มประดับดอกไม้ถวายสักการะพระรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ ศาลาวงกลม ก่อนจะเดินทักทายทหารชั้นผู้ใหญ่และกำลังพลอย่างใกล้ชิดในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นเตรียมทหารรุ่น 12 (จปร.23) พร้อมทั้งกล่าวกับกำลังพลที่มาร่วมงานว่า “อย่าไปอ่านหนังสือพิมพ์ หรือดูโซเชียลมีเดียให้มากนัก เพราะฟังไปก็ปวดหัว แต่อยากให้ใช้ความคิดของตัวเองให้มากแทนจะดีกว่า” ทั้งนี้นายกฯได้เดินทางกลับทันที สำหรับปีนี้โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้จัดทำแสตมป์ที่ระลึกพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะเป็นทูลกระหม่อมฯอาจารย์ครบรอบ 35 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 10 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม จะเปิดมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เพื่อให้นายทหาร ข้าราชการ พลเรือน เข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 70 ปี

“บิ๊กโด่ง” ตั้ง ผบ.ทบ.ไม่เน้นรุ่น–อาวุโส

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ.กล่าวภายหลัง พล.อ.หญิง สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯมาร่วมงานวันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 128 ปีว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระเมตตามาร่วมงาน และพระองค์ท่านทรงสบายพระทัยที่ได้มาร่วมงานและทรงรับสั่งเรื่องต่างๆ ถึงแม้ว่าปีนี้พระองค์ท่านจะทรงเกษียณราชการตามระเบียบ แต่จะทรงเสด็จฯมาสอนนักเรียนรุ่นต่อๆไป และจะมีการไปทัศนศึกษาด้วย ในวันที่ 29 ก.ย. จะทรงเดินทางมาร่วมงานวันเกษียณอายุราชการของนายทหารระดับชั้นนายพล ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี พล.อ.อุดมเดชกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า จะต้องดูภาพรวมและความเหมาะสมทั้งหมด โดยจะไม่เน้นความอาวุโสหรือรุ่นแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (1) ตท. 14 เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. ขณะที่ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (2) ตท.15 เป็นน้องชายร่วมสายเลือดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. อย่างไรก็ตามทั้งสองคนได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่ไลน์ 5 เสือ ทบ. ในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.พร้อมกันในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2558 ที่ผ่านมา

“บิ๊กตู่” เมินกระแสคว่ำร่างรธน.

เมื่อเวลา 13.50 น. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกระแสข่าวสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บางกลุ่มจะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า คงไม่ได้อะไรถึงขนาดนั้น ทุกคนต่างมีความคิดเป็นผู้ใหญ่กันทั้งหมดแล้ว ถ้าจะไม่ผ่าน ก็น่าจะเป็นเรื่องของส่วนตัวบางบุคคล ตนคิดว่าบางทีเราไปวิตกกังวลมากไปหรือเปล่า บางคนเขาก็หวังดีพูดออกมา แล้วก็มีคนจับไปเป็นประเด็นก็ต้องระมัดระวัง สำหรับตนถือว่าอะไรยังไม่เกิดก็คือยังไม่เกิดอะไรขึ้น เมื่อถึงเวลาก็มีวิธีแก้ไขปัญหาของรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งมีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจน ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ต้องร่างใหม่ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนไม่ใช่ตนเป็นคนร่าง

โบ้ย รธน.ล่มไม่เกี่ยวต่ออายุรัฐบาล

เมื่อถามว่า มีการไปโยงว่าการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นการต่ออายุให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทำไมจะต้องต่อ และไม่เกี่ยวว่าจะเพื่อให้มีเวลาไปทำเรื่องการปฏิรูป ร่างรัฐธรรมนูญถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน ถ้าผ่านตนก็ต้องไปตามเวลา บอกแล้วว่าไม่ได้อยากอยู่นานๆ อยากทำงานให้เสร็จ ในระยะแรกและงานที่ทำจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง และใครก็ได้ที่มีเจตนาดีที่จะทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ถ้าไม่เริ่มแบบนี้ ไม่เริ่มทำตั้งแต่ที่รัฐบาลทำมามันก็คงสายเกินไป แต่ก็ไม่ได้ผูกขาดว่าจะต้องอยู่เป็นคนทำ ไม่ใช่เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถเพียงคนเดียวในประเทศไทย นักการเมืองเก่งๆก็เยอะ แต่ถ้าไปมุ่งเน้นการเมืองอย่างเดียวก็ไปไม่ได้ทั้งหมด เพราะไปด้วยกันไม่ได้ ทำอย่างไรให้นักการเมืองทั้งหมดมารวมกันและพูดคุยกันเสียที ไม่ใช่มัวมานั่งบอกว่าปรองดองไม่ได้ ทำไม่ได้ ในเมื่อเป็นคนไทยด้วยกันควรจะพูดคุยกันได้ เราทำเพื่อคนไทยวันนี้ ต้องไปด้วยกันก่อนจะได้หรือไม่ เมื่อถึงรัฐบาลหน้าจะมีการเลือกตั้ง ทุกคนก็ไม่ขัดแย้งกัน เดินหน้าประเทศไปพร้อมกับการมียุทธศาสตร์ชาติ ใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ทำงานไปตามนโยบายพรรค ตนจะนั่งดูเฉยๆ ถ้าทำตามที่เราทำไว้จะต่อเนื่องเชื่อมโยง ตนจะสบายใจ แต่ถ้าเขาไม่ทำ จะไปทำอะไรได้ เพราะตนไม่มีอำนาจวาสนาตรงนั้นอยู่แล้ว ทุกคนต้องยอมรับทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีต่อไปแล้วกัน

รอเวลาพ้นเก้าอี้ตามโรดแม็ป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ อย่าคิดว่าตนจะไปบังคับ ถ้าจะให้บังคับจริงๆ คงไม่ต้องมี สปช.หรือ สนช.เกิดขึ้นมา ตนเป็น คสช.อย่างเดียว บริหารด้วยอำนาจเต็มไม่ดีกว่าหรือ แต่ส่วนตัวคิดว่ามันต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา พยายามเอาอำนาจที่มีอยู่ให้คนอื่นไปใช้ แล้วพยายามใช้อำนาจพิเศษเพื่อให้ทุกคนมาใช้กฎหมายปกติในการทำงานให้ได้ ไม่ใช่มาขัดแย้งด้วยกฎหมาย ดังนั้น การปฏิรูปที่กำลังทำขณะนี้คือการแก้ไขปรับปรุงทุกอย่างให้ดีขึ้น ซึ่งยากกว่าการเริ่มใหม่ แต่การแก้ไขในสิ่งที่ล้มเหลว หรือปรับปรุงในสิ่งที่เกือบจะล้มไปแล้วนั้นมันยาก แต่ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง

เมื่อถามว่า แต่ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างไปตามกระบวนการจะทำให้การดำรงตำแหน่งของนายกฯต้องลุกออกไปเร็วขึ้น ยอมรับได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า แล้วทำไมตนจะรับไม่ได้ อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ตนเป็นคนนำขึ้นทูลเกล้าฯเอง จะไปฝืนสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ใครจะมาทำให้ตนก็ไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่คนไทยทุกคน สปช.เองต้องเคารพในกติกา อย่าลืมว่าวันนี้ สปช.ทั้ง 250 คนพูดเหมือนกันหรือไม่ ก็มีบางคนที่พูดด้วยความหวังดี บางทีก็ไม่มีเจตนา ดังนั้น ถ้าไปเอาทุกอย่างมาเป็นเรื่องเป็นราวทั้งหมดจะเละเช่นนี้ เอาตรงนี้ไปตีกับนักการเมือง เอานักการเมืองไปตีกับ กปปส. เราต้องแยกแยะการทำงานในส่วนของใครเป็นของใคร

จะฆ่าแกงกันอีกก็ไม่เกี่ยวแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า หากมองแล้วจะลุกออกจากเก้าอี้นายกฯไปได้อย่างง่ายๆ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “เมื่อถึงเวลา มันไม่ใช่ว่าจะลุกง่ายหรือไม่ง่าย แต่ถ้ามันจะต้องลุก ก็ต้องลุก ผมจะไปฝืนได้อย่างไร เพราะผมไม่ได้ต้องการอะไร และบอกไว้แล้วว่า ทำงานทั้งหมดก็เพื่อคน 70 ล้านคน ตัวผมเองไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย” เมื่อถามว่าหลายคนเป็นห่วงว่าหากนายกฯจะลุกออกจากตำแหน่งแล้ว จะไปแบบไม่สนิทใจเพราะงานหลายอย่างยังไม่สำเร็จลุล่วง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ก็ไม่ใช่เรื่องของตนแล้ว เป็นเรื่องของประชาชนทุกคนรวมถึงสื่อมวลชนที่ต้องไปช่วยกันทำให้ทุกอย่างมันสงบ ไม่ใช่ให้ตนมานั่งรักษาความสงบตลอดชาติเสียเมื่อไหร่ ถ้าตนไม่อยู่แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามันจะต้องฆ่ากันเพราะตนไม่อยู่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เพราะตนก็ต้องไป

หลังบ้านให้กำลังใจสู้งานตลอด

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.00 น. ภายหลังจากที่นางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคู่สมสรคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น ได้นำคณะเดินจากที่ประชุมตึกสันติไมตรีไปเยี่ยมชมตลาดนัดสินค้าชุมชน ริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่านายกฯได้บ่นถึงการทำงานว่าเหนื่อยหรือไม่ นางนราพรกล่าวว่า นายกฯเหนื่อย ส่วนเรื่องกำลังใจคงไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ให้ตลอดอยู่แล้ว

“วิษณุ” เชื่อไม่มีเหตุ รธน.คว่ำกลางทาง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีการล็อบบี้สมาชิก สปช.ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แลกกับการได้เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศว่า เท็จหรือจริงอย่างไรไม่รู้ เมื่อถามว่า ข่าวระบุถึงขั้นมีนายทหารที่ใกล้ชิดกับรองนายกฯท่านหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกไปต่อรอง นายวิษณุ กล่าวว่า บ้า ไม่ใช่ตน และตนไม่มีสิทธิคัดเลือกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้วย เวลานี้ยังไม่มีการคัดเลือก ยังเหลือเวลาอีกเป็นเดือน และถึงเวลานี้ก็ยังมองไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลอะไรที่จะทำร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน แม้จะไม่ใช่รัฐธรรมนูญในฝัน แต่ถือว่าได้ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำเยอะมาก ชั่งน้ำหนักแล้วมีส่วนที่ดีมากกว่าที่ใช้ไม่ได้ แต่จะบอกว่าดีทั้งหมดเลยคงไม่ใช่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯยังพูดเองเลยว่าถ้าเขียนคนเดียวคงไม่เขียนแบบนี้ทั้งหมด

ถ้าล้มตอนประชามติยืด ลต.ไปปี 60

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ที่มี สปช.บางคน เรียกร้องให้คว่ำร่างในชั้น สปช. ไม่มีความคิดเห็นไม่มีสิทธิโหวต แต่ในฐานะรัฐบาลถือว่าถ้าทุกอย่างเป็นตามครรลองควรให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี การเขียนรัฐธรรมนูญจะเอาแต่ใจเราคงไม่ได้ อย่างคำกลอนของท่านพุทธทาส ที่ระบุว่า “เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา จงเลือกเอาส่วนดีที่มีอยู่” หากทุกอย่างไปตามปกติ ไม่ไปล้มตรงไหน ประมาณ ส.ค.หรือ ก.ย.59 ก็จะเลือกตั้งได้ และหากจะล้มในขั้นตอน สปช.การเลือกตั้งก็ยังอยู่ในช่วงปี 59 แต่ถ้าล้มช่วง ม.ค.59 ในการทำประชามติ การเลือกตั้งก็จะช้าไปถึงปี 60” นายวิษณุกล่าว

ชง กกต.จังหวัดอยู่ต่อทำประชามติ

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนการดำเนินการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สัปดาห์หน้าจะนัดหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงบ ประมาณ เป็นครั้งที่ 2 เพื่อติดตามความคืบหน้าและความพร้อมด้านต่างๆ ทั้งการจัดเตรียมกระดาษ จำนวนงบประมาณ และความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ที่ขณะนี้ในส่วนของ กกต.จังหวัด หลายจังหวัดหมดวาระลง ซึ่งการทำประชามติต้องให้ กกต.จังหวัดทั้งประเทศเข้ามาดำเนินการ ทาง กกต.เตรียมความพร้อมตรงนี้อย่างไร จะใช้เจ้าหน้าที่ส่วนไหนทำหน้าที่แทน เพราะไม่อยากให้แต่งตั้ง กกต.จังหวัดใหม่ เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้มีการบัญญัติให้มี กกต.จังหวัด โดยตนจะเสนอให้ กกต.จังหวัดที่หมดวาระรักษาการต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับ กกต.ตัดสินใจ

วิป สปช.เคาะวันลงมติ รธน. 7 ก.ย.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิการกิจการวิสามัญ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) แถลงผลการประชุมวิป สปช.ว่า ที่ประชุมกำหนดพิจารณาวาระการปฏิรูปช่วงสุดท้ายในวันที่ 10-11 ส.ค. โดยจะพิจารณาวาระการปฏิรูปตำรวจเพิ่มเติม จากนั้นวันที่ 13 ส.ค. จะจัดแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี เรื่อง “สปช.รายงานประชาชน” พร้อมส่งรายงานพิมพ์เขียวการปฏิรูปทั้งหมดให้ ครม. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนกำหนดวันลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นกำหนดเป็นวันที่ 7 ก.ย. แต่นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ยังป่วยอยู่ สมาชิก สปช.เห็นควรรอให้นายเทียนฉายเห็นชอบอีกครั้ง โดยเสียงที่ใช้โหวตเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญต้องมีเสียง สปช. 125 คนขึ้นไป จากสมาชิก 249 คน การลงมติจะทำโดยเปิดเผย ใช้วิธีขานชื่อเป็นรายบุคคล ตามธรรมเนียมปฏิบัติของการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยวันลงมติจะไม่เปิดโอกาสให้อภิปรายเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญอีก ขณะที่ สปช.ที่เป็นคณะ กมธ.ยกร่างฯ 21 คนลงมติได้ รัฐธรรมนูญไม่มีข้อห้ามไว้

เสียงยังแตกตั้งคำถามประชามติ

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ส่วนการตั้งประเด็นคำถามประชามติของ สปช.จะนัดประชุมระหว่างวันที่ 17-21 ส.ค.วันใดวันหนึ่ง เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งจะมีการลงมติว่าจะเสนอให้มีคำถามประชามติจากสปช.หรือไม่ ถ้าสมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่าควรตั้งคำถาม จะให้สมาชิกเสนอคำถามได้อย่างอิสระ ไม่มีการ แปรญัตติ ก่อนจะนำคำถามทั้งหมดมาชี้ขาดในวันที่ สปช.ลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ สปช.มีความเห็นเป็น 2 แนวทาง คือ 1.ไม่ควรตั้งคำถาม เพราะเมื่อตั้งคำถามแล้วต้องส่งให้ ครม.พิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ บางประเด็นคำถามเป็นประเด็นร้อน เช่น เห็นด้วยกับการปฏิรูป 2 ปี ก่อนจัดการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหว มีสมาชิกห่วงว่าอาจกระทบต่อรัฐบาล และสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดี 2.ควรตั้งคำถาม เนื่องจากเห็นว่าหากต้องใช้งบ 3 พันล้านบาททำประชามติแล้ว ก็สมควรตั้งคำถามเพื่อให้ประชาชนตัดสิน ขณะนี้ทั้ง 2 แนวทางยังไม่ตกผลึก

20 สปช.ยื่นญัตติชงปฏิรูปก่อน ลต.

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงว่า ได้รวบรวมรายชื่อสมาชิกสปช. 20 คน ยื่นญัตติเสนอประเด็นคำถามให้มีการปฏิรูปประเทศ 2 ปี ก่อนจัดการเลือกตั้ง เป็นคำถามการทำประชามติในส่วนของ สปช. ต่อนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 37 วรรคสี่และห้า ที่ระบุว่าให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยแนบคำถามทำประชามติไปด้วย กรอบเวลา 2 ปี ให้เริ่มนับจากวันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า จะให้ประเทศเดินไปทิศทางใด เนื่องจากประชาชนมีความเห็นทั้งปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง และเลือกตั้งก่อนแล้วค่อยปฏิรูป ต่างมีเสียงสนับสนุนหลายล้านคน ควรยุติด้วยเสียงประชาชนทำประชามติ ถ้าเรื่องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไม่ผ่านประชามติ ตนจะไม่เคลื่อนไหวใดๆอีก ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้คว่ำรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นด้วยให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การทำประชามติ

อัดปฏิรูปของ รบ.ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

นายไพบูลย์กล่าวว่า ส่วนโรดแม็ปการปฏิรูปของรัฐบาลขณะนี้ ไม่สามารถปฏิรูปอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ ระหว่างการปฏิรูปมีการเร่งรัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วอยู่ตลอดเวลา แต่หากให้ปฏิรูปก่อน 2 ปี เป็น การกำหนดห้วงเวลาการทำงานชัดเจน ส่วนที่นายวันชัย สอนศิริ สปช.เสนอให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นความเห็นส่วนตัว แต่ความเห็นต่างถือเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย เชื่อว่า สปช.ส่วนใหญ่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน เพื่อเป็นผลงานร่วมกันของ สปช.และ กมธ.ยกร่างฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ สปช. 20 คน ที่ร่วมลงชื่อญัตติให้มีการปฏิรูป 2 ปี ก่อนเลือกตั้งเป็นคำถามการทำประชามตินั้น อาทิ พล.ร.อ.พระจุณณ์ ตามประทีป นายคุรุจิต นาครทรรพ นายมนูญ ศิริวรรณ นายสยุมพร ลิ่มไทย พล.อ.วรวิทย์ พรรณสมัย เป็นต้น

“วันชัย” เมินถูกรุมยำชี้นำโหวตคว่ำ

ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. กล่าวถึงกรณีสมาชิก สปช.ไม่พอใจ การพูดชี้นำเรื่องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า ในการประชุมวิป สปช.เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 ส.ค. ไม่เห็นมีสมาชิก สปช.คนใดมาสอบถาม และไม่เห็นมีใครไม่สบายใจกรณีดังกล่าว ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สปช.แต่ละคนในการตัดสินใจจะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่า หลังจากที่ สปช.เสร็จภารกิจวาระปฏิรูปประเทศแล้ว จะติดตามร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น หลังจากได้รับร่างรัฐธรรมนูญจาก กมธ.ยกร่างฯในวันที่ 22 ส.ค.แล้ว กมธ.ปฏิรูปการเมืองกับ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จะนำร่างรัฐธรรมนูญมาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อให้สังคมเห็นข้อดีข้อเสีย หากร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเมืองได้ เรื่องอื่นๆก็จะล้มเหลวไปด้วย สิ่งที่ กมธ.ทั้งสองคณะจะวิเคราะห์ไม่ใช่การชี้นำ เป็นแค่การชี้แจงข้อมูลให้ทราบ ไม่ได้บังคับให้ทำตาม

โอ่เสียงไม่เห็นชอบพุ่งขึ้นเรื่อยๆ

นายวันชัยตอบว่า แนวทางของตนกับนายไพบูลย์ใช้วิธีต่างกัน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันเรื่องการปฏิรูป ส่วนตัวเห็นว่าคำถามประชามติให้ปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้ง อาจทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม ฝ่ายการเมืองอาจคัดค้านได้ แต่แนวทางของตนประหยัดเวลา ไม่เสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง ทำให้รัฐบาลมีเวลาปฏิรูปบ้านเมืองเต็มที่ ส่วนกระแสข่าวการล่ารายชื่อ สปช.ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้มีความพยายามเช็กเสียงเห็นชอบและไม่เห็นชอบจากทั้ง 2 ฝ่าย แต่ถึงขนาดมาล่ารายชื่อให้เซ็นชื่อกันยังไม่มี ฝ่ายที่อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน แน่นอนว่าขณะนี้มี สปช. 21 คน ที่เป็น กมธ.ยกร่างฯ ส่วนที่ไม่เห็นชอบที่แน่นอนมี 30 เสียง คือ กมธ.ปฏิรูปการเมือง และ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แต่กระแสไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญดีขึ้นเรื่อยๆ การลงมติของสมาชิกคงไม่ได้ประเมินเพียงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่จะประเมินสถานการณ์การเมืองประกอบการตัดสินใจด้วย

“สิระ” ฉะแก๊งป่วนยังไม่หยุดล่าชื่อ

นายสิระ เจนจาคะ สปช.ด้านสังคม กล่าวว่า ขอยืนยันเรื่องการรวบรวมรายชื่อสมาชิก สปช.ให้ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแลกกับตำแหน่งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้นมีจริง ตอนนี้มี สปช.ลงชื่อแล้วกว่า 100 คน โดยกระบวนการเป็นลักษณะให้กลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง ราว 2-3 คน ทำหน้าที่ไปขอให้ สปช.ลงนามในกระดาษเปล่า ล่าสุดได้มีความพยายามอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าแม้จะถูกเปิดโปงไปแล้วแต่ยังดำเนินการต่อ ส่วนตัวไม่สนใจที่จะถูกเพื่อนสมาชิกมองไม่ดี ยืนยันตนไม่ได้ไปสัมพันธ์ ส่วนตัวกับ กมธ.ยกร่างฯ ดังนั้น ควรรอดูร่างรัฐธรรมนูญฉบับจริงในวันที่ 22 ส.ค.นี้ก่อนเพื่อความเป็นธรรม

ท้าคืนเงินเดือน–สวัสดิการเข้าหลวง

“ไม่เข้าใจคุณวันชัย สอนศิริ สปช.ที่ออกมาพูดว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่บอกเหตุผลว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ดีตรงไหน และทำไมไม่พูดสิ่งดีๆในร่างรัฐธรรมนูญบ้าง คิดแบบนี้มีอะไรอยู่ในใจหรือเปล่า อย่าลืมว่าก็เป็นสมาชิก สปช.ที่ทำคลอด กมธ.ยกร่างฯเหมือนกัน หากคุณเป็นสุภาพบุรุษ ผมขอท้าคุณวันชัยและสมาชิก สปช.คนไหนที่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการคืนเงินเดือนและสวัสดิการที่ได้ระหว่างเป็น สปช.ที่ เป็นภาษีของประชาชน หรือจะมีวิธีรับผิดชอบอย่างไรกับเงินและเวลาที่เสียไป ผมขอประกาศว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำ ผมจะคืนเงินทุกบาทให้กับประเทศ” นายสิระกล่าว

“มาร์ค” จี้ รบ.แจงให้ชัดจะปฏิรูปอะไร

เมื่อเวลา 09.30 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายแทนคุณ จิตต์อิสระ และอดีต ส.ก.ของพรรค เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 51 ปี เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ย้อนหลังให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ บรรดานักการเมืองส่วนใหญ่ได้ส่งแจกันและกระเช้าดอกไม้มาอวยพรตั้งแต่วันที่ 3-4 ส.ค.ที่ผ่านมา อาทิ นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ชาติไทยพัฒนา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญว่า คณะ กมธ.ยกร่างฯควรต้องเปิดเผยรายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้ประชาชนรับทราบ ก่อนจะส่งไปให้ สปช.วันที่ 22 ส.ค. ให้ประชาชนศึกษารายละเอียด ส่วนกระแสข่าว สปช.จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิของ สปช. ส่วนกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปประเทศให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งนั้น รัฐบาลจะพิจารณาขยายเวลาการทำงานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับภารกิจการปฏิรูปประเทศ จะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ไม่สำคัญ แต่ต้องกำหนดรายละเอียดภารกิจของการปฏิรูปในส่วนของรัฐบาลให้ชัดเจน มิฉะนั้นจะกลายเป็นการปฏิรูปเพียงวาทกรรม

ย้ำ ปชป.–กปปส.เป้าเดียว แยกกันเดิน

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวอีกว่า ยืนยันว่าการปฏิบัติงานของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความเกี่ยวข้องกับมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯแน่นอน เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.ยืนยันแล้วว่าจะไม่กลับมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์และมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ยังมี เป้าหมายเหมือนกัน คือการปฏิรูปประเทศเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยและแก้ไขปัญหาที่มี

ซัด สปช.หวังผลหาเสียง ส.ว.ล่วงหน้า

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำงานของ สปช. ว่าตนมองว่า สปช.หลายคนเดินหาเสียงเหมือนต้องการจะเป็น ส.ว.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ถึงขนาดขึ้นป้ายคัตเอาต์หาเสียงในพื้นที่ แทนที่จะเร่งพัฒนาหรือทำงานด้านการปฏิรูป กลายเป็นวางแผนเพื่อจะเป็น ส.ว.ในอนาคต นี่เป็นการทำเพื่อตัวเอง แต่ก็ไม่ได้เหมารวมถึง สปช.ทุกคน เพราะส่วนใหญ่ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ ดังนั้นหากมีการจัดตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศก็ต้องแก้ไขจุดอ่อนนี้ให้เหมาะสมด้วย

กกต.เร่งออกประกาศประชามติ

นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างประกาศและระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการออกเสียงประชามติของสำนักงาน กกต.ว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือร่างประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาว่าด้วยการออกเสียงประชามติ คาดว่าการประชุมวันที่ 11 ส.ค. จะพิจารณาเรื่องนี้ อีกส่วนคือระเบียบว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของอนุคณะกรรมการยกร่างระเบียบการออกเสียงประชามติ หลัง กกต.พิจารณาร่างประกาศดังกล่าวเสร็จสิ้นจะส่งเรื่องให้ สนช.ให้ความเห็นชอบ แต่หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประกาศประชามตินี้ก็ต้องตกไปใช้ไม่ได้อีก

สนช.จัด 3 งานตีปี๊บผลงาน 1 ปี

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะ กมธ.วิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) แถลงว่า จะจัด 3 งานเพื่อสรุปผลงาน 1 ปี ของ สนช. คือ 1.งานดินเนอร์ทอล์ก “1 ปี สนช.ประเทศไทยเดินหน้าสู่ความยั่งยืน ขอจงมั่นใจและศรัทธา” วันที่ 25 ส.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 18.30-21.30 มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวเปิดงาน จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายวิรไท สันติประภพ ว่าที่ผู้ว่าการ ธปท.เป็นองค์ปาฐกถาพิเศษ ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย 2. วันที่ 9 ก.ย. เวลา 10.00-11.00 น. นายพรเพชร พร้อมนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 และนายพีรศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ร่วมแถลงผลงาน สนช.ครบรอบ 1 ปี ที่รัฐสภา 3.วันที่ 18-20 ก.ย. สนช.จัดงานสัมมนาวางแนวทางการทำงานปีต่อไป ที่โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จ.ชลบุรี ที่ผ่านมาประชาชนสับสนระหว่าง สนช.และ สปช. ซึ่งมีสมาชิกใกล้เคียงกัน ไม่ทราบว่าสนช.ทำหน้าที่มีผลงานอะไรบ้าง ผ่านกฎหมายใดบ้างจึงต้องพูดคุยว่าจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างไร

ป.ป.ช.เพิ่มมือสอบสวน 300 คน สู้คดีอืด

ที่โรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ต จ.เชียงราย สำนักงาน ป.ป.ช. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ประสานพลังการสื่อสาร เพื่อการขับเคลื่อนเครือข่ายต้านการทุจริตในระดับจังหวัด” โดยนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในส่วนคดีทุจริตที่มีการร้องเรียนในพื้นที่ภาคเหนือ ปีงบประมาณ พ.ศ.2558 มีทั้งหมด 1,165 เรื่อง ส่วนใหญ่ร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และความผิดเกี่ยวกับการเรียกสินบน ยักยอกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสาร จังหวัดที่มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุดได้แก่ จ.นครสวรรค์ 176 เรื่อง รองมาคือ เชียงใหม่ 150 เรื่อง ทั้งนี้ ป.ป.ช.จะเร่งดำเนินการคดีที่ค้างอยู่ทั้งหมดในขั้นตอนไต่สวนข้อเท็จจริง และขั้นตอนแสวงหาข้อเท็จจริง โดยในส่วนการแสวงหาข้อเท็จจริงจะให้ ป.ป.ช.จังหวัดแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อให้การทำคดีเร็วขึ้น นอกจากนี้ ป.ป.ช.กำลังอบรมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตำแหน่งพนักงานสอบสวนชุดใหม่ประมาณ 300 คน เพื่อกระจายไปอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทำหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริงตามที่ร้องเรียน จะทำให้การทำคดีของ ป.ป.ช.รวดเร็วขึ้น ลดเรื่องที่ค้างอยู่

รอมัดผิดเลขาฯ “บุญทรง” โกงมันเส้น

น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์กับพวกรวม 31 ราย ทุจริตการซื้อขายมันสำปะหลัง (มันเส้น) รูปแบบการซื้อขายแบบจีทูจี กล่าวว่า เร็วๆนี้จะนัดประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนนัดแรก เพื่อเตรียมส่งคำสั่งการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนให้ผู้ถูกกล่าวหาใช้สิทธิคัดค้าน ส่วนการตรวจสอบพบว่า พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการนายบุญทรงเคยเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทที่ขายมันเส้นแบบรัฐต่อรัฐนั้น คงมีผลต่อรูปคดี และคงเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ถ้ามีการขายให้พี่น้องของคุณ ก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว

“นพ.ณรงค์” กลับ สธ.เพราะผิดไม่ชัด

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กลับไปปฏิบัติราชการที่ สธ. ตามเดิมว่า เพราะการสอบสวนยังไม่ชัดเจน เคยบอกแล้วว่าหากความผิดไม่ชัดเจนให้กลับไปทำงานไปก่อน ถือว่าให้เกียรติกัน เพราะเป็นระดับผู้ใหญ่แล้ว และ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ก็เป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น คงเข้าใจกัน เจตนารมณ์ของตนการสอบสวนไม่ได้ชัดเจนว่ามีความผิดมากมายตรงไหน แต่เรื่องอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเกี่ยวข้องกับการทุจริต คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็สอบอยู่ ต้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการ ดีกว่าที่ตนจะไปสั่งเองว่าคนนั้นผิดคนนั้นถูก แต่ตนทำให้ทุกคนได้รับความยุติธรรม ในเมื่อมีปัญหาก็เอาออกมาแล้วสอบสวน พอสอบสวนไม่ชัดเจนก็กลับไปก่อนจนกว่าจะชัดเจน

โยน รมว.สธ.สอบต่อข้อหาผิดวินัย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า เมื่อผลสอบกรณีความขัดแย้งภายในกระทรวงสาธารณสุข ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต นพ.ณรงค์ไม่มีความผิดก็ต้องส่งกลับ ส่วนระหว่างมาช่วยราชการที่ทำเนียบฯ มีการกล่าวหา นพ.ณรงค์มีความผิดวินัย ไม่ดำเนินการตามนโยบาย รมว.สาธารณสุขและพบว่ามีมูล จะเป็นเรื่องของกระทรวงสอบต่อ เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาคือ รมว.สาธารณสุข ไม่เกี่ยวกับสำนักนายกฯแล้ว ส่วนที่เงื่อนไขการกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิม ไม่ได้เอาเป็นเอาตาย แต่เรารู้ว่ามีปัญหา จึงต้องทำความเข้าใจและแนะนำว่า 1-2 เดือนก่อนเกษียณอายุราชการหากมีการบริหารงานบุคคลหรืองานเกี่ยวกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขอให้ปรึกษากับ รมว.สาธารณสุข และปฏิบัติตามนโยบายของ รมว.สาธารณสุขตามแบบอย่างที่ปลัดกระทรวงพึงปฏิบัติ แต่มีบางเรื่องที่เป็นอำนาจปลัดกระทรวง เหมือนที่มีคำพูดว่าในกระทรวง รัฐมนตรีตั้งได้คนเดียวคือปลัด นอกจากนั้นปลัดฯตั้งทั้งหมด จะบอกให้ปรึกษากับรัฐมนตรีทั้งหมดก็ไม่ใช่ แต่ให้ลองคุยร่วมกันหรือประสานงานกับรัฐมนตรีด้วย

ขรก.รำกลองยาวแก้บนต้อนรับ

ส่วนที่กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ช่วงเช้ามีเจ้าหน้าที่และบุคลากรสาธารณสุขทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาคประมาณ 100 คน มาชูป้ายให้กำลังใจ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และขอบคุณนายกฯที่ให้ นพ.ณรงค์กลับกระทรวง ซึ่งก่อนที่ นพ.ณรงค์จะเดินทางมาถึง สธ.ได้มีเจ้าหน้าที่และบุคลากรจำนวนหนึ่งสวมใส่ชุดไทยพร้อมด้วยกลองยาวออกมาตั้งแถวร่ายรำ รอบสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 3 รอบ เพื่อรำแก้บนถวายอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ สธ. ที่บุคลากร ในกระทรวงเคยบนเอาไว้ว่าขอให้ นพ.ณรงค์ได้กลับมาดำรงตำแหน่งตามเดิม

ปัดไม่รับรู้ 3 เงื่อนไขคืนเก้าอี้

ต่อมาเวลา 10.30 น. นพ.ณรงค์เดินทางมาถึง กระทรวง และเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นมีเจ้าหน้าที่และบุคลากรของ สธ.เข้ามอบดอกไม้และแสดงความยินดี ระหว่างรับมอบดอกไม้ เจ้าหน้าที่ร่วมกันส่งเสียงว่า “กลับบ้านเรา รักรออยู่” อย่างกึกก้อง โดย นพ.ณรงค์กล่าวกับข้าราชการที่มาให้กำลังใจว่า ขอขอบคุณนายกฯที่คืนศักดิ์ศรีให้กับตนและครอบครัว อยากให้ สธ.ก้าวข้ามความขัดแย้งและเดินไปข้างหน้า ส่วนที่มีการตั้งเงื่อนไขไม่ให้ตนยุ่งแต่งตั้งโยกย้าย ห้ามยุ่งกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และทำตามคำสั่ง นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุขนั้น ตนไม่ทราบเรื่องเงื่อนไขดังกล่าว

องค์กรสุขภาพค้านเลิกเก็บภาษีบาป

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา เครือข่ายองค์กรภาคีด้านสุขภาพ นำโดยนายมณเฑียร บุญตัน สนช. ยื่นหนังสือต่อนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธาน กมธ.ยกร่างฯ เพื่อคัดค้านการยกเลิกกฎหมายจัดเก็บและจัดสรรภาษี เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะหรือภาษีบาป โดยนายมณเฑียรกล่าวว่า ขณะนี้มีการเสนอให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีดังกล่าวพวกเราไม่เห็นด้วย จะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสทางการเงินการคลัง มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ยึดถือหลักการพลเมืองเป็นใหญ่ แต่กลับมีแนวโน้มทำลายกลไกทางสังคม ต่อไปจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่ออนาคตของประเทศไทย ทั้งนี้ นายมานิจกล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯจะพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 10 ส.ค.

ชงแก้กฎคุมงบฯ สสส.-ไทยพีบีเอส

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ เสนอให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และมาตรา 204 วรรคสอง ไม่ให้นำเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุนแก่ สสส.และไทยพีบีเอสว่า ปกติจะใช้ภาษีบาปที่กันเอาไว้เป็นข้อยกเว้นสำหรับบางองค์กรเท่านั้น เพื่อเป็นหลักประกันความเป็นอิสระ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหา เช่น ทำงานไปไม่ถูกใจรัฐบาล รัฐบาลไม่จัดงบประมาณให้เขาก็ทำงานไม่ได้ มองว่าไม่ควรไปยกเลิก แต่ควรปรับแก้กติกาบางอย่าง หากเห็นว่าเงินมันมากเกินอาจจะปรับแก้กติกาได้ เช่น กำหนดเพดาน หรือกำหนดว่าถ้ามีเงินสะสมเท่าไรแล้ว ปีนั้นก็ไม่ให้ แต่อย่าให้เป็นการตัดสินใจของฝ่ายการเมือง

ตร.ประชุมพร้อมรับ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 13 ส.ค.นี้ มีจุดประสงค์เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ถ้าชุมนุมทางการเมืองต้องขออนุญาตจาก คสช. แต่ถ้าเป็นเรื่องปากท้องสามารถประสานสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ แต่ต้องดูตามเจตนารมณ์ของการชุมนุม ขณะนี้ตำรวจมีความพร้อมหาก พ.ร.บ.ดังกล่าวประกาศใช้ ยอมรับว่า พ.ร.บ.นี้เป็นเกราะป้องกันตำรวจได้และไม่กระทบต่อประชาชน ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆภายหลัง พ.ร.บ.ประกาศใช้ เบื้องต้น ยังไม่มีการจับตาดูกลุ่มใดเป็นพิเศษ ส่วนที่เป็นของวงในรัฐบาลก็มีฝ่ายข่าวกรองอยู่ไม่น่ามีปัญหา

แกนนำสมัชชาคนจนเข้ามอบตัว

เวลา 10.30 น. ที่ สน.สำราญราษฎร์ นายบารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน พร้อมด้วย น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.มานิตย์ ทองขาว งส.ผนพ.สน.สำราญราษฎร์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญาและฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกินกว่า 5 คน ขึ้นไป เมื่อวันที่ 25-26 มิ.ย.58 โดยนายบารมีให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จะขอไปให้การในชั้นศาลและจะทำหนังสือคำให้การภายใน 30 วัน ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวกลับบ้าน เนื่องจากนายบารมีเข้ามารายงานตัวตรงตามกำหนด และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะประเมินว่าจะส่งฟ้องหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม...
ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีบิ๊กตู่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญสปช.โรดแม็ปอวยพรวันเกิดอภิสิทธิ์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะแทนคุณ จิตต์อิสระพรรคประชาธิปัตย์กมธ.ยกร่างฯกปปส.ปชป.ร่างรัฐธรรมนูญวันชัย สอนศิริภาษีสุราและภาษียาสูบภาษีบาปไทยพีบีเอสสสส.ปรีดิยาธร เทวกุล128ปีจปร.โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าประวิตร วงษ์สุวรรณรัชกาลที่ 5ศิริชัย ดิษฐกุลอุดมเดช สีตบุตรแคนดิเดต ผบ.ทบ.วรพงษ์ สง่าเนตรธีรชัย นาควานิชปรีชา จันทร์โอชาอนุพงษ์ เผ่าจินดาโรงเรียนนักเรียนนายร้อยจปร.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์หมอณรงค์สาธารณสุขกลับเข้าทำงานแถลงขอบคุณปฏิรูประบบสาธารณสุขขัดแย้งปรองดองไทยรัฐออนไลน์ข่าวทีมข่าวหน้า1ไทยรัฐฉบับพิมพ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้