วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ค่าเข้าอุทยาน รายได้ทะลัก 10เดือนได้762ล. อึ้ง‘หาดนพรัตน์’ ย้ายหน.-เงินอื้อ

ค่าเข้าอุทยาน รายได้ทะลัก 10เดือนได้762ล. อึ้ง‘หาดนพรัตน์’ ย้ายหน.-เงินอื้อ

  • Share:

กรมอุทยานฯเฉียบเก็บเงินรายได้ค่าเข้าชมอุทยานฯทั่วประเทศปี 2558 พุ่งเกือบ 800 ล้านบาท มากกว่าปี 2557 ถึง 100 ล้านบาท “เขาใหญ่” ที่ครองแชมป์เก็บเงินได้อื้อมา 30 ปีร่วงเก็บได้แค่ 74 ล้านบาท ถูก “เอราวัณ” โค่น โดยแค่ 10 เดือนเก็บได้ถึง 76.3 ล้านบาท ตะลึง “หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี” เก็บเงินรายได้ 2 เดือนช่วงโลว์ซีซั่น ได้สูงถึง 30 ล้านบาท หลังมีการโยกย้ายหัวหน้าอุทยานฯพ้นตำแหน่ง ส่วน “เกาะเสม็ด” กับ “น้ำตกพลิ้ว” รายได้ลด เตรียมประเมินประสิทธิภาพการ ทำงานของหัวหน้าอุทยานฯ ทั่วประเทศพร้อมประกาศตั้งอุทยานใหม่เพิ่มอีก 20 แห่ง

การเก็บเงินค่าเข้าชมของอุทยานแห่งชาติต่างๆ ทั่วประเทศ ที่หลายแห่งมีรายได้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ขณะที่หลายแห่งลดลง โดยเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักอุทยานแห่งชาติ ได้เผยแพร่สถิติเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 147 แห่ง ประจำปี 2558 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2557- ก.ค.2558 ปรากฏว่าอุทยานฯ ที่มีรายได้อันดับ 1 คือ อุทยานฯ เอราวัณ จ.กาญจนบุรี 76,383,368.71 บาท อันดับ 2 อุทยานฯเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา 74,943,916.96 บาท อันดับ 3 อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-พีพี จ.กระบี่ 60,230,718 บาท อันดับ 4 อุทยานฯ อ่าวพังงา จ.พังงา 49,671,535 บาท อันดับ 5 อุทยานฯ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 42,314,222.98 บาท อันดับ 6 อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา 39,413,493.95 บาท อันดับ 7 อุทยานฯ เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี 27,776,845.19 บาท อันดับ 8 อุทยานฯหมู่เกาะช้าง จ.ตราด 25,120,110 บาท อันดับ 9 อุทยานฯน้ำตกพลิ้ว จ.จันทบุรี 22,729,695 บาท อันดับ 10 อุทยานฯ หมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี 19,659,507.84 บาท

อันดับ 11-20 ประกอบด้วย อุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง 17,308,940 บาท อุทยานฯ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 15,869,871.40 บาท อุทยานฯ หมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ 15,580,290 บาท อุทยานฯห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ 15,430,845 บาท อุทยานฯ ตาดโตน จ.ชัยภูมิ 13,750,930 บาท อุทยานฯ ภูกระดึง จ.เลย 13,578,357.70 บาท อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ 12,657,475 บาท อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า จ.เพชรบูรณ์ 12,539,135 บาท อุทยานฯ แจ้ซ้อน จ.แพร่ 11,456,495 บาทและอุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี 10,620,800 บาท

นายสมัคร ดอนนาปี ผอ.สำนักอุทยานฯ เปิดเผยว่า สำนักอุทยานฯได้เผยแพร่สถิติเงินรายได้ของอุทยานฯ ทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสในการบริหารงานของกรมอุทยานฯ รายได้โดยรวมถือว่าน่าพอใจ เพราะประชาชนนิยมท่องเที่ยวอุทยานฯ มากขึ้น คือ ตั้งแต่เดือน ต.ค.2557-ก.ค.2558 รวม 10 เดือน มีรายได้ถึง 762.9 ล้านบาท มากกว่ารายได้ปี 2557 ที่เก็บรายได้ 662.7 ล้านบาท คือมากกว่าถึง 100 ล้านบาท แต่ระยะเวลาในการจัดเก็บรายได้ยังเหลืออีก 2 เดือนคือ ส.ค.-ก.ย.คาดว่ารายได้ของอุทยานฯน่าจะเกิน 800 ล้านบาท ถือว่ามากที่สุดเท่าที่มีการจัดเก็บรายได้มา

นายสมัครกล่าวต่อว่า การจัดเก็บรายได้ปี 2558 มีสถิติที่ถือว่าเซอร์ไพรส์ คือ อุทยานฯ เอราวัณ สามารถล้มแชมป์เก่า ที่ครองสถิติจัดเก็บเงินรายได้มาตลอด 30 กว่าปีคืออุทยานฯเขาใหญ่ ได้เป็นครั้งแรก เชื่อว่าระยะเวลาที่เหลืออีก 2 เดือน รายได้น่าจะถึง 80 ล้านบาท ที่ถือเป็นม้ามืดอีกแห่ง คือ อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-พีพี จ.กระบี่ จัดเก็บเงินรายได้ เพียง 10 เดือน เก็บได้ถึง 60 ล้านบาทเศษ มากกว่ารายได้ 3 ปีรวมกันคือตั้งแต่ปี 2555 เก็บได้ 16.6 ล้านบาท ปี 2556 ได้ 21.2 ล้านบาท และปี 2557 ได้ 24 ล้านบาทเศษ โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือน ที่ถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่น คือ เดือน มิ.ย. เก็บได้ 18.8 ล้านบาท และ ก.ค.ได้ 12.6 ล้านบาท รวม 2 เดือน ได้ถึง 30 ล้านบาทเศษ ขณะที่ก่อนหน้านี้ ที่ถือเป็นช่วงไฮซีซั่น คือตั้งแต่เดือน ธ.ค.2557-เม.ย.2558 อุทยานฯ หาดนพรัตน์ฯ จัดเก็บรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 3 ล้านบาทเศษเท่านั้น

ผอ.สำนักอุทยานฯกล่าวอีกว่า ส่วนที่ตกอันดับ 1 ใน 10 หลังจากติดอันดับจัดเก็บรายได้สูงมาตลอดคืออุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ปีนี้มาอันดับ 11 เก็บได้ 17.3 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2557 ที่เก็บได้ 21.7 ล้านบาท เช่นเดียวกับอุทยานฯน้ำตกพลิ้ว ปีนี้ได้ 22.7 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2557 ที่เก็บได้ 25.6 ล้านบาท ถือว่าน้อยลง สำหรับอุทยานฯที่กรมอุทยานฯไปเปิดยุทธการทวงคืนผืนป่า เช่น อุทยานฯสิรินาถ จ.ภูเก็ต ปี 2558 ได้ 1.5 ล้านบาท มากกว่าปี 2557 ที่ได้ 1.1 ล้านบาท อุทยานฯ เขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ปี 2558 ได้ 3.5 ล้านบาท มากกว่าปี 2557 ที่ได้ 2.4 ล้านบาท อุทยานฯ ภูจอง-นายอย จ.อุบลราชธานี เก็บได้ 3.02 ล้านบาท มากกว่าปี 2557 ที่เก็บได้ 2.9 ล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้ อุทยานฯ ที่มีรายได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นจะต้องมีการประเมินประสิทธิภาพการทำงานของหัวหน้าอุทยานฯ เพื่อจะสลับสับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุทยานฯให้ดีขึ้น

นายสมัครกล่าวด้วยว่า กรมอุทยานฯเตรียมที่จะประกาศอุทยานฯเพิ่มอีก 20 แห่ง เช่น น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี ลำน้ำกก จ.เชียงราย ดอยเวียงผา จ.เชียงใหม่ น้ำตกพาเจริญ จ.ตาก แม่โถ จ.เชียงใหม่ ถ้ำสะเกิน จ.น่าน ออบขาน จ.เชียงใหม่ แก่งเจ็ดแคว จ.พิษณุโลก ขุนสถาน จ.ลำปาง เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ที่จัดเก็บเงินรายได้ได้สูงมากขึ้นเกิดขึ้นหลังมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าอุทยานฯ โดยให้นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานฯ เขาพนมเบญจา จ.กระบี่ เป็นหัวหน้าอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ แทนนายไชยธัช บุญภูพันธ์ตันติ ที่ย้ายไปเป็น ผอ.ส่วนจัดการทรัพยากรต้นน้ำสำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ กรมอุทยานฯ หลังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เข้าไปตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ของอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี พบว่า ตัวเลขการนำส่งรายได้มีปัญหามีความผิดปกติ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้