ข่าว
100 year

คลังเก็บภาษีอีคอมเมิร์ส

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ส.ค. 2558 05:45 น.
SHARE

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้รับนโยบายจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงการคลังเร่งปิดช่องโหว่การจัดเก็บภาษีของกรมจัดเก็บ เพื่อให้รายได้ของรัฐบาลเป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะในส่วนที่ยังมีการหลีกเลี่ยงการชำระภาษีมากสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อมาขายไปผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรืออีคอมเมิร์ส

“ในการประชุมระดับปลัดกระทรวงที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานครั้งล่าสุด ได้สั่งให้กระทรวงการคลังไปเร่งปิดช่องโหว่การเสียภาษี โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำเน้นในส่วนที่ทำธุรกิจอีคอมเมิร์สพิเศษ เพราะปัจจุบันเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าหากมีการจัดเก็บภาษีดังกล่าวอย่างจริงจังแล้ว รัฐบาลจะมีรายได้เพิ่ม 50,000-60,000 ล้านบาท”

นายรังสรรค์กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) ตนได้เรียกประชุม 2 กรมจัดเก็บภาษีที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงมาร่วมบูรณาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีดังกล่าว และตั้งคณะทำงานขึ้นมามอนิเตอร์ข้อมูล ประกอบด้วย กรมสรรพากรและกรมศุลกากร แม้ว่ากรมสรรพากรจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบและเก็บภาษีจากผู้ประกอบการเหล่านี้ แต่เห็นว่า อาจมีบางรายที่ยังใช้ช่องโหว่ในการหลีกเลี่ยงจึงต้องการให้มีการตรวจสอบเชิงลึก โดยดึงกรมศุลกากรเข้ามาร่วมให้ข้อมูลด้วย

“ที่ผ่านมา กรมสรรพากรก็พยายามที่จะปิดช่องโหว่การเสียภาษีของผู้ประกอบการด้วยวิธีปกติคือประเมินรายได้ของผู้ประกอบการ แต่เราเห็นว่ายังมีผู้ประกอบการที่หลีกเลี่ยงภาษี จึงต้องตรวจสอบเชิงลึกสำหรับผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยให้เข้าไปดูถึงการนำเข้าสินค้าและส่งออกต่างประเทศเลยว่า มีผู้นำเข้าที่นำเข้าสินค้าหรือส่งออกสินค้าขายผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และยังไม่มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีรายอื่นๆ ถ้าไม่ยอมเสียภาษีอย่างถูกต้อง เราจะเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพราะกรมสรรพากรมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปที่สามารถใส่ชื่อคนลงไปแล้วลิงค์ข้อมูลไปยังหน่วยงานต่างๆได้ทันที”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทีมข่าวเศรษฐกิจจัดเก็บภาษีขายของผ่านระบบอินเตอร์เน็ตอีคอมเมิร์สเก็บภาษีผู้ประกอบการกรมสรรพากรกรมศุลกากรขายของออนไลน์รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ข่าวข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐฉบับพิมพ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้