วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฆ่าตัวตายสุดท้ายรอด! แชร์เรื่องเล่าชีวิตคิดสั้น ความรัก เงินทอง ทุกข์ระทม

ฆ่าตัวตายสุดท้ายรอด! แชร์เรื่องเล่าชีวิตคิดสั้น ความรัก เงินทอง ทุกข์ระทม

  • Share:

ชาวพุทธหลายต่อหลายคน มักจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “บาปที่เกิดจากการฆ่าตัวตายมีกำลังมากกว่าการที่เราไปฆ่าผู้อื่นมากมายนัก” แต่กระนั้น ก็ยังมีผู้ที่ละความทุกข์ ตัดสินใจทิ้งชีวิตด้วยน้ำมือตัวเอง จนกลายเป็นสถิติการฆ่าตัวตายของประเทศไทยราว 3,900 คนต่อปี และเป็นอัตราคงที่มากว่า 4-5 ปีมาแล้ว

การฆ่าตัวตาย อาจเป็นหนทางสุดท้ายของผู้ที่พบเจอกับอุปสรรคที่ยากต่อการก้าวข้ามให้ผ่านพ้นไปได้ บุคคลนั้นๆ จึงตัดสินใจหลีกหนีปัญหา ด้วยการตายจากไปชั่วนิรันดร์ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เสาะหาผู้ที่เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่สามารถรอดพ้นวินาทีชีวิตนั้นมาได้ และท้ายที่สุดทีมข่าว ได้มีโอกาสเจอ น.ส.เพียรชนันท์ ลีอุดมวงษ์ หรือ บอส ไฮโซนักเรียนนอก โปรไฟล์เริด อนาคตเศรษฐีผู้แสนสุข แต่ทำไมเธอถึงคิดจะจบชีวิตตัวเองทั้งๆ ที่ชีวิตของเธอก็ดูเหมือนว่า จะพรั่งพร้อมไปด้วยความสุขบริบูรณ์มิใช่หรือ?

คุณบอส ในท่าทางที่ผ่อนคลาย หลังอดีตเคยเจอมรสุมหนัก

ปลิดชีวิตคิดสั้นครั้งที่ 1! ร่ำรวยเงินทอง มั่งคั่งปัญญา ชีวิตเพอร์เฟกต์ซ่อนเร้นทุกข์เศร้า
บอส เล่าย้อนหลังไปถึงอดีตแสนหวานของเธอให้ทีมข่าวฟังว่า ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเธอค่อนข้างสมบูรณ์แบบ เพราะเธอเป็นถึงนักเรียนนอก ฐานะการเงินของทางบ้านค่อนข้างดี มีเงินช็อปปิ้งข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมอย่างไม่เคยขัดสน มิหนำซ้ำยังเป็นลูกคนสุดท้อง (เธอมีพี่ชาย 1 คน) และมีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ฉลาดเฉลียวตั้งแต่เด็กจนโต ดังนั้น บอส ในฐานะสาวนักเรียนนอกรวยปัญญา จึงเป็นความคาดหวังสำคัญของครอบครัวลีอุดมวงษ์ ที่วันหนึ่งเธอจะหนุนนำครอบครัวให้ประสบความสำเร็จให้ได้

เธอมีไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ซึ่งค่อนข้างเป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่ต้องพึ่งพาเงินทองเป็นปัจจัยหลัก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมร่ำสุรา หญิงสาวผู้ชื่นชอบแอลกฮอล์เป็นชีวิตจิตใจ จนมีวาทะประจำใจที่ว่า “ชาตินี้ตายไปก็ไม่เสียใจเท่าเหล้าหก” ชอบท่องเที่ยว เธอแจกทิปหลักพัน จนหมดเนื้อหมดตัวกลับบ้านเสมอ แม้เธอจะใช้ชีวิตอย่างนักสุขนิยม แต่เธอก็ไม่เคยลืมว่า เธอต้องแบกรับความคาดหวังอันหนักอึ้งของที่บ้านไว้ตลอดเวลา

“หลังจากที่เรียนจบปริญญาโท จากออสเตรเลีย เรารู้สึกว่า เราเอาแต่กิน เที่ยว ดื่ม ช็อปฯ ไปวันๆ โดยใช้เงินที่บ้าน สายตาพ่อแม่ คนรอบข้าง ญาติๆ ก็หวังว่าเราจะมีหน้าที่การงานที่ดี พูดง่ายๆ คือ เราเรียนสูง เราต้องรวยแน่ๆ แต่จบมาเป็นปีแล้วเราก็ยังตกงาน เรายื่นสมัครงานไป 500 กว่าที่ ไม่มีที่ไหนรับเราเลยแม้แต่ที่เดียวทั้งๆ ที่เราจบนอกนะ ตอนนั้นเครียดมากๆ กดดันที่สุด ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนถามว่า กลับจากออสเตรเลียมาเป็นอย่างไรบ้าง ทำงานอะไรหรอ เราก็ไม่รู้ว่าจะตอบพวกเขาว่าอย่างไร” บอส เพียรชนันท์ เล่าถึงทุกข์หนักครั้งแรกของเธอ

ในช่วงเวลานั้น เธอคิดหาหนทางหลีกหนีปัญหา และเกิดคำตอบขึ้นในใจว่า ฆ่าตัวตายคือทางออก โดยนักเรียนนอกผู้มากความสามารถพยายามไตร่ตรองถึงวิธีการที่เธอจะใช้ปลิดชีวิตตัวเอง “ตอนนั้นเราคิดหนักมาก จะกินยาก็กลัวว่า ถ้าไม่ตายแล้วจะทรมาน กลัวปืน เพราะเสียงดังโป้งป้าง โดดตึกก็กลัวศพไม่สวย กินยาฆ่าแมลงก็กลัวตายไม่สมศักดิ์ศรี ถ้าผูกคอ ลิ้นจุกปากไม่สวยแน่ๆ กลัวไปเสียทุกอย่าง เพราะฉะนั้น จึงทำให้เราไปไม่ถึงจุดที่ต้องลงมือจริงๆ แต่นี่ก็เป็นเพียงความคิดฆ่าตัวตายครั้งที่ 1 ของเราเท่านั้น”

โชคดีที่มีคนรอบข้างคอยช่วยเหลือ เธอจึงมีรอยยิ้มแบบนี้
แม้อดีตเคยคิดลาโลก แต่คุณบอสก็ผ่านวันเลวร้ายมาได้

เมื่อเงินบันดาลทุกอย่าง...ชีวิตโชติช่วง ความสุขล้นทะลัก
ในช่วงเวลาที่เธอกำลังมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย เธอได้โทรไประบายความทุกข์ให้แก่เพื่อนรักคนไทยที่ได้มีโอกาสเจอกันตอนอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เธอกล่าวถึงตลอดการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตนั้นก็คือ พี่ปู เจ้าของธุรกิจคอนโดย่านพระราม 9 โดยบอส เพียรชนันท์ ได้โทรไปพรั่งพรูความทุกข์ ความกดดันทั้งหมดของเธอ เธอพูดถึงทางตันของชีวิต อยากจบปัญหา และสั่งเสียทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่นับว่าเป็นโชคดีที่พี่ปู เพื่อนรักของเธอจับสัญญาณความไม่ชอบมาพากลนี้ได้ทันท่วงที พี่ปูจึงรีบโทรไปหาพ่อแม่ของบอสทันทีหลังจากวางสาย และให้พ่อแม่ดูแลบอสอย่างใกล้ชิดที่สุด สุดท้ายเธอก็ผ่านความคิดฆ่าตัวตายมาได้ เนื่องจากเธอได้ตระหนักถึงสายใยความรักจากครอบครัว ซึ่งเธอได้รับรู้ว่า มีคนรอบข้างมากมายที่รักเธอไม่ว่าเธอจะเป็นเช่นไร

ไม่นานหลังจากที่ปัญหาทุกอย่างเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น บอสได้รับคำชักชวนจากพี่ปู ให้ไปอยู่คอนโดของพี่ปูที่กรุงเทพฯ เพื่อที่เธอจะได้ออกมาจากที่เดิมๆ หนีความเครียดและความกังวล เธอตัดสินใจตอบรับคำชวนของพี่ปู สุดท้ายเธอก็ได้พบว่า เธอตัดสินใจได้อย่างถูกต้องที่สุด เพราะเธอได้งาน ซึ่งเป็นงานที่มีเกียรติและเป็นความภาคภูมิใจของบ้าน อีกทั้ง หน้าที่การงานของเธอยังประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด เธอมีความสุขเปลี่ยมล้น แต่ในความสุขนั้นๆ กลับมีความทุกข์คืบคลานเข้ามาหาเธอ โดยที่เธอไม่ทันรู้สึกตัวสักนิด

“สมัยปี 2542 เรามีความสุขล้นทะลักมาก ทำงานได้เงินเดือน 7,780 บาท แต่ซื้อรองเท้าทำงานคู่ละ 12,000 บาท แบบลดแล้วนะ 50% ตัดสินใจซื้อทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว เพียงแค่เดินผ่านโชว์รูม แล้วเห็นรถยนต์หรูจาร์กัวร์น่าขับ ก็เดินเข้าไปซื้อด้วยเงินสดๆ เพราะคิดว่าก็แค่ 4.2 ล้านเอง พร้อมจองทะเบียนตองไว้ด้วย ไม่พอแค่นั้น เราซื้อคอนโดหรูกลางเมือง แบบซื้อทีเดียว 2 ห้องเลย และยังเที่ยวผับหรู เที่ยวเมืองนอก เข้าสู่วงการพนัน เรียกได้ว่า ของเล่นคนรวยทุกอย่าง บอสมีหมด มิหนำซ้ำ เรายังมีเมกะโปรเจกต์ใหม่ โดยการขนเงินไปลงทุนร้านอาหารที่นิวซีแลนด์” บอส พรรณนาถึงช่วงชีวิตอันโชติช่วงของเธอ

เธอคิดไม่ตกเรื่องฆ่าตัวตาย

ปลิดชีวิตคิดสั้นครั้งที่ 2! จุดที่เงินทองกองมากมาย แต่หายไปในพริบตา
และแล้วความวิบัติก็เดินทางมาถึงเมกะโปรเจกต์ร้านอาหารไทยในเมืองนอก กลับล้มคว่ำ เธอเข้าสู่หายนะทางการเงิน มิหนำซ้ำยังตกอยู่ในความเครียดและความล้มเหลวอีกครั้ง เธอนอนซมไม่ทำอะไรใดๆ สิ้นหวังกับชีวิต อยากฆ่าตัวตายเป็นครั้งที่ 2

“เราขึ้นไปในจุดสูงสุดของชีวิตและตกตุ้บลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เราเห็นแม่ทุกข์ใจอย่างหนัก ส่วนบอสก็กลับมาตกงานอีกครั้ง ความรู้สึกสิ้นหวัง เหนื่อย ท้อใจแวะเวียนมาอีกแล้ว ตอนนั้นโทรไปสั่งเสีย พรั่งพรูทุกอย่างให้พี่ปูฟัง แล้วบอกกับเขาว่าเราอยากฆ่าตัวตาย แต่สุดท้ายก็ได้รับคำปลอบประโลมจากพี่ปู และพี่ปูเข้ามาหาที่ห้องทันที บอสเลยวางอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าตัวตายลง เพื่อทบทวนทุกอย่างอีกครั้งตามคำขอร้องของพี่ปู” เธอเล่าถึงความคิดฆ่าตัวตายไม่สำเร็จครั้งที่ 2

บริเวณนี้ คือ จุดที่เธอจะกระโดตึกฆ่าตัวตาย

ปลิดชีวิตคิดสั้นครั้งที่ 3! หมดสิ้นแล้วความสุข ขอลับลาโลก
แม้จะผ่านวินาทีเป็นวินาทีตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง แสงสว่างของปัญหาทั้งหมดทั้งมวลก็ยังไม่สามารถส่องถึง เพียรชนันท์ ลีอุดมวงษ์ ได้ เธอยังจมอยู่กับความซึมเศร้า ย้ำอยู่กับความผิดพลาดของชีวิต และคิดฆ่าตัวตายเป็นครั้งที่ 3

“เราขึ้นไปยืนชั้นบนสุดของยอดตึก นึกถึงภาพความผิดพลาดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และโทรไปหาพี่ปู ผู้ที่คอยรับฟังเรื่องราวชีวิต ผู้ที่ไม่เคยทอดทิ้งเรามาโดยตลอด และเมื่อเรากำลังจะวางสาย พร้อมกระโดดแล้วตอนนั้น พี่ปู ก็มาโผล่ตรงหน้า แต่ไม่ว่าพี่ปูจะรั้งอย่างไร เราก็ไม่อยู่แล้ว แต่พี่ปูก็เลือกที่จะกราบเรา เพื่อขอให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป เราซึ้งใจในมิตรภาพครั้งนี้มากๆ ในที่สุดเราจึงตัดสินใจลงมาจากขอบระเบียง ล้มเลิกความคิดฆ่าตัวตาย แต่ก็ยังแอบคิดว่า มันอาจจะต้องมีครั้งที่ 4 แน่ๆ” บอส เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นเหมือนผ่านมาได้ไม่นาน

ระเบียงที่เคยคิดจะเลือกจบชีวิตเพียงอารมณ์ชั่ววูบ

เมื่อคนรักคิดพักผ่อนชั่วนิรันดร์...
มูลเหตุที่ทำให้เธอล้มเลิกความคิดที่จะปลิดชีวิตตัวเอง มาจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันในค่ำคืนหนึ่ง บอส เล่าถึงวินาทีที่เธอจะไม่มีวันลืมเลือนว่า “หลังจากที่เรามีความคิดที่จะฆ่าตัวตายมาโดยตลอด พี่ปูเลยเป็นห่วง จึงมานอนเป็นเพื่อนที่คอนโด แต่แล้วคืนนั้น เราก็ต้องตื่นขึ้นกลางดึกจากเสียงโทรศัพท์ของแม่พี่ปู แม่โทรมาบอกว่า เมื่อกี้ดูข่าวช่วงดึก เห็นมีอยู่ข่าวหนึ่งเป็นข่าวคนกระโดดตึกตาย แล้วกล้องมันแพลนไปที่ศพ ศพนั้นใส่เสื้อผ้าเหมือนกับพี่ชายแท้ๆ ของพี่ปู แม่ใจไม่ดี กลัวว่าเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน จึงขอให้พี่ปูรีบออกไปดูที่โรงพยาบาลทันที และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้นจริงๆ ชายที่กระโดดจากลานจอดรถชั้น 9 ของตึกชื่อดังกลางกรุง คือ พี่ชายแท้ๆ ของพี่ปูนั่นเอง”

ด้วยความที่พี่ชายของพี่ปู ประสบปัญหาเรื่องการงาน การเงิน และไม่สามารถหาทางออกได้ จึงตัดสินใจละความทุกข์ ด้วยวิธีพาชีวิตไปสู่ความตาย ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ นำมาสู่ความรู้สึกผิดมาสู่ครอบครัวของพี่ปูอย่างมาก เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ ทางผู้ตายได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับความคิดฆ่าตัวตายบางอย่างออกมา

สาวใช้ประจำบ้านได้ไปพบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่เป็นลายมือของผู้ตาย ซึ่งผู้ตายได้ลิสต์วิธีการฆ่าตัวตายต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก ทางบ้านจึงช่วยกันให้กำลังใจ พาไปปรึกษาแพทย์ จนดูเหมือนว่า ทุกอย่างเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และทุกคนชะล่าใจว่า ผู้ตายจะไม่คิดฆ่าตัวตายอีก แต่สุดท้ายเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น...เขาฆ่าตัวตายสำเร็จด้วยการกระโดดตึก

เพียรชนันท์ ลีอุดมวงษ์ หรือ บอส เธอขออุทิศตนเพื่อสังคม

ความตายแลกความคิด! ปมชีวิตสำคัญ ลบความคิดฆ่าตัวตาย อุทิศหัวใจเพื่อสังคม
“เหตุการณ์ครั้งนี้ กลายมาเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของชีวิต หลังจากพี่เขาเสียไป เราได้เห็นชีวิตคนรอบข้าง ครอบครัว คนรักของเขา เราได้เห็นว่า ยังมีใครที่จมอยู่กับความรู้สึกผิด ยังมีใครที่ทำใจไม่ได้กับการสูญเสีย เขาละทิ้งปัญหาไป แต่ความเศร้าใจยังคงอยู่กับคนที่เขารักไปชั่วชีวิต” เพียรชนันท์ ลีอุดมวงษ์ มองเห็นถึงบทเรียนชีวิตครั้งสำคัญ ที่ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล

ปัจจุบัน บอส เพียรชนันท์ และพี่ปู หยิบเอาเรื่องราวร้ายดีทุกช่วงชีวิตของเธอมาเป็นเครื่องเตือนสติในการดำรงชีวิต และอุทิศตนเพื่อ “ชมรมเพื่อนไบโพลาร์” ซึ่งเป็นชมรมที่ก่อตั้งขึ้นมา เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ และเป็นศูนย์รวมของผู้ที่อยู่กับโรคไบโพลาร์ โดยในชมรมดังกล่าว มีผู้ที่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายอยู่หลายต่อหลายคน แต่คนเหล่านี้สามารถต่อสู้กับปัญหา เรียนรู้ชีวิตด้วยความเข้าใจ จนสามารถหลุดพ้นวินาทีปลิดชีวิตตนเองมาได้

“ความหวัง อาจเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่จำเป็นต้องมี อุปสรรค คือ สิ่งกีดขวางที่ต้องเรียนรู้ เพื่อก้าวข้ามและมันไม่ใช่ทางตัน ความล้มเหลวเป็นสถานการณ์ ไม่ใช่ตัวบุคคล การยอมรับ รัก และให้เกียรติตนเอง คือ ยารักษาผลข้างเคียงของการอยู่ในโลกความเป็นจริง” บอส เพียรชนันท์ ลีอุดมวงษ์ ผู้ก้าวข้ามความตายทิ้งท้าย.

“ชมรมเพื่อนไบโพลาร์”
ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งประธานชมเพื่อนไบโพลาร์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้