วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คอนแทรคฟาร์มไหม นำร่องจังหวัดน่าน

คอนแทรคฟาร์มไหม นำร่องจังหวัดน่าน

  • Share:

ด้วยภาวะตลาดเส้นไหมราคาซื้อ-ขาย ไม่มีความแน่นอน บางปีราคาแพง บางปีราคาถูก เหตุนี้กลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในจังหวัดน่าน หันยึดอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำสวนลำไย เพื่อให้ชาวบ้านมีความ มั่นคงในอาชีพ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแล้วขายได้ราคา มีรายได้แน่นอนทุกเดือน กรมหม่อนไหม จึงศึกษาภาวะตลาดเส้นไหมระบบอุตสาหกรรม พร้อมทั้งร่วมกับภาคเอกชน จัดโครงการทำสัญญาซื้อขายรังไหมล่วงหน้า (Contract Farming)

นายสำราญ สุขใจ ผอ.ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯน่าน เปิดเผยว่า การส่งเสริมเกษตรกร ทางศูนย์ฯ ได้นำ พันธุ์หม่อนคุณไพร ลักษณะเด่น แตกยอดไว, หม่อนบุรีรัมย์ 60 ให้ผลผลิตสูง สามารถตัดแต่งกิ่ง 4 ครั้ง/ปี หากให้น้ำมาก, หม่อนพันธุ์สกลนคร พันธุ์ทนแล้ง เนื้อใบหนา ร่วงช้า มาส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกก่อน จากนั้นนำไข่ไหมพันธุ์เหลืองไพโรจน์ ส่งให้เกษตรกรในราคาแผ่นละ 30 บาท เพื่อนำไปเลี้ยงครอบครัวละ 5 แผ่น
การเลี้ยงไหมในวัยนี้ ผอ.สำราญ แนะนำว่า ควรเลี้ยงแบบเนิร์สเซอรี่ หรือให้กลุ่มรับจ้างดูแลเลี้ยงไข่ไหมวัยอ่อน ซึ่งผ่านการอบรมมาอย่างถูกต้องตรงตามวิธีเลี้ยง มาทำหน้าที่เป็นพยาบาลเลี้ยงไหมวัยอ่อน เพื่อจะได้หนอนไหมที่สมบูรณ์แข็งแรง เจริญเติบโตได้ตรงตามวัย โดยเกษตรกรจะต้องจ่ายค่าจ้างเลี้ยงหนอนไหมแผ่นละ 150 บาท ต่อการเลี้ยง 12 วัน

จากนั้นจึงนำหนอนไหมมาเลี้ยงต่ออีก 18 วัน ไข่ไหม 5 แผ่น เลี้ยงกลายเป็นหนอนไหม กระทั่งเข้าดักแด้ได้รังไหม 100 กก. และเพื่อไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ ศูนย์หม่อนไหมฯ จะเข้าไปดูแลการทำสัญญาซื้อขายรังไหมล่วงหน้า การกำหนดราคาจะใช้สภาวะการตลาดภาย ในประเทศเป็นเกณฑ์ โดยราคารังไหมทั้งดักแด้เกรด A ราคา 160 บาท/กก. เกรด B ราคา 150 บาท/กก. หลังหักต้นทุน 900 บาท แต่ละ เดือนเกษตรกรมีรายได้ 13,000-15,000 บาทต่อเดือน

“ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ทำโครงการคอนแทรคฟาร์ม ชาวบ้านให้การตอบรับกันมาก มีสมาชิกสนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะปลูกหม่อนเอาไว้เลี้ยงหนอนไหม ครอบครัวละ 5-6 ไร่ ช่วยให้มีรายได้แน่นอนและดีกว่าปลูกข้าวโพด จนชาวบ้านหลายคนบอกว่า ถึงไม่ใช่ข้าราชการแต่ปลูกหม่อนแบบนี้ช่วยให้มีรายได้เหมือนมีเงินเดือนประจำ หมื่นกว่าบาททุกเดือน” นายสำราญ กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้