วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับตาดู “ยักษ์” จีน ป่วยเมื่อไรไทยสะเทือน

จับตาดู “ยักษ์” จีน ป่วยเมื่อไรไทยสะเทือน

โดย ซูม
6 ส.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

ช่วงนี้ทุกสายตาของผู้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลก ต่างก็เพ่งไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีนแทบจะไม่กะพริบเลยก็ว่าได้

เหตุเพราะประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นที่สองของโลกกำลังออกอาการหลายอย่างที่ไม่น่าไว้วางใจ

เริ่มจากอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปีนี้ ที่ออกมาเพียงร้อยละ 5.7 บ่งชัดว่าตลอดทั้งปี ปีนี้ไม่น่าจะถึงร้อยละ 7 อย่างแน่นอน และโอกาสสูงมากที่จะโตแค่ร้อยละ 6.5 หรือต่ำกว่านี้ เมื่อดูจากแนวโน้มที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

พอตัวเลขความเจริญเติบโตส่อแววว่าจะหดลง โรคร้ายอย่างอื่นๆก็เริ่มตามมา

โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนที่จู่ๆก็ทรุดฮวบทิ้งดิ่งลงอย่างน่าตกใจ

จนรัฐบาลต้องเข้าไปช่วยค้ำไว้

แต่กระนั้นก็ยังมีอาการหนาวๆร้อนๆ 3 วันดี 4 วันไข้อยู่ตลอด

ฟองสบู่ตลาดหุ้นจีนจะแตกหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดอยู่ในขณะนี้

รวมความแล้วอาการไข้ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นที่เมืองจีนจะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอน และจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยเราด้วยอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

สำหรับประเทศไทยเรานั้นจีนเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็นมูลค่าประมาณร้อยละ 12 ของการส่งออกทั้งหมด เกิดอะไรขึ้นที่จีนก็จะส่งผลมาถึงเมืองไทยโดยตรง ถึงขนาดจะทำให้อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะต้องลดลงไปด้วยอย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียว

จากข่าวร้ายที่มาจากจีนเป็นระลอกเช่นนี้ รวมทั้งข่าวร้ายของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนักในปีนี้ ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจที่ไทยเราจะต้องเผชิญนับแต่นาทีนี้ไปจะหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิม

เพราะเราเองไม่เพียงแต่จะเจอปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากความผันผวนของโลกเท่านั้น...ยังมีปัจจัยซ้ำเติมอีกหลายอย่างประเดประดังเข้ามา

รวมไปถึงภาวะฝนแล้งที่น่าจะมีผลกระทบต่อการปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารของเราไม่น้อย แม้ช่วงนี้จะเริ่มมีฝนตามฤดูกาล แต่ก็ไม่แน่ว่าจะชดเชยที่สูญเสียไปแล้วได้หรือไม่

ขณะเดียวกันปัญหาความจำเป็นที่เราต้องหันไปใช้ระบอบการปกครองที่มิใช่ประชาธิปไตยในช่วงนี้ ก็มีส่วนที่ทำให้การค้าการขายกับประเทศประชาธิปไตยจ๋า ไม่คล่องตัว และเสียเปรียบจากการถูกกีดกันต่างๆ

ดังนั้น ด้วยความหนักหน่วงของปัญหาที่เราเผชิญอยู่ในขณะนี้ผมจึงอยากให้ทุกๆฝ่ายใจเย็น ร่วมคิดร่วมมองปัญหาอย่างมีสติ

เพราะถ้าภาคเอกชนหรือภาคประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบต่างๆจะเรียกร้องหรือกดดันให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างใจร้อนเกินไป อาจจะทำให้สถานการณ์หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น

สถานการณ์เช่นนี้ถ้าเทียบกับการแข่งขันฟุตบอลก็อยู่ในสภาพที่ทีมประเทศไทยของเราถูกคู่ต่อสู้บุกกระหน่ำอย่างชนิดโงศีรษะไม่ขึ้น

แผนการเล่นที่ดีที่สุดก็คือจะต้องใช้แผนตั้งรับที่เหนียวแน่นมั่นคงที่สุด อย่าเพิ่งไปบุกตอบโต้อย่างทันทีทันควัน

ผมจึงอยากให้รัฐบาลใช้แผนรับมากกว่าแผนรุก โครงการอะไรที่ใหญ่เกินตัว ฝันเกินตัว ชะลอได้ก็ต้องชะลอ

อย่าไปคิดแค่กระตุ้นเศรษฐกิจท่าเดียว เพราะกระตุ้นไปก็ฟื้นได้ไม่นาน ด้วยสถานการณ์แบบนี้เดี๋ยวก็ทรุดต่อ และเราก็จะหมดเม็ดเงินที่จะนำมาใช้กระตุ้นในไม่ช้า

สำหรับการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีที่นายกฯท่านบอกว่าจะเปลี่ยนเมื่อครบปี ผมก็หวังว่าจะเป็นการเปลี่ยนในภาพรวมทั้งหมด อย่าไปมุ่งเปลี่ยนเฉพาะฝ่ายเศรษฐกิจอย่างเดียว

หรือถ้าจะมีการเปลี่ยนทางเศรษฐกิจบ้างก็ควรจะเอานักเศรษฐศาสตร์ประเภททีมรับเป็นหลัก คือพวกประหยัด รัดเข็มขัด มีวินัยทางการเงิน การคลังอะไรทำนองนั้น อย่าไปเอาพวกทีมบุก โฉ่งฉ่างเข้ามาเป็นอันขาด

ช่วงนี้ต้องตั้งรับให้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ อย่าเพิ่งไปหวังทำประตูอะไรทั้งสิ้น เอาแค่อย่าให้เราเสียประตูหรือเพลี่ยงพล้ำจนแพ้ยับเยินและกู้สถานการณ์ไม่ขึ้นก็น่าจะพอใจแล้ว

เปลี่ยนตัวพลาดอาจจะทำให้ประเทศไทยพ่ายแพ้ถึงขั้นประตูพรุนก็ได้นาครับ ท่านนายกฯครับ โปรดระวังไว้ด้วยก็แล้วกัน.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้