วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.นัดสรุปคดี 'เสี่ยชูวงษ์' ไม่ชัดฆาตกรรม-อุบัติเหตุ

ตร.นัดสรุปคดี 'เสี่ยชูวงษ์' ไม่ชัดฆาตกรรม-อุบัติเหตุ

  • Share:

ผบ.ตร.นั่งหัวโต๊ะร่วมคลี่คลายคดีการเสียชีวิต 'เสี่ยชูวงษ์' พรุ่งนี้ ชุดสืบสวนพบพิรุธเอกสารการโอนหุ้น ขณะ 'บรรยิน' โร่ขอความเป็นธรรม ยืนยันตำรวจไม่เคยขอเก็บตัวอย่างเสียง เตรียมหลักฐานเพิ่มเติมมอบพนักงานสอบสวน...

วันที่ 4 ส.ค.58 พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต และประเด็นการโอนหุ้นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ว่าระหว่างนี้กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนในประเด็นที่ยังสงสัยให้ครบถ้วนรอบด้าน และในวันพุธที่ 5 สิงหาคมนี้ เวลา 10.00 น. พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเป็นประธานในการประชุมร่วมระหว่างกองปราบปรามและตำรวจนครบาลเพื่อวางแนวทางและประมวลหลักฐานที่ทั้งสองหน่วยงานรวบรวมได้ เพื่อหาประเด็นที่ยังเป็นข้อพิรุธสงสัย

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ยอมรับว่ายังไม่สามารถสรุปสำนวนได้ว่าเกิดจากการฆาตกรรมอำพรางหรืออุบัติเหตุทางรถยนต์ แม้ว่าจะมีจุดสงสัยในหลายจุด เช่น ร่องรอยช้ำ และรอยกระแทก เพราะไม่มีศพให้ตรวจสอบอย่างละเอียด จึงจำเป็นต้องหาพยานหลักฐานอื่นให้รัดกุม

กรณีที่กองปราบปรามพบข้อพิรุธสงสัยการแก้ไขข้อความสำคัญในใบโอนหุ้น จากการจำนำหุ้น เป็นการโอนหุ้น พันตำรวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐ ยืนยันว่านายชูวงษ์เป็นผู้แก้ไขเอกสารในใบโอนหุ้นด้วยตัวเอง แต่ไม่ให้ใช้หมึกลบข้อความชนิดพิเศษตามที่มีการนำเสนอข่าว พร้อมระบุ เคยให้คำปรึกษานายชูวงษ์ว่าหากเป็นหุ้นโอนที่ให้โดยเสน่หาจะไม่สามารถเรียกคืนได้ซึ่งแตกต่างจากหุ้นจำนอง พร้อมย้ำว่าหลังจากที่นายชูวงษ์เสียชีวิต ตัวเองไม่เคยได้ประโยชน์ใดๆ เนื่องจากธุรกิจที่ร่วมลงทุน เป็นชื่อนายชูวงษ์ ทำให้ทรัพย์สินตกเป็นของภรรยาและครอบครัวนายชูวงษ์ทั้งหมด รวมถึงกรณีเตรียมตั้งพรรคการเมือง "พรรคชูชาติไทย" โดยมีนายชูวงษ์เป็นหัวหน้าพรรคด้วย

ขณะเดียวกัน พันตำรวจโท บรรยิน ขอความเป็นธรรมหลังจากที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า ตัวเองปฏิเสธไม้ให้ทดสอบเสียง โดยยืนยันตำรวจไม่เคยขอเก็บตัวอย่างเสียง เพื่อนำไปเปรียบเทียบและตรวจสอบกับคลิปเสียงที่บริษัทโบรกเกอร์บันทึกไว้ มีเพียงการขอทดสอบลายมือเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเอกสารการโอนหุ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ พันตำรวจโท เปิดเผยด้วยว่า ก่อนเสียชีวิต นายชูวงษ์ได้ทำกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งมีผู้ใกล้ชิดในครอบครัวได้รับผลประโยชน์กว่า 80 ล้านบาท โดยเตรียมนำหลักฐานไปมอบให้กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้สืบสวนในประเด็นดังกล่าว ส่วนที่ครอบครัวเปิดเผยภาพวงจรปิดที่ชี้ว่านายชูวงษ์คาดเข็มขัดนิรภัยก่อนออกรถทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นผู้ขับรถเองหรือเป็นผู้โดยสาร โดยพันตำรวจโทบรรยินยอมรับว่าไม่ได้สังเกตว่านายชูวงษ์คาดเข็มขัดนิรภัยหรือไม่ เนื่องจากหลังเกิดอุบัติเหตุ พบว่าศีรษะนายชูวงษ์ ไปซุกอยู่ระหว่างเกียร์ และคอนโซลรถแล้ว และรถคันที่เกิดเหตุเป็นรถเก่าที่ไม่มีระบบเตือนหากไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งหลักฐานดังกล่าวไม่ใช่ที่เกิดเหตุ หากเป็นหลักฐานจากสนามกอล์ฟไปที่เกิดเหตุ ก็คือตัวเองโกหก

สำหรับกรณีดังกล่าว ทีมข่าวไทยรัฐ ได้สอบถามจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ พบว่า นายชูวงษ์ เปิดบัญชีหุ้น ในบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค จำกัด 1 บัญชี และบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี 2 บัญชี ที่เป็นการลงทุนของกลุ่มวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ. แต่ใช้ชื่อของนายชูวงษ์เพียงคนเดียว ที่สามารถเบิกจ่ายได้ ซึ่งตามขั้นตอนของตลาดหลักทรัพย์หากมีการโอนหุ้น เจ้าของหุ้นต้องทำเอกสารแจ้งความประสงค์โอนหุ้นกับมาร์เก็ตติ้ง จากนั้นโบรกเกอร์ที่ดูแลจะส่งอีเมลและโทรศัพท์เพื่อขอคำยืนยันจากเจ้าของหุ้นอีกครั้ง ซึ่งหากหุ้นเกือบ 300 ล้านของนายชูวงษ์ถูกปลอมแปลงเอกสารจริง นายชูวงษ์ สามารถโต้แย้งได้ทันที.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้