วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'อลงกรณ์' ขอความร่วมมือ สปช.บางคน หยุดจ้อแสดงความเห็น คว่ำ-ไม่คว่ำร่าง รธน.

'อลงกรณ์' ขอความร่วมมือ สปช.บางคน หยุดจ้อแสดงความเห็น คว่ำ-ไม่คว่ำร่าง รธน.

  • Share:

“อลงกรณ์” ขอความร่วมมือ สปช.บางคนหยุดจ้อแสดงความเห็น คว่ำ-ไม่คว่ำร่างรธน. ทำหลายคนอึดอัดไม่พอใจ เผยประชุมวิปฯ พุธนี้ เร่งหารือวันลงมติรับร่างรธน.ระหว่าง 5-7 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2558 ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะเลขานุการวิป สปช. กล่าวถึงการประชุมวิป สปช.ในวันที่ 5 ส.ค.ว่า จะมีการพิจารณาการจัดระเบียบวาระการประชุมครั้งสุดท้าย เพื่อบรรจุการพิจารณาในการประชุม สปช.วันที่ 10-11 ส.ค.นี้ รายงานที่จะมีการพิจารณาในวันที่ 5 ส.ค. คือ 1. วาระการปฏิรูปที่ 6 กิจการตำรวจ เป็นรายงานเรื่องการจัดทำแผนปฏิรูปกิจการตำรวจ โดย คณะกรรมการจัดทำแผนปฏิรูปกิจการตำรวจ สปช. 2. รายงานคณะกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปองค์การมหาชน โดยคณะกรรมาธิการ ศึกษาการปฏิรูปองค์การมหาชน และ 3. รายงานคณะกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคม ในวิถีอิสลาม เรื่องการปฏิรูปการส่งเสริมกิจกรรมกองทุนซะกาต แก้ปัญหาความยากจน และร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต
 
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมในวันพรุ่งนี้จะมีการหารือกำหนดวันลงมติร่างรัฐธรรมนูญว่าจะเป็น วันที่ 5-6-7 กันยายน และจะมีการพิจารณาหารือในการกำหนดวันประชุมในประเด็นคำถามประกอบการออกเสียงประชามติตรงนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนในวันเวลาที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติตามที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขกำหนด นอกจากนี้ก็จะมีในเรื่องการส่งมอบรายงานพิมพ์เขียวประเทศ และการรายงานประชาชนในวันที่ 13 ส.ค.ที่ถือว่าเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจการปฏิรูปในเรื่องการจัดทำแผนแม่บทในการปฏิรูปประเทศ หลังจากนั้นก็จะเป็นการส่งมอบให้รัฐบาล ภารกิจที่เหลือคือในเรื่องประชามติและเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยการประชุมวิปจึงต้องมีการกำหนดวันที่แน่นอนเกี่ยวกับภารกิจของทั้ง 2 เรื่อง
 
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกสปช. เสนอประเด็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องประเด็นคำถามหรือการออกเสียงประชามติ แต่สามารถที่จะนัดประชุมเป็นวาระพิเศษของ สปช.สามารถที่จะนัดประชุมได้หลังวันที่ 13 ส.ค.เป็นต้นไป โดยจะมีการประชุมเพื่อให้มีการพิจารณาในเบื้องต้นว่า สมาชิกเห็นควรให้มีการตั้งประเด็นคำถาม ประกอบการออกเสียงประชามติหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นเพียงการเปิดโอกาสให้สปช.หรือสนช. ตั้งประเด็นคำถาม ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าอาจจะไม่ตั้งประเด็นคำถามก็เป็นไปได้ ดังนั้นก็จะต้องมีการลงมติในเรื่องนี้ก่อน จากนั้นหากเสียงใหญ่เห็นควรว่าไม่ต้องตั้งประเด็นคำถาม ทุกอย่างก็จบ แต่หากเห็นควรก็อาจจะให้มีการเสนอประเด็นคำถาม จากนั้นก็ต้องให้มีการลงมติ ซึ่งจะต้องเป็นวันเดียวกับวันที่ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องดำเนินการให้เหลือเพียงประเด็นเดียว
 
เมื่อถามว่า กรณีที่มีสมาชิก สปช.บางคนออกมาพูดเสียงดังว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ทางวิปสปช.ได้ขอความร่วมมือไปหลายครั้งแล้ว โดยคนส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือด้วยดี แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังมีการเคลื่อนไหวในการให้ข่าว หรือชี้นำในเรื่องคว่ำหรือไม่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในการประชุมวิปในวันที่ 5 ส.ค.นี้ ทางวิปก็จะหารือเพื่อความร่วมมือเป็นครั้งสุดท้าย และมีสมาชิกจำนวนไม่น้อยที่ไม่พอใจและรู้สึกอึดอัดใจต่อการให้ข่าวดังกล่าว ดังนั้นจึงอยากให้สมาชิกตระหนักถึงการให้เกียรติองค์กรและสปช.คนอื่นๆ ด้วย เพราะแต่ละคนที่วุฒิภาวะรู้อะไรควรไม่ควรสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ เราเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไม่ใช่สภาการเมือง ส่วนวิปจะมีความเห็นอย่างไร ว่ากล่าวตักเตือน หรือจะมีมาตรการอย่างอื่นก็อีกเรื่อง และไม่ควรมีในเรื่องการไปล่ารายชื่อ เพราะหลายคนไม่เห็นด้วย
 
“การที่ออกมาให้ข่าวว่าจะคว่ำ ไม่คว่ำ ก็อยากให้ท่านเก็บไปคิดด้วยตัวเองว่าถ้าท่านเห็นว่า ไม่ควรจะผ่าน ท่านก็ลงมติว่าไม่ผ่าน ท่านต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง อย่าไปเกี่ยวข้องกับคนอื่น เราเคารพในความเป็นอิสระของสมาชิกแต่ละคน อย่าไปดึงการเมืองภายนอกเข้าในสปช. เราทำหน้าที่มาเกือบปี และกำลังจะหมดวาระในอีกไม่กี่วัน ขอให้สปช.อยู่ในความทรงจำของประชาชนในฐานะที่เป็นสปช.ชุดแรกในประวัติศาสตร์ ที่จัดทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ สำหรับอนาคตที่ดีกว่า ที่เป็นกลาง เป็นอิสระ ไม่ฝักฝ่ายใด ไม่เกี่ยวข้องฝ่ายการเมืองใดๆ” เลขานุการวิป สปช.กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้