วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ร้องป.ถอนอายัดหุ้นพริตตี้! คดีชูวงษ์-แฉพิรุธปมเข็มขัดฯ

ร้องป.ถอนอายัดหุ้นพริตตี้! คดีชูวงษ์-แฉพิรุธปมเข็มขัดฯ

  • Share:

ทนายพริตตี้สาวคนสนิทเสี่ยชูวงษ์ที่รับโอนหุ้นไป 228 ล้านบุกกองปราบฯ ขอถอนอายัดการทำธุรกรรม อ้างหุ้นตกทำให้เสียหายไปแล้วกว่า 16 ล้านบาท ส่วนประเด็นเอกสารการโอนหุ้นถูกแก้ไขลูกความยอมรับ รู้ว่ามีการแก้ไขมาก่อน แต่กรอกเอกสารไปตามคำสั่งของเสี่ยชูวงษ์เจ้าของหุ้น ด้านกองปราบฯสอบขั้นตอนการโอนหุ้นจากเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต.แล้ว พบความผิดปกติ 2-3 จุด และยืนยันว่า ตามกฎหมายเอกสารการโอนหุ้นแก้ไขไม่ได้ ด้านครอบครัวนายชูวงษ์เปิดวงจรปิดที่บริษัทวันเกิดเหตุแถลงยืนยันว่า นายชูวงษ์คาดเข็มขัดนิรภัยตลอด เพราะเคยประสบอุบัติเหตุร้ายแรงมาแล้ว 2 ครั้ง รอดได้เพราะเข็มขัดนิรภัย ส่วนประเด็นเรื่องลูกในท้องพริตตี้สาวคู่กรณี ญาติไม่สนเรื่องตรวจดีเอ็นเอ หลังจบเรื่องถ้ามีหลักฐานยืนยันจะใช้เหตุผลพิจารณาอีกครั้ง

กรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 51 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะนั่งรถยนต์เลกซัส สีดำ แอลเอ็กซ์ 470 ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นคนขับและเกิดอุบัติเหตุชนต้นไม้ตรงข้ามซอย 61 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตสวนหลวง เสียชีวิต ต่อมาญาติตรวจสอบพบว่า นายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ให้กับผู้หญิง 2 คน ที่ญาติเชื่อว่าเป็นคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.บรรยิน จึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ให้สืบสวนคลี่คลายคดี จากการสอบสวน น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาวคนสนิทที่รับโอนหุ้นมูลค่าประมาณ 228 ล้านบาท จากนายชูวงษ์ ยอมรับว่า มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายและกำลังตั้งท้อง 7 เดือน ส่วน น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด ผู้รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ประมาณ 40 ล้านบาท ให้การว่า มีความสัมพันธ์กับผู้ตายเช่นกัน ขณะนี้การตรวจสอบเรื่องการเสียชีวิตและการโอนหุ้นยังเป็นปริศนา อยู่ระหว่างดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ส.ค. นายเสกสรร เสนาชู ทนายความของ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาวคนสนิทที่ได้รับการโอนหุ้นอีเอกลุ่มธุรกิจพลังงานจากนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง จำนวน 9.5 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 24 บาท รวมมูลค่ากว่า 228 ล้านบาท เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.เพื่อยื่นหนังสือขอถอนการอายัดหุ้นดังกล่าว อ้างว่าได้รับผลกระทบจากการที่พนักงานสอบสวนกองปราบปรามอายัดหุ้นห้ามทำธุรกรรม ส่งผลให้หุ้นดังกล่าวรวมถึงหุ้นที่ น.ส.กัญฐณาลงทุนซื้อใหม่ราคาตกจนเกิดความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท

นายเสกสรรกล่าวว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ก.ค. พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้อายัดหุ้นห้ามทำธุรกรรมต่างๆเกี่ยวกับหุ้นของ น.ส.กัญฐณาเดิมมีหุ้นอีเอกลุ่มธุรกิจพลังงานจำนวน 9.5 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 24 บาท รวมมูลค่ากว่า 228 ล้านบาท ก่อนจะแบ่งขายทอดตลาดไปกว่า 3.6 ล้านหุ้น แล้วนำเงินที่ขายส่วนหนึ่งไปซื้อหุ้นวิน (win) ซึ่งเป็นหุ้นพลังงานเช่นกัน กว่า 10 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1.05 บาท ภายหลังตรวจสอบยอดรวมหลังปิดตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ปรากฏว่าหุ้นกลุ่มอีเอราคาตกลงมาอยู่ที่ 21.40 บาท และหุ้นกลุ่มวินตกลงมาอยู่ที่ 0.85 สตางค์ เกิดความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท ช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์หลังจากพนักงานสอบสวนอายัดหุ้นดังกล่าว

นายเสกสรรกล่าวต่อว่า ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตในรายละเอียดของเอกสารพบว่า มีร่องรอยการแก้ไขหลายจุด ซึ่ง 1 ในร่องรอยนั้นคือ การแก้ไขจุดประสงค์การโอนหุ้นจากเดิมที่เป็นการจำนำ เปลี่ยนมาเป็นการโอนหุ้นให้ รวมถึงจำนวนหุ้นโดยใช้น้ำยาพิเศษนั้น เบื้องต้นตนยังไม่เห็นเอกสาร แต่จากการสอบถามข้อเท็จจริงกับ น.ส.กัญฐณาลูกความทราบว่า พอจะทราบอยู่ก่อนแล้วว่า เอกสารดังกล่าวมีร่องรอยการแก้ไขมาก่อน แต่ยืนยันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขเอกสาร เพียงแต่เป็นผู้กรอกรายละเอียดข้อมูลลงไปในเอกสารตามที่นายชูวงษ์สั่งการเท่านั้น การแก้ไขรายละเอียดเอกสาร หากได้รับความยินยอมจากนายชูวงษ์ หรือผู้โอนหุ้นอาจไม่ผิดแปลก สำคัญที่ลายเซ็นเป็นของนายชูวงษ์จริงหรือไม่ เรื่องนี้อยากให้ไปสอบกับโบรกเกอร์เอง

ด้าน พล.ต.ต.อัคราเดชกล่าวว่า เรื่องการถอนอายัดเบื้องต้นรับเรื่องไว้พิจารณา ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบปมข้อสงสัยเกี่ยวกับการโอนหุ้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 20 ปาก รวมถึงส่งเอกสารธุรกรรมการโอนหุ้นให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจพิสูจน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของลายมือที่พบในเอกสาร ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นลายมือของนายชูวงษ์หรือไม่ ขณะนี้ได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนว่า หากไม่มีอะไรติดขัดจะได้รับผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) วันนี้ หากพบว่ามีการแก้ไขหรือข้อพิรุธในเอกสาร ต้องพิจารณาอีกทีว่าเข้าข่ายความผิดใด รวมถึงอาจพิจารณาเรียก น.ส.กัญฐณามาให้ปากคำอีกครั้ง ถ้าพบความผิดตามหลักกฎหมายใดจะดำเนินการทันที

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.และชุดพนักงานสอบสวน ร่วมกันสอบสวนตัวแทนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ถึงประเด็นขั้นตอนการโอนหุ้น การทำธุรกรรม และกฎระเบียบต่างๆของบริษัทหลักทรัพย์ หลังจากนั้น พล.ต.ท.ประวุฒิเผยว่า วันนี้สอบถามรายละเอียดหน้าที่ของโบรกเกอร์ว่า มีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไร และหุ้น 2 ตัวที่ตรวจมีความผิดปกติหรือไม่ นอกจากนี้การโอนหุ้นต้องมีการตรวจสอบจากฝ่ายบัญชีก่อนโอนผ่านทางโทรศัพท์ ส่วนเอกสารมีความผิดปกติ 2-3 จุด อยู่ในกระบวนการตรวจสอบ จากการสอบถาม น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล ยืนยันว่า เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง ทำหน้าที่ดูแลหลักทรัพย์ให้นายชูวงษ์เวลาใช้บริการเท่านั้น ส่วนโบรกเกอร์ของนายชูวงษ์จะเรียกมาสอบปากคำอีกครั้ง ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายในเชิงปฏิบัติแล้ว การแก้ไขเอกสารถือว่า กระทำผิดไม่สามารถทำได้

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ห้องประชุม บริษัทสแตนดาร์ด เพอร์ฟอแมนซ์ จำกัด น.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาว นายกันต์ แซ่ตั๊ง ลูกชาย และนายเอนก คำชุ่ม ทนายความนายชูวงษ์ แถลงข่าวพร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถบริษัทฯ ขณะ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ขับรถมารับนายชูวงษ์ไปสนามกอล์ฟเลควูด คันทรีคลับ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. มาเปิดให้ผู้สื่อข่าวดูพร้อมอธิบายรายละเอียด นายเอนกเผยว่า ตั้งแต่เวลา 09.55 น. ขณะที่คนขับรถของนายชูวงษ์กำลังล้างรถโฟล์ค สีดำ รถเล็กซัสคันสีดำของนายบรรยินขับเข้ามาจอดรถขวางรถโฟล์คไว้ แล้วเดินมาพูดคุยกับคนขับรถแต่รายละเอียดของการสนทนาไม่สามารถเปิดเผยได้ แล้วเดินเข้าไปในตัวตึกโดยไม่ได้ฝากกุญแจไว้ ต่อมาเวลา 10.22 น. เลขาหน้าห้องของนายชูวงษ์ออกมาที่ลานจอดรถ บอกให้คนขับรถกลับไปเอาถุงกอล์ฟของนายชูวงษ์ที่บ้าน กระทั่งเวลา 10.45 น. นายชูวงษ์เดินไปขึ้นรถของ พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมกับคาดเข็มขัดนิรภัย ภาพดังกล่าวทำให้ครอบครัวมั่นใจว่านายชูวงษ์คาดเข็มขัดนิรภัย ตนนำภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวให้พนักงานสอบสวน สน.อุดมสุขแล้ว รวมทั้งนำพยานในเหตุการณ์ให้ปากคำ ส่วนของกล้องวงจรปิดที่สนามกอล์ฟฯตำรวจนำมาเทียบเคียงแล้ว

ด้าน น.ส.วันเพ็ญเผยว่า ครอบครัวมั่นใจว่า นายชูวงษ์มีอุปนิสัยคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่นั่งรถ ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือไม่ เพราะเคยประสบอุบัติเหตุร้ายแรงถึง 2 ครั้ง ยังพูดติดตลกว่า หากไม่คาดเข็มขัดนิรภัยคงตายไปแล้ว จึงทำให้นายชูวงษ์มั่นใจตลอดว่า หากคาดเข็มขัดนิรภัยจะปลอดภัย และยังเน้นย้ำกับคนในครอบครัวเสมอ เรื่องที่ พ.ต.ท.บรรยินบอกว่า สนิทสนมกับนายชูวงษ์รู้ทุกเรื่องมากกว่าคนในครอบครัว ตนอยู่กับน้องชายมา 50 กว่าปี ไม่เชื่อว่าหลังจากนายชูวงษ์ไปเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ. มีเพื่อนใหม่ และสนิทชิดเชื้อกับบางคนจะเปลี่ยนนิสัยน้องชายได้ เนื่องจากตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ที่นายชูวงษ์รู้จักชายคนดังกล่าวก็ยังเหมือนเดิม มีอะไรก็ปรึกษาตลอด ดังนั้น เรื่องการโอนหุ้น 300 ล้านบาท จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่บอกครอบครัว ยังยืนว่าพวกเราไม่รู้จักหญิงสาวที่รับโอนหุ้นทั้ง 2 คน แต่ทำไมชายคนนั้นบอกว่า เรารู้จัก ดูข่าวยังงงเลยว่าไปรู้จักตอนไหน ส่วนเรื่องที่ว่าน้องชายจะให้เพื่อนคนดังกล่าวเล่นหุ้นแทน ขอไม่ตอบ เพราะอยู่ในการสอบสวนของตำรวจ

ขณะที่นายกันต์กล่าวว่า พวกตนเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุเวลาใกล้เคียงกับกู้ภัย สิ่งที่พบคือ คนขับรถคันดังกล่าวนั่งคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ ขณะที่ศีรษะพ่อมุดอยู่ใต้คอนโซล ยอมรับว่าตนไม่สามารถยืนยันได้ว่าขณะนั้นพ่อคาดเข็มขัดนิรภัยหรือไม่ เพราะทุกอย่างมันฉุกละหุก ทุกคนคิดเพียงว่าต้องช่วยชีวิตทั้ง 2 คนให้ได้ก่อน

ส่วนที่ พ.ต.ท.บรรยินอ้างว่า การที่ครอบครัวออกมาร้องให้ตรวจสอบคดี มีผู้อยู่เบื้องหลังที่คอยชี้แนะเป็นระดับนักกฎหมาย นายเอนก กล่าวว่า ตนขอชี้แจงว่า ที่เขาพูดตนไม่รู้ว่าหมายถึงใคร แต่ตนเป็นทนายความไม่ใช่ผู้ถูกจ้างเข้ามาทำคดีนี้ ตนเป็นทนายที่ปรึกษาที่นี่มาไม่ต่ำกว่า 5 ปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้ามาดูแลคือ เรื่องทรัพย์สินและทรัพย์สมบัติของครอบครัว หนึ่งในนั้นคือเรื่องหุ้น ตนเป็นผู้พบพิรุธและสงสัยเอง เพราะพบว่ามีหุ้นจำนวนมากถูกโอนไปให้บุคคลภายนอกช่วงเดือนมิถุนายนก่อนนายชูวงษ์เสียชีวิตไม่กี่วัน ถือเป็นข้อพิรุธที่ตนในฐานะอาชีพทนายความต้องสอบถามญาติว่า รู้หรือรับทราบการโอนหุ้นเหล่านี้หรือไม่ เพราะมีการโอนในลักษณะที่ผิดปกติ ไม่พบว่ามีการชำระค่าหุ้นเหมือนปกติทั่วไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้ที่รับหุ้นกว่า 228 ล้านบาทจากนายชูวงษ์พร้อมทนายไปร้องตำรวจกองปราบเพื่อขอให้ถอนอายัดหุ้น นายเอนกกล่าวว่า เป็นเรื่องของตำรวจจัดการ เพราะหุ้นและเงินในหุ้นดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของนายชูวงษ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหากพบว่า หุ้นได้ไปโดยมิชอบ ตนต้องไปร้องต่อศาลเพื่อติดตามเอาทรัพย์สินกลับคืนมา ส่วนสำนวนเรื่องหุ้นที่กองปราบญาติไม่เคยขอดู เพียงแต่ช่วยพาพยานไปสอบปากคำ รวมทั้งให้ข้อมูลที่มี ทั้งนี้ หุ้นดังกล่าวถือเป็นสินสมรส เนื่องจากได้มาหลังจากสมรส แต่จะดำเนินการใดๆยังไม่ขอเปิดเผย รอให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการโอนหุ้นออกมาเสียก่อน อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจกองปราบฯ และ สน.อุดมสุข เชื่อมั่นในองค์กรเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่า จะสามารถตอบทุกประเด็นให้หายสงสัย คาดว่าผลจะออกมาในเร็วๆนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ครอบครัวยังติดใจในเรื่องการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) เด็กในท้อง น.ส.กัญฐณา ว่าใช่ลูกของนายชูวงษ์หรือไม่ นายเอนกกล่าวว่า ผลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ให้ถึงสุดท้ายก่อนค่อยสรุปอีกที แต่ทางครอบครัวเชื่อมั่นว่า นายชูวงษ์ไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่จำเป็นต้องตรวจดีเอ็นเอ ใครจะอ้างอะไรก็แล้วแต่ ขอให้มีหลักฐานมายืนยันแล้วทางเราจะใช้เหตุผลในการตัดสินใจ

ที่ บช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. กล่าวถึงกรณีญาติของนายชูวงษ์นำภาพวงจรปิดที่เห็นนายชูวงษ์คาดเข็มขัดนิรภัยมาแถลงข่าวว่า ตนยังไม่เห็นคลิปวงจรปิดและข่าวดังกล่าว ซึ่งญาติผู้ตายก็ยังไม่ได้นำภาพวงจรปิดดังกล่าวมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ถามว่า พ.ต.ท.บรรยินมีความสนิทสนมกับแคดดี้และโบรกเกอร์หรือไม่ พล.ต.ต.ชาญเทพกล่าวว่า มีความสนิทสนม แต่ถามว่าลึกซึ้งขนาดไหนตนไม่ทราบ ทั้งนี้ การตายก็คือการตาย เรื่องหุ้นก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าความผิดในเรื่องหุ้นก็ว่ากันไปคนละเรื่อง สำนวนคดีมีการตั้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.บรรยินสู้คดีว่า ตนไม่ได้ขับรถประมาทแต่มีรถเข้ามาเบียดในช่องทางตน เห็นแสงไฟแล้วตกใจเลยหักหลบ และใช้ความเร็ว 80 กม.ต่อชั่วโมง เป็นความเร็วที่ไม่ได้ขับรถโดยประมาท

มีรายงานว่า วันที่ 5 ส.ค. เวลา 10.00 น. ที่ บช.น.ชุดสืบสวนสอบสวนคดีนายชูวงษ์จะประชุมร่วมชุดคลี่คลายคดีระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญด้านรถ เพื่อรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน โดยมี พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธาน ถ้าผลการตรวจแต่ละหน่วยงานเรียบร้อยครบถ้วนสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ อาจจะสรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นคดีอุบัติเหตุหรือการฆาตกรรมอำพรางคดี

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้