วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รำคาญพวกจอมจ้อ'บิ๊กตู่'อัดเอาแต่เรื่องแย่มาพูด

รำคาญพวกจอมจ้อ'บิ๊กตู่'อัดเอาแต่เรื่องแย่มาพูด

  • Share:
พรเพชรปัดปฏิรูปก่อนลต.วิษณุเมินไม่รับมุกล้มรธน.กตช.ถกผบ.ตร.ใหม่-7สิงหา

“บิ๊กตู่” สุดรำคาญจอมจ้อเอาแต่เรื่องแย่มาพูดให้เสียขวัญ บ่นนอนไม่หลับทุกวันเพราะการเมืองวุ่นอีนุงตุงนัง “วิษณุ” กาง ปฏิทินโชว์จะจะ สปช.คว่ำร่างต้องยืดโรดแม็ปออกไป 19 เดือน “บิ๊กโด่ง” ยันไม่เอียงข้าง “เทพเทือก” โรดแม็ปต้องเอาตามนายกฯ “พรเพชร” งัด รธน.ชั่วคราวดับฝันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ถอดรหัสล็อกไม่ให้ดิ้น 2 ข้อ ห้ามลักไก่ใส่คำถามอื่นในประชามติร่าง รธน. “ไพบูลย์” ได้ชื่อ สปช. 5 คน มาเป็นผู้รับรองญัตติปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้งยังไม่ครบ สปช.แนะ “บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 ลุยปฏิรูปประเทศ “ปึ้ง” ซัดมีคนคอยกำกับการแสดง สปช. จับไต๋โรดแม็ปนายกฯเลื่อนได้ตลอด กปปส.เคลียร์รายวันโรดแม็ป “เทพเทือก” รับแล้ว ปชป.ซุกปีกหวังแตกไลน์สู้

จากกรณีนายวันชัย สอนศิริ สปช. เสนอให้ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐบาลอยู่บริหารประเทศต่อ รวมทั้งการที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ เสนอให้ใส่คำถามปฏิรูปก่อนเลือกตั้งในประชามติร่าง รธน.นั้น

“บิ๊กตู่” เปิดงาน “ของขวัญแด่แม่”

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เป็นประธานในพิธีเปิดงานตลาดนัดสินค้าชุมชน “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของขวัญแด่แม่” และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2558 ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-23 ส.ค.โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรี นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ร่วมงาน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการจัดงานในช่วงเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระชนมพรรษาครบ 83 พรรษา ถือเป็นเดือนประเสริฐ และเป็นวันแม่ ที่เราต้องแสดงความจงรักภักดี ซึ่งสิ่งใดก็ตามทำแล้วให้พระองค์ท่านมีความสุขก็ช่วยกันทำ จะมากบ้าง น้อยบ้าง อย่างน้อยขอให้เป็นคนดี ช่วยดูแลทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ซึ่งข้อสำคัญทุกคนต้องกลับไปกราบพ่อแม่ด้วย ใครไม่เคยกราบใกล้วันแม่ก็กลับไปกราบแม่ เหมือนกับเพลง “ค่าน้ำนม” และกิจกรรมครั้งนี้ มีของจากศูนย์ศิลปาชีพมาร่วมงานด้วย

บ่นอายแอฟริกาบอกข้าวในคลังเน่า

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สัปดาห์ที่แล้วกระทรวงพาณิชย์เดินทางไปแอฟริกา ขายข้าวได้พอสมควร ซึ่งน่าจะเป็นรายได้ เป็นอนาคตที่ดีของข้าวไทย เขาเชื่อมั่นในข้าวไทย ซึ่งเขาก็บอกว่า ถ้าจะขายข้าวให้เขาให้เอาข้าวนอกคลังไปขาย อย่าเอาข้าวในคลัง เพราะได้ข่าวว่ามันเสีย “ผมก็อายเขาอยู่เหมือนกัน” การปลูกข้าวใหม่ ถ้าฝนลงข้าวก็น่าจะได้ราคาที่ดีขึ้น แล้วรัฐมนตรีพาณิชย์อยู่ๆ ก็ถูกถามมาคำว่า “การที่ไทยตั้งราคาข้าวไม่เป็นไปตามท้องตลาด แบบที่ผ่านมา จะเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า เพราะมันทำให้โครงการค้าข้าวทั้งโลกปั่นป่วนไปหมด ผมก็ไม่รู้ ผมบอกสมัยผมอยู่เรื่องนี้ไม่เกิดอยู่แล้ว” ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน พี่น้องได้ประโยชน์ก็ว่าไป แต่ปัญหาที่ตามมาก็ต้องช่วยกันแก้ต่อไป

รำคาญจอมจ้อพูดแต่เรื่องแย่ๆ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าทุกคนร่วมใจกันทำทุกอย่าง อะไรที่ไม่น่าภูมิใจอย่ากลับไปทำอีกตามที่เราร่วมกันในวันนี้ไปเรื่อยๆ ตนคิดว่าขวัญกำลังใจเราจะดีขึ้น ขวัญกำลังใจเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ เราอย่ามาทำลายกันเอง อย่ามาพูดจากันให้ตื่นตระหนก เสียขวัญ มันแย่ พูดไปก็ไม่ได้ดีกว่าเดิม มันก็จะยิ่งแย่ ถ้าพูดในสิ่งที่มันดี แนะนำในสิ่งที่เป็นไปได้ สิ่งที่ควรจะเกิด ตนก็พยายามทำทุกอย่าง รัฐบาลพยายามทำ รัฐมนตรีทุกกระทรวงทำด้วยความตั้งใจ เพราะฉะนั้น ก็ขอความกรุณาพูดถึงประเทศตัวเอง ในทางที่ดีบ้างนะ อย่าเอาการเมืองหรืออะไรต่างๆมายุ่งกันทุกเรื่อง มันทำให้คนเดือดร้อน ตนก็อยากทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยให้เร็วที่สุด วันนี้เราสร้างอะไรให้เขาหรือยัง รอกลับไปถามตัวเองดู ทุกคนที่ออกมาพูดกันอยู่วันนี้ เรื่องเศรษฐกิจมานั่งบ่นไม่ดีๆอยู่นั้นแหละ ต้องช่วยกันแก้ไข

นอนไม่หลับ-การเมืองอีนุงตุงนัง

“ไม่ใช่รัฐบาลจะสบาย นอนไม่หลับทุกวัน ปัญหาเยอะแยะไปหมด เรื่องการเมือง มันวุ่นไปหมด ไม่รู้เป็นอะไรกัน ประเทศเราเป็นประเทศรักสงบ แต่ก็รบไม่ขลาด ไม่มีใครรบด้วยก็รบกันเอง เงียบกันไปหลายวัน เพราะไปรณรงค์เรื่องปั่นจักรยาน กลับมาพูดเรื่องการเมืองกันอีกแหละ น่ารำคาญ” นายกฯกล่าว

ควัก 5 พันซื้อแจ็กเกตยีนส์สุดเท่

จากนั้น นายกฯได้เดินเยี่ยมชมและให้กำลังใจร้านค้าต่างๆภายในงานแล้ว ยังได้อุดหนุนซื้อเสื้อแจ็กเกตยีนส์จากร้านฑีตาในราคา 5 พันบาท ขณะที่นางนราพร ได้เลือกซื้อผ้าไหม 1 ผืนด้วย และขณะที่นายกฯเดินชมมาถึงบูธสมาคมเสริมสวยแห่งประเทศ ที่มาให้บริการตัดผมฟรี ซึ่งขณะนั้นมีสุภาพสตรี 2 คนมารับบริการ นายกฯจึงเดินเข้าไปพร้อมกับหยิบกรรไกรตัดที่ปลายผมของสุภาพสตรีทั้ง 2 คน ซึ่งอาจารย์ช่างได้แนะนำนายกฯถึงวิธีการตัดผมด้วย โดยนายกฯบอกว่า “ตอนเป็นทหารเคยตัดผมให้ลูกน้องมาบ้าง”

“วิษณุ” เมิน “วันชัย”ชงคว่ำร่าง รธน.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ สปช. เสนอให้ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐบาลอยู่บริหารประเทศต่อว่า ความเห็นของนายวันชัยไม่สามารถนำมาผูกโยงว่าเป็นความคิดเห็นของ คสช.และรัฐบาลได้ คสช.และรัฐบาลยึดตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พูดไว้จะยึดตามโรดแม็ป ซึ่งมี 3 ระยะ แม้เวลานี้โรดแม็ปอาจถูกกระทบจากการเปิดให้ลงประชามติคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 10 ม.ค.โดยจะเรียก กกต.ประชุมอีกครั้งเพื่อหาข้อสรุปการทำประชามติ เมื่อไหร่ที่ล้มรัฐธรรมนูญก็ยังอยู่ในโรดแม็ปได้ มีกำหนดระยะเวลาไว้หมดแล้วในรัฐธรรมนูญชั่วคราว

เหน็บ “วันชัย–ไพบูลย์” ดีกว่าอยู่นิ่งๆ

เมื่อถามว่า การพูดของ สปช.ถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า นายวันชัยเป็น สปช.มีสิทธิ์ที่จะพูด นอกจากนี้ยังเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สปช. (วิป สปช.) จึงอาจพูดเพื่อสะท้อนความเห็นภายในกลุ่ม ไม่ถือว่าผิดเพราะมีสิทธิ์ลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่หากไม่ได้เป็น สปช.แล้วออกมาพูดก็อาจจะดูแปลก ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ถ้าเห็นว่าดีก็ขอให้ช่วยกันเชียร์ให้ผ่าน แต่ถ้าเห็นว่ามีส่วนไม่ดีมากก็ไม่ผ่าน ดูแล้วเห็นว่า กมธ.ยกร่างฯได้ปรับแก้จนเป็นที่น่าพอใจอยู่แล้ว ส่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ เตรียมเสนอให้ทำประชามติถามความเห็นประชาชนว่าจะให้รัฐบาลอยู่ปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง นายไพบูลย์มีสิทธิ์เสนอ การแสดงความคิดเห็นออกมา ก็ดีกว่าอยู่นิ่งๆ แล้วพอถึงเวลาก็โผล่ออกมาอาจทำให้หลายคนทำใจกันไม่ทัน

กางปฏิทินร่าง รธน.ให้ดูจะจะ

นายวิษณุ กล่าวว่า หาก สปช.รับร่างรัฐธรรมนูญในเดือน ก.ย.และผ่านประชามติในเดือน ม.ค. จากนั้นจะใช้เวลา 2 เดือน ให้ กมธ.ยกร่างฯ ร่างกฎหมายลูก แล้วส่งให้ สนช.พิจารณาอีก 3 เดือน แล้วส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยใช้เวลา 1 เดือน และจัดการเลือกตั้งภายใน 3 เดือนหรือ 90 วัน นั่นแสดงว่าเดือน ก.ย.ปี 2559 จะเลือกตั้ง แต่ถ้าคว่ำรัฐธรรมนูญ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ตั้งขึ้นใหม่ก็จะต้องร่างให้เสร็จภายใน 6 เดือน และใช้เวลาในการลงประชามติ 4 เดือน จากนั้นก็อยู่ที่ขั้นตอนการทำกฎหมายลูกและส่ง สนช.อีก 9 เดือนจึงจะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น สิ่งที่จะทำให้เสียเวลาคือการที่จะต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ก็เสียเวลาไม่มาก ส่วนการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือก-สุบรรณ ในฐานะประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่กล้าแสดงความเห็นหรอก ใครจะพูดอะไรก็พูดไป รัฐบาลมีหน้าที่ยึดตามที่ได้ประกาศตามโรดแม็ปตามขั้นตอน ทั้งนี้ประเด็นการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งก่อนปฏิรูปมีการพูดมาก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 ดังนั้น กปปส.ไม่ได้พูดผิดไปจากอดีตที่ผ่านมา

“บิ๊กโด่ง” ยันไม่เอียงข้าง “เทือก”

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่กรมยุทธศึกษาทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.กล่าวถึงกระแสข่าวที่ คสช.ให้น้ำหนักกับการเคลื่อนไหวของนายสุเทพว่า ตนไม่ได้มองเช่นนั้นเพราะยังมีอีกหลายกลุ่มที่มีแนวคิดต่างๆถ้าดีก็ดี ถ้าอะไรไม่ดีก็จะพูดคุยทำความเข้าใจกัน แต่อาจมีบางช่วงที่ไม่เข้าใจก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปทำความเข้าใจจนอาจถูกมองในแง่ไม่ดี และที่ผ่านมาก็ได้มีการตักเตือนกันไป ตนก็ขอขอบคุณที่กลุ่มต่างๆเข้าใจและให้ความร่วมมือ

เมื่อถามถึงกลุ่ม นปช.บอกว่า รัฐบาลและคสช.เลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ขอให้มั่นใจเถอะครับ เรารู้อยู่แล้วว่าจะออกมาแบบนี้ ฝ่ายความมั่นคงก็ระมัดระวัง ฉะนั้น ถ้าอะไรไม่เกินกรอบ และแสดงความเห็นที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่นำเอามวลชนออกมาชุมนุมจนให้สถานการณ์บานปลาย ซึ่งถ้ามาในลักษณะนั้นเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องออกไประงับไม่ให้กลุ่มต่างๆดำเนินการ ขอให้ทุกกลุ่มสบายใจได้ว่า ฝ่ายความมั่นคงให้ความเท่าเทียมกัน

ลั่นโรดแม็ปเป็นไปตามนายกฯบอกไว้

เมื่อถามว่า นายสุเทพแสดงความเห็นอยากให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งส่งผลให้ คสช.ขยายโรดแม็ปหรือไม่ พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) โดยความคิดเห็นนั้นเป็นมุมมองส่วนตัว คสช.มีขั้นตอนว่าจะรับหรือไม่รับความคิดเห็นดังกล่าว ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยืนยันเสมอว่าต้องเป็นไปตามโรดแม็ปแต่บางช่วงอาจมีการปรับระยะเวลา เนื่องจากมีเหตุการณ์บางประการซึ่งทุกคนพยายามจะดำเนินการให้ดีที่สุด เมื่อถามย้ำว่า โรดแม็ปจะขยายเวลาไปถึงปี 2560 หรือไม่ พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า ต้องไปบวกลบคูณหาร วันเวลากันอย่างละเอียด ถ้าบอกไปมันอาจจะคลาดเคลื่อนได้

“พรเพชร” ดับฝันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการเรียกร้องจากหลายฝ่ายให้ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งว่า การดำเนินการทุกอย่างต้องปฏิบัติตามโรดแม็ป หากรัฐธรรมนูญ กำหนดไว้อย่างไรต้องเป็นไปตามนั้นตามที่นายกรัฐมนตรีบอกไป หากมีการทำประชามติผ่านแล้ว ก็ต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จะทำอย่างอื่นไม่ได้ ส่วนการเสนอให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง โดยให้ไปใส่ในคำถามการทำประชามติคงเป็นการพูดเพื่อหาแนวร่วมหรือการพูดให้ความเห็นตามสมควรเท่านั้น แต่รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่น จะต้องปฏิบัติตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งขณะนี้มีการกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว จึงต้องเป็นไปตามนั้น

“ไพบูลย์” ได้ชื่อไม่ครบญัตติยื้อ ลต.

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการล่ารายชื่อสมาชิก สปช.เพื่อสนับสนุนการปฏิรูป 2 ปีก่อนจัดการเลือกตั้ง เป็นคำถามการทำประชามติของสปช.ว่า ขณะนี้มีสมาชิก สปช.เห็นด้วยกับการปฏิรูปในแนวทางดังกล่าวมากพอสมควร เป็น สปช.มาจากทุกกลุ่ม โดยการเสนอญัตติเรื่องการตั้งคำถามประชามติให้ปฏิรูป 2 ปี ก่อนจัดการเลือกตั้งนั้นตามระเบียบข้อบังคับการประชุม สปช. ต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 5 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อผู้รับรองอยู่ คาดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร

กะวัดใจวันโหวตรับ–ไม่รับร่าง รธน.

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ตนจะทำหนังสือเพื่อเสนอญัตติดังกล่าวยื่นให้นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้นำญัตติดังกล่าวมาพิจารณาในวันเดียวกับที่ สปช.จะพิจารณาลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คาดว่าไม่น่าจะเกินวันที่ 7 ก.ย. จึงขอชี้แจงกับคนที่เข้าใจผิดว่า ในวันลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถพิจารณาวาระอื่นๆได้นั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว ปี 2557 แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดไว้ชัดเจนว่า สปช.สามารถดำเนินการได้ทั้งลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และพิจารณาประเด็นคำถามในการดำเนินการจัดทำประชามติด้วย

สปช.อุบลฯโต้ปมล็อบบี้ผ่าน รธน.

นายนิมิต สิทธิไตรย์ สปช.อุบลราชธานี กล่าวถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ สปช.ระบุมีนักการเมืองล็อบบี้ สปช.จังหวัด ให้ช่วยโหวตผ่านร่างรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็วว่า ไม่เคยได้ยินว่า มีการล็อบบี้ สปช.จังหวัด ไม่ทราบว่า นายวันชัยออกมาพูดเพราะอะไร ยืนยันว่าการลงมติร่างรัฐธรรมนูญของ สปช. จะดูเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมา-ธิการยกร่างพิจารณาแก้ไขในครั้งสุดท้ายก่อน สปช.ทุกคนมีความเป็นอิสระในการลงมติอยู่แล้ว อย่างไร ก็ตาม ขณะนี้ กมธ.ยกร่างฯได้ปรับแก้ไปบ้างตามที่แต่ละ กมธ.ปฏิรูปแต่ละคณะของ สปช.เสนอความเห็นไป แต่มีหลายประเด็นที่ยังไม่มีการปรับแก้ เท่าที่พูดคุยกับเพื่อน สปช.ส่วนใหญ่ ยังไม่อยากให้ความเห็น ขอรอดูร่างสุดท้ายก่อน

แหย่ “บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 ปฏิรูปประเทศ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สปช.การปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า ในฐานะ สปช.ท้องถิ่น ขณะนี้ยังไม่เห็นมีนักการเมืองมาล็อบบี้ สปช.จังหวัด จากการพูดคุยกับ สปช.คนอื่นๆหลายคนไม่มีใครบอกว่า มีนักการเมืองมาล็อบบี้ให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการพูดเอง เออเอง ของนายวันชัยคนเดียว อย่ามาเหมารวม สปช.ทั้งหมด มั่นใจว่า สปช.มีดุลพินิจของตัวเอง ส่วนข้อเสนอการปฏิรูป 2 ปี ก่อนการเลือกตั้งนั้นไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะสร้างความปรองดองและปฏิรูปได้จริงหรือไม่ ขอให้ทุกอย่างเดินตามโรดแม็ปจะเหมาะกว่า เพราะขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการปฏิรูปอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หาก คสช.เห็นว่า มีปัญหาเรื่องกรอบเวลาปฏิรูป ก็มีช่องทางแก้ปัญหาได้อยู่แล้ว อาทิ การใช้อำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ หรือการให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งครอบคลุมการแก้ปัญหาได้หมดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องยืดเวลาออกไป 2 ปี

“ปึ้ง” ซัดมีคนกำกับการแสดง สปช.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของ สปช. ที่มีการปลุกกระแสให้คว่ำร่างว่า สปช. คือหนึ่งในแม่น้ำ 5 สายที่มีต้นกำเนิดมาจาก คสช. การที่รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน สปช. ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะกำกับการแสดงกันได้ เช่น ถ้าจะอ้างว่า กมธ.ยกร่างฯไม่ยอมแก้ไข สปช.ก็ไม่ผ่านร่าง รธน. หรืออ้างตาม สปช.สายที่มาจาก กปปส.ว่า ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ก็เสนอให้ไม่โหวตผ่าน รธน. หรือไม่ก็มีคำสั่งไม่ให้ผ่านรัฐธรรมนูญจากผู้ใหญ่โดยตรง เป็นต้น ไม่ต่างอะไรกับเล่นละครโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดกับประเทศชาติและประชาชน ทำเหมือนกับประเทศชาติเป็นของพวกท่านกลุ่มเดียว วันนี้พวกท่านต้องตระหนักรู้ได้แล้วว่าประชาชนเดือดร้อนและเศรษฐกิจเสียหาย ก็เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ บริหารงานไม่เป็น เพราะส่วนใหญ่เป็นข้าราชการมืออาชีพ

จับไต๋โรดแม็ป “บิ๊กตู่” เลื่อนได้ตลอด

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับโรดแม็ปที่ประกาศไว้ ต่างชาติเขาก็รู้แล้วว่าสามารถเลื่อนออกไปได้ตลอดเวลา จึงอยากเตือนไปยังทุกฝ่ายว่าอย่าคิดว่าคนอื่นเขารู้ไม่ทันพวกท่าน และพยายามกล่าวหาว่านักการเมืองเป็นตัวปัญหาที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย หากครั้งนี้ประเทศไทยต้องก้าวถอยหลัง เศรษฐกิจถดถอยพวกท่านทั้งหลายต้องรับผิดชอบอย่างปฏิเสธไม่ได้ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจของไทยในครั้งนี้ใหญ่หลวงหนัก ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องจารึกชื่อพวกท่านไว้ชั่วลูกชั่วหลานแน่นอน โดยเฉพาะพวกที่ชอบอวดเก่งอวดดี

จวก “วันชัย” ทำบรรยากาศเสีย

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ สปช.ออกมาระบุว่ามีนักการเมืองเคลื่อนไหวปลุกเร้าประชาชน เพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ว่า ยืนยันว่าในภาคอีสานไม่มี นายวันชัยก็พูดไปเรื่อย วันนี้ทุกคนในพรรคเพื่อไทยเฝ้ารอดูว่านายกฯจะทำตามโรดแม็ปที่วางไว้หรือไม่ เราไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวาย เราจึงพยายามเงียบ และพูดให้น้อยที่สุด แต่ถ้าถามชาวบ้านว่าอยากเลือกตั้งหรือไม่ เขาอยากเลือกตั้งอยู่แล้ว การที่นายวันชัยออกมาพูดแบบนี้ทำให้บรรยากาศในการเดินหน้าสู่โรดแม็ปที่วางไว้เสียหาย ที่กล่าวหานักการเมืองหรือกลุ่มการเมือง คนไหนหรือกลุ่มไหนระบุให้ชัด ฝ่ายความมั่นคงเขาจะได้เรียกไปคุยได้ ไม่ใช่พูดมาลอยๆ พูดจาให้ระมัดระวังด้วย

กปปส.เคลียร์รายวันโรดแม็ป “เทือก”

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวยืนยันเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯว่า เป็นไปเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อคนไทยทั้งชาติ ภารกิจของมูลนิธิฯคือ 1.เชิญชวนประชาชนร่วมอุดมการณ์ 2.ปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนคนไทย 3.ผลักดันการปฏิรูปประเทศ ซึ่งถูกนำไปบิดเบือนจนสับสนว่าจะกระทบโรดแม็ปของรัฐบาลว่าจะต้องเลื่อนการเลือกตั้ง ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะเราเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำการบ้านให้เสร็จแล้วส่งภายในเวลาที่กำหนด ทั้งนี้การปฏิรูปการเมืองเป็นประโยชน์ของประชาชนโดยตรงเพื่อไม่ให้มีการใช้เงินซื้อพรรค ซื้อ ส.ส. และซื้อเสียงอีก เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปป้องกันการทุจริต ปฏิรูปการกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการบริหารท้องถิ่น และการปฏิรูปโครง สร้างตำรวจให้เป็นที่พึ่งของประชาชน ปฏิรูปความเหลื่อมล้ำในสังคม

รับ ปชป.ซุกปีก กปปส.แตกไลน์สู้

นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่แกนนำลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีการผิดใจกัน แต่ออกเพื่อแยกแยะบทบาทของพรรคการเมืองและการต่อสู้ของประชาชนให้ชัดเจน การที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยเปรียบ เทียบว่าเป็นแบบเดียวกับที่ นปช.เป็นมวลชนของพรรคเพื่อไทยนั้นคงไม่ใช่ และเราก็ไม่มีปัญหาใดๆกับพรรคเพื่อไทย ถ้าไม่หลงผิดพยายามออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมเหมาเข่งล้างผิดให้กับนักการเมืองที่กินโกงบ้านเมืองอีก จึงขอย้ำว่าวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯไม่ใช่เพื่อสร้างคะแนนนิยมสำหรับการเลือกตั้ง และไม่ใช่คู่แข่งหรือแนวร่วมของพรรคการเมืองใด ในส่วนของ นปช.ที่ระบุมาตลอดว่า เคารพความต้องการของมวลชน นปช. ยกเว้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล้มเจ้า การใช้กำลังอาวุธ และการแบ่งแยกประเทศ ถ้าการปฏิรูปสำเร็จทุกสีเสื้อได้ประโยชน์ ถึงแม้จะถูกมองว่า เป็นฝั่งตรงข้ามกัน แต่ถ้าการนำเสนอและทำโดยสุจริตเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนคนไทย มูลนิธิฯก็ยินดีร่วมพัฒนาชาติ คนดีไม่กลัวการทำดี

กมธ.ยกร่างฯพัก 2 วันทำการบ้าน

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ระหว่างวันที่ 3-4 ส.ค. ทาง กมธ.ยกร่างฯงดการประชุม เพื่อให้เวลา กมธ.ยกร่างฯทุกคนได้มีเวลาอ่านและศึกษารายละเอียดของบันทึกเจตนารมณ์รายมาตรา หาก กมธ.ยกร่างฯคนใดต้องการปรับแก้ไขก็สามารถนำข้อมูลมาเสนอต่อที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯในวันที่ 5 -7 ส.ค. ซึ่งจะพิจารณาบันทึกเจตนารมณ์รายมาตราในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จ ส่วนประเด็นที่ค้างการพิจารณาที่คงเหลืออยู่ อาทิ ประเด็นที่มา ส.ว. นั้นที่ประชุมจะนำมาพิจารณาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า โดยส่วนตัวเชื่อว่าคงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลักการไปจากเดิม แต่รูปแบบของคณะกรรมการสรรหาและบทเฉพาะกาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ส.ว.สรรหา ก็อาจจะมีการหยิบยกมาหารือกันใหม่เพื่อดูความชัดเจนอีกครั้ง

กก.ยุทธศาสตร์ฯ สัดส่วนยังไม่ลงตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นโครงสร้างของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับสัดส่วนของคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวว่าจะกำหนดให้มีจำนวน 20 คน หรือ 23 คน แต่เบื้องต้น กมธ.ยกร่างฯได้วางโครงสร้างของคณะกรรมการฯชุดดังกล่าว โดยมีที่มาจาก 3 ส่วนตามคำขอแก้ไขเพิ่มเติมของคณะรัฐมนตรี คือ ส่วนที่ 1 ประกอบด้วย ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ส่วนที่ 2 ประกอบด้วย ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา และส่วนที่ 3 ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิการปฏิรูปด้านต่างๆ เป็นต้น

“หม่อมอุ๋ย” ยื่นแก้งบ 3 องค์กร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ได้ทำหนังสือถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เพื่อขอเสนอปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของที่เกี่ยวกับกับการคลังและงบประมาณ จำนวน 5 ประเด็น โดยเฉพาะประเด็นสำคัญในมาตรา 204 วรรคสอง ที่เกี่ยวกับการใช้เงินของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ออกกฎหมายแบ่งรายได้จากภาษีบาป เช่น สุราและยาสูบ ไปใช้โดยตรง โดยต่อไปภายหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ การใช้จ่าย การก่อหนี้ และภาระผูกพันของ 3 องค์กรดังกล่าว จะกระทำโดย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการคลังและการงบประมาณภาครัฐ หมายถึงต้องนำเสนอและผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา แตกต่างจากเดิมหน่วยงานดังกล่าวใช้งบประมาณอย่างอิสระและไร้การตรวจสอบจากตัวแทนประชาชน

กมธ.เด้งรับห้อยไว้ในบทเฉพาะกาล

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯ ได้รับทราบถึงหนังสือดังกล่าวแล้ว โดยหลักการเห็นว่าการใช้งบขององค์กรต่างๆจะต้องกระทำโดยผ่านวิธีการงบประมาณ หรือผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ส่วนหน่วยงานของรัฐที่กฎหมายไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน ที่ขณะนี้มี 2-3 องค์กร แม้จะไม่สามารถแก้ไขเรื่องการหักภาษีมาให้หน่วยงานโดยตรงได้ แต่ต่อไปการใช้งบประมาณต่างๆ จะต้องกระทำตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย โดยจะบัญญัติเรื่องดังกล่าวไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ในขณะที่องค์กรใหม่ๆ ในลักษณะดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ที่ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของ สนช. กมธ.ยกร่างฯ อาจจะไม่ยอมให้มีการหักภาษี ไปให้หน่วยงานนั้นๆได้โดยตรงอีกต่อไป รวมทั้งการใช้งบประมาณก็ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ซึ่งจะบัญญัติในหลักการของรัฐธรรมนูญ หรือบางส่วนก็อยู่ในบทเฉพาะกาลเช่นกัน

ศาล ปค.ไม่รับฟ้องคดี “บิ๊กตู่-วัฒนา”

อีกเรื่อง ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ นายโสภณ บุญกูล รองอธิบดีศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนคดีได้มีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีหมายเลขดำ 1343/ 2558 ที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นผู้ถูกฟ้องเรื่องกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีออกประกาศ คสช.ฉบับที่ 21/2557 ลงวันที่ 23 พ.ค.57 ห้ามบุคคลที่มีชื่อ 155 ราย เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ซึ่งนายวัฒนาเป็น 1 ใน 155 รายชื่อดังกล่าว ทั้งนี้ศาลปกครองกลางพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า ประกาศ คสช.และการออกคำสั่งไม่อนุญาตดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามประกาศ คสช.จึงไม่อาจรับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

กมธ.สนช.ตั้งผู้ต้องหาข้าวเป็นกุนซือ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กมธ.การกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจของ สนช.ซึ่งมี พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน กมธ.ได้แต่งตั้งนายธีระศักดิ์ แสนวรางกูร เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ทั้งที่มีหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ขโมยข้าวในโกดังมาหมุนเวียนเทียนในโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คิดเป็นค่าเสียหายกว่า 90 ล้านบาทว่า เรื่องนี้ต้องถามประธาน กมธ.ว่าใครเป็นผู้เสนอบุคคลที่มีมลทินและมีคดีติดตัว ผู้เสนอมีผลประโยชน์ร่วมหรือไม่ เพราะผู้ที่เสียหายคือประธานและ กมธ.ทั้งชุดสะท้อนภาพลักษณ์ให้เสื่อมเสียต่อ สนช.ในภาพรวม

น้อง “บิ๊กป้อม” จ่อเด้งกุนซือ

พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ สนช. กล่าวว่า ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯในวันที่ 6 ส.ค.เพื่อถอดนายธีระศักดิ์ออกจากการเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ กมธ. หลังจากพบว่ามีปัญหาเรื่องคดีความในโครงการจำนำข้าวสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งการแต่งตั้งนายธีระศักดิ์เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ กมธ.นั้น เป็นมติของที่ประชุม กมธ.เป็นผู้แต่งตั้ง ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่า บุคคลดังกล่าวมีคดีความติดตัวอยู่ แต่ขณะนี้เมื่อทราบว่ามีความไม่เหมาะสม ในฐานะที่ตนเป็นผู้ลงนามแต่งตั้งก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยจะเสนอต่อที่ประชุม กมธ.ให้ถอดนายธีระศักดิ์ออกจากตำแหน่งต่อไป ถือเป็นเรื่องเล็ก ไม่ใช่เรื่องมีปัญหาอะไร

สนช.เล็งแปล ก.ม.ค้ามนุษย์จูนโลก

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงถึงการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ว่า ที่ผ่านมา สนช.ได้ผ่านกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ อาทิ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ฉบับที่ 2 เพื่อเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นในปราบปรามการค้ามนุษย์ อีกทั้งกฎหมายควบคุมดูแลการกระทำผิดต่อเด็กและเยาวชนในทางเพศ เพื่อป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมในลักษณะนี้ ขณะเดียวกัน สนช.กำลังรอการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในมิติต่างๆอีก 4-5 ฉบับที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะส่งให้ สนช.พิจารณา เพื่อแสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมาในภาคปฏิบัติประเทศไทยได้ดำเนินการแก้ปัญหาค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้จะให้แปลกฎหมายการแก้ไขการค้ามนุษย์ที่สนช.ได้ออกตามพันธสัญญาเป็นภาษาอังกฤษแจ้งให้นานาชาติรับทราบ ตลอดจนเผยแพร่ให้ประชาชนรับรู้

วิปรัฐตีกลับร่าง ก.ม.ตร.เกณฑ์

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปรัฐบาล) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่...พ.ศ....) ที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอเข้ามา ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้กับผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการสอบสวน หรือจำเลยที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ที่ต้องถูกคุมขังและขออนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว โดยศาลจะมีการกำหนดวงเงินประกันตัว และให้ติดตั้งเครื่องติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์กับบุคคลนั้นๆ โดยต้องอยู่ในพื้นที่ที่ศาลกำหนด ซึ่งหากรับข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้วงเงินในการประกันตัวลดน้อยลง หรืออาจจะไม่ต้องเสียเงินประกันเลย ทั้งนี้ วิปรัฐบาลจะส่งกฎหมายดังกล่าวให้ สนช.และคาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุม สนช. ภายในวันที่ 6 ส.ค. ส่วนร่าง พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ... (ว่าด้วยตำรวจกองประจำการ หรือตำรวจเกณฑ์) เห็นชอบให้คณะอนุกรรมการที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ไปศึกษาในประเด็นที่สังคมมีข้อสงสัย จึงเลื่อนการนำเสนอกฎหมายต่อ สนช.ออกไปก่อน

“พีมูฟ” เผาพริก–เกลือต้าน ก.ม.ป่าชุมชน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่บริเวณหน้ารัฐสภา ฝั่งเขาดิน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชนของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ สปช.จะนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมในวันที่ 3 ส.ค. โดยกลุ่มพีมูฟได้ทำพิธีเผาพริก เผาเกลือ และสาปแช่ง หากผู้สนับสนุนและเห็นชอบให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน จากนั้นเวลา 11.45 น. กลุ่มพีมูฟส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือต่อนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ผ่านเจ้าหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ โดยให้เหตุผลการต่อต้านร่างกฎหมายดังกล่าวว่า เป็นร่างกฎหมายที่ขาดการมีส่วนรวมของภาคประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับป่ามายาวนาน มีความตั้งใจแยกคนออกจากป่าอย่างชัดเจน จะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับภาครัฐ เพราะมีการให้อำนาจบริหารจัดการแก่ภาครัฐมากเกินไป

ชิงดำ ผบ.ตร.ใหม่ ก.ต.ช.นัด 7 ส.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันที่ 7 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งการประชุมจะมีการพิจารณาการเปิดตำแหน่งให้กับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. หลังที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้ถอนมติการอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองที่ให้เยียวยา พล.ต.ท.ศรีวราห์ที่ไม่ได้สิทธิทวีคูณจากการทำงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ไม่ได้ขึ้นนั่งแท่น ผบช.ภ.1 เมื่อปี 2553 และมีรายงานข่าวว่า ที่ประชุม ก.ต.ช.อาจจะพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ แทน พล.ต.อ.สมยศ พุ่ม-พันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะได้รับการเสนอเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ คือ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ที่ถืออาวุโสอันดับ 1 และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เจ้าของฉายามือปราบสิบทิศ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้