วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
 ล่านายทุนคนมีสี! บงการแก๊งหลอกเช่ารถ เชิดไปขายร่วม 100 ล.

ล่านายทุนคนมีสี! บงการแก๊งหลอกเช่ารถ เชิดไปขายร่วม 100 ล.

  • Share:

ตำรวจภาค 3 ตามรวบแก๊งสามสหายตั้งขึ้นมาหลอกลวงประชาชน มีหัวโจกเป็นอดีตนักแข่งแรลลี่ระดับแชมป์ประเทศไทย หลอกเช่ารถก่อนเอาไปจำนำหรือขายต่อ มีเหยื่อที่โคราชเข้าแจ้งความ ชี้ทั่วประเทศเสียหายนับร้อยล้านบาท ซัด 2 นายทุนคนมีสีคอยบงการ... 

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 ส.ค. 58 ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ปกรณ์ เสริมสุวรรณ ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.อิทธิพล นาคคำ รอง ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์  ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.นิรันดร์ แก้วอิน รอง ผกก.สส.2 พ.ต.ท.ศุภชัย ปักโคทานัง สว.สส.2 พ.ต.ต.คำพู พลอยผักแว่น สว.สส.2 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายบัญชา หรือเอก ทองก้อน อายุ 38 ปี ที่อยู่ตามบัตรเลขที่ 49 หมู่ 2 ต.หาดกรวด อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ อดีตนักแข่งรถยนต์แรลลี่แชมป์ประเทศไทย นายเฉลิมเกียรติ หรือน็อต ธนธรณ์มนตรี อายุ 38 ปี และ น.ส.ฐานัชา หรือตู่ สรเสริฐ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยหลอกลวงประชาชนนำรถยนต์มาทำสัญญาเช่า ก่อนเชิดรถหนี มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อกว่า 30 ราย สูญรถยนต์ 42 คัน มูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 100 ล้านบาท

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้สืบสวนติดตามกลุ่มผู้ต้องหาพบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน แยกย้ายหลบหนีหมายจับ ตำรวจติดตามจับกุมนายบัญชาได้ที่บ้านเช่าใน จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนนายเฉลิมเกียรติ จับกุมได้ขณะหลบหนีไปทำงานรับจ้างเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ จ.เชียงราย และ น.ส.ฐานัชา จับกุมได้ขณะขายเครื่องดื่มในวัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน

สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายเริ่มจากนายบัญชา พร้อมพวก เปิดบริษัทบริการให้เช่ารถรายเดือน และรายปี ชื่อบริษัทสามสหายทรานสปอร์ต ในตัวเมือง จ.ลพบุรี จากนั้นได้ติดต่อผู้เสียหายให้นำรถยนต์มาทำสัญญาเช่ารายละ 3 ปี โดยทำสัญญาจ่ายค่าเช่าเดือนละ 30,000 บาทต่อคัน มีประชาชนผู้เสียหายทั้งใน จ.นครราชสีมา และจังหวัดอื่นๆ ทางภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคเหนือรวม 30 คน แต่ละคนได้นำรถกระบะ 4 ประตูรวม 30 คัน รถตู้ 8 คัน และรถแวนอีก 4 คัน รวม 42 คัน มาทำสัญญาให้เช่า โดยนายบัญชา อ้างว่าจะนำรถยนต์ไปรับงานต่อ เริ่มแรกได้เงินค่าเช่าตามสัญญาคนละ 2-3 เดือน แต่ระยะหลังไม่ได้รับค่าเช่า ได้ทวงถามกับนายบัญชา แต่ก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด กระทั่งผู้เสียหายเริ่มทยอยเข้าแจ้งความกับตำรวจในแต่ละท้องที่ แต่คดียืดเยื้อมานานกว่า 1 ปี ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ผู้เสียหายไม่สามารถติดตามรถยนต์กลับคืนมาได้ ขณะเดียวกัน มีผู้เสียหายใน จ.นครราชสีมา กว่า 20 ราย ที่ตกเป็นเหยื่อพากันเข้าร้องทุกข์ที่ตำรวจภูธรภาค 3 ให้ช่วยติดตามคดี ตำรวจใช้เวลาสืบสวนติดตามกว่า 3 เดือน กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้

จากการสอบสวนเบื้องต้นนายบัญชา อดีตนักแข่งแรลลี่แชมป์ประเทศไทย ปี 2548 ให้การรับสารภาพว่า มีนายทุนใหญ่ 2 คน เป็นคนมีสี อยู่เบื้องหลังขบวนการหลอกลวงเชิดรถยนต์ โดยที่พวกคนทั้ง 3 คนเป็นเพียงลูกน้องของนายทุน รับหน้าที่เปิดบริษัทวิ่งรถรับส่งพนักงานของบริษัทเอกชน และหาเช่ารถยนต์จากเหยื่ออ้างว่านำรถมาวิ่งร่วม หลังจากได้รถยนต์มาแล้วจะส่งให้กับนายทุนนำไปขายต่อให้ลูกค้า หรือนำไปจำนำกับไฟแนนซ์อีกทอดหนึ่ง ทำให้รถยนต์ของผู้เสียหายกระจายไปอยู่ในความครอบครองของผู้อื่นทั่วประเทศ และมีบางคันนำไปขายตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

ด้าน พล.ต.ต.ปกรณ์ เสริมสุวรรณ ผบก.สส.ภ.3 เปิดเผยว่า ตำรวจรู้เบาะแส 2 นายทุนที่อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้แล้ว อยู่ระหว่างติดตามขยายผล แต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เกรงว่าจะหลบหนี ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พร้อมคัดค้านประกันตัว เพราะเห็นว่าเป็นคดีที่สร้างความเสียหายมหาศาลนับ 100 ล้านบาท ส่วนรถของผู้เสียหายทั้งหมดทางตำรวจจะได้ขยายผลจากกลุ่มผู้ต้องหาว่า นำไปขายหรือจำนำไว้ที่ไหนบ้าง เพื่อติดตามมาใช้เป็นของกลางในคดี และคืนเจ้าของต่อไป

นอกจากนี้แล้ว จากการตรวจสอบยังพบว่านายบัญชา มีหมายจับของศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ จ.110/2558 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2558 ข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ 6 หมายจับ และอีก 16 คดีที่ยังไม่ออกหมายจับ ส่วนนายเฉลิมเกียรติ และน.ส.ฐานัชา มีคนละ 1 หมายจับ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้