สารตะกั่วสีทาบ้าน แบน 100% ป้องเด็ก

ข่าว

    สารตะกั่วสีทาบ้าน แบน 100% ป้องเด็ก

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      4 ส.ค. 2558 05:01 น.

      ภัย!...“สารตะกั่ว” ที่แฝงมากับ “สีทาบ้าน”...ผสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ให้สีมีความทนทาน ยึดเกาะพื้นผิวได้นาน คนไม่น้อยอาจจะยังไม่รู้ถึงอันตรายเมื่อสีลอก เป็นฝุ่นผง ปลิวเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ...ซ้ำร้ายหากเด็กเล็กได้รับสารตะกั่วโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็เป็นอันตรายได้

      รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ข้อมูลไว้ว่า พิษจากสารตะกั่วในสีน้ำมัน พบได้ทั่วไปตามผนังอาคาร โต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้กระทั่งของเด็กเล่น อันตราย...เกิดจากการได้รับสารตะกั่วสะสมเรื้อรังเป็นเวลานาน

      เด็กมีภูมิต้านทานอ่อนแอกว่าผู้ใหญ่ หากได้รับสารตะกั่วจะทำลายอวัยวะภายในได้รุนแรงกว่า ที่สำคัญก็คือ “ระบบประสาท” และ “สมอง”

      งานวิจัยหลายชิ้นสะท้อนว่า หากเด็กแรกเกิดถึง 6 ขวบ ได้รับสารตะกั่ว จะทำให้ไอคิวลดลงได้ตั้งแต่ 4–6 จุด...ทำลายระบบไหลเวียนออกซิเจนในเลือด...รวมถึงทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง

      “สารตะกั่ว” ในสีทาบ้านเป็นประเด็นร้อนวงการอุตสาหกรรมสีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว...เครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ องค์การอนามัยโลก ได้จัดกิจกรรมรณรงค์สัปดาห์ป้องกันภัยจากพิษตะกั่ว เพื่อเพิกถอนสารตะกั่วในสีทาอาคารใน 30 ประเทศกว่าทั่วโลก

      ประเทศไทยก็จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ปกป้องไอคิวเด็กไทย จากภัยตะกั่ว”

      ดร.ลีวีอู เวดราสโก ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ย้ำว่า พิษตะกั่วเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพ ทั้งโรคโลหิตจาง โรคไตส่งผลต่อพัฒนาการสติปัญญาบกพร่องได้ องค์การอนามัยโลกจึงต้องการให้ประเทศสมาชิกยกเลิกการใช้สารตะกั่วในการผลิตสี

      นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า สถานการณ์ทั่วโลกพบว่าทุกๆปีจะมีเด็กป่วยด้วยโรคปัญญาอ่อนจากพิษตะกั่วกว่า 6 แสนคน...เด็กไทยก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงนั้น

      น่าสนใจว่าแหล่งกำเนิดที่สำคัญมาจากสีทาผนังที่มีสารตะกั่วปนเปื้อนอยู่ จากสาเหตุ...สีเสื่อมสภาพ หลุดล่อน เป็นฝุ่นชอล์กจากผนังต่างๆ

      ที่ต้องระวัง เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ขวบมีความเสี่ยงเมื่อสัมผัสหรือรับประทานผ่านเข้าไปทางระบบทางเดินอาหาร...หมายถึงว่าร่างกายได้รับอันตรายจากพิษตะกั่ว

      ซึ่งเด็กเล็กสามารถดูดซึมสารตะกั่วได้ดีกว่าผู้ใหญ่ถึง 5 เท่า ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง ทำให้เด็กมีอาการผิดปกติ สติปัญญาบกพร่องได้แม้ได้รับสารตะกั่วในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

      ในแวดวงอุตสาหกรรมสีทาอาคารยอมรับถึงอันตรายจากสารตะกั่วที่ผสมในสี ประเด็นด้านเทคนิคจริงๆแล้ว “สารตะกั่ว”...ถูกใช้เป็นวัตถุดิบในรูปผงสี เพื่อให้มีสีสด เช่น สีเหลือง สีแดง สีเขียว ซึ่งจะพบในกลุ่มสีเคลือบเงา หรือสีน้ำมันทาอาคารเท่านั้น

      สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดค่ามาตรฐานควบคุมสารตะกั่วแบบสมัครใจในสีน้ำมันไว้ คือ ไม่เกิน 100 พีพีเอ็ม (ppm) หรือ 100 ส่วนในล้านส่วน

      และมีความพยายามผลักดันให้เป็นมาตรฐานภาคบังคับด้านความปลอดภัยเรื่องโลหะหนักเป็นพิษในสีน้ำมัน จำพวกสารตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม...ไม่ให้เกิน 100 พีพีเอ็ม ในเบื้องต้นสำรวจแล้วมี 129 โรงงาน

      ผู้ผลิตสียินดีเข้าร่วมทำตามกฎหมายภาคบังคับนี้ หากรัฐมีนโยบายและมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนที่ชัดเจน

      บัญชรี มณีดิษฐ์ ผู้อำนวยการสายงานวิจัยและพัฒนาฯ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด เสริมว่า ทีโอเอปฏิวัติวงการสีทาบ้านยกเลิกการใช้สารตะกั่วและปรอทได้สำเร็จ ตั้งแต่ปี 2520

      “คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ผู้ก่อตั้งอาณาจักรสีทีโอเอ มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเล็งเห็นถึงอันตรายจากวัตถุดิบที่มีสารโลหะหนักที่เป็นพิษ จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค...สภาพแวดล้อม ถ้าปนเปื้อนไปกับดิน แหล่งน้ำ เมื่อปลากินเข้าไป...คนทานปลาก็จะไปสะสมอยู่ในร่างกาย ในเลือด เป็นอันตราย”

      สีทาอาคาร แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ สีน้ำทาอาคาร...ใช้สำหรับงานปูนคอนกรีต ทั้งสีทาภายใน...ภายนอก มีสัดส่วนการใช้ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่บ้านทั้งหมด

      ประเภทที่สองคือ สีเคลือบเงา หรือ สีน้ำมันทาอาคาร นี่แหละที่เป็นตัวเจ้าปัญหาที่มักพบสารตะกั่ว ใช้สำหรับงานไม้และเหล็กเท่านั้น มีสัดส่วนการใช้งานเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่บ้าน

      “สารตะกั่ว” มาจากวัตถุดิบ 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ผงสี (Pigment)...ที่มักมีปริมาณสารตะกั่วสูงมาก เพื่อทำให้สีสด เช่น สีแดงสด สีส้มสด สีเหลืองสด , สารที่ช่วยให้สีน้ำมันแห้ง (Drier) และ ผงสีกันสนิม (Anti–Corrosive primer) ซึ่งสามวัตถุดิบหลักนี้จะไม่พบในกลุ่มสีน้ำทาอาคารอย่างแน่นอน

      สีปลอดภัยเป็นนโยบาย “Greenovation...ที่สุดนวัตกรรมสีปลอดภัยเพื่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” บัญชรี บอกอีกว่า ในปีที่แล้วเราได้ยกเลิกการใช้สารตะกั่วและโลหะหนักในสีทาอาคาร ทั้งสีน้ำ สีน้ำมันสีรองพื้นกันสนิมได้สำเร็จทั้งหมดแบบ 100% หรือเรียกว่า Clean 100%

      นอกจากนี้ยังมีมาตรการการควบคุมคุณภาพต่างๆภายใน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการใช้วัตถุดิบการผลิตที่ต้องไม่ผสมสารตะกั่วและปรอทจากบริษัทชั้นนำต่างประเทศ...กวดขันขั้นตอนการตรวจสอบปริมาณสารโลหะหนักอย่างเข้มข้น เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม โครเมียม สารหนู...ทุกลอตการผลิต

      เครื่องมือการทดสอบ X–Ray diffraction หรือ XRD จะนำมาใช้ตรวจสอบสารประกอบโลหะหนักในสีทุกชนิด เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยแน่นอน ขั้นตอนง่ายๆผู้ซื้อ...ผู้ใช้สังเกตหรือดูข้อมูลได้จากฉลากรับรองมาตรฐาน มอก.ที่ติดกำกับไว้ข้างกระป๋องสี รวมทั้งฉลากข้อกำหนดกฎหมาย การใช้งาน ข้อควรระวัง

      หรือรออีกสักระยะ สมาคมผู้ผลิตสีแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินการจัดทำคู่มือ “การใช้สีอย่างปลอดภัย” เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ความเข้าใจให้กับผู้บริโภคอย่างถูกต้อง จะได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีได้อย่างเหมาะสม

      มูลนิธิบูรณะนิเวศ ทำการศึกษาและสำรวจ “สีน้ำมัน” ที่วางขายในท้องตลาดมาตั้งแต่ปี 2556 โดยในปีนี้ได้ทำการสำรวจอีกครั้งจำนวน 100 ตัวอย่าง จาก 56 ยี่ห้อ รวม 35 บริษัทผู้ผลิตสี แบ่งเป็นกลุ่มโทนสีขาว 41 ตัวอย่าง และกลุ่มโทนสีสด 59 ตัวอย่าง ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล พบว่า

      ผู้ผลิตสี 3 บริษัทใหญ่ ได้แก่ ทีโอเอ กัปตัน และปามมาสติก...ลด เลิกใช้สารตะกั่วในสีน้ำมันทาอาคารแล้ว แต่ยังตรวจพบว่ายังมี 2 บริษัทรายใหญ่ที่ใช้สารตะกั่วในกระบวนการผลิตสูงเกินกว่า 10,000 พีพีเอ็ม

      นอกจากนี้ยังพบสีปลอดสารตะกั่วในสีขาวที่ไม่เกินค่ามาตรฐาน 100 พีพีเอ็ม...เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากปี 56 ถึง 39 เปอร์เซ็นต์ โดยมีค่าสารตะกั่วเฉลี่ยที่ตรวจพบลดลงเหลือเพียง 710 พีพีเอ็ม...จาก 2,915 พีพีเอ็ม ในปี 2556 และพบสีปลอดสารตะกั่วที่ไม่เกินค่ามาตรฐาน 100 พีพีเอ็มด้วย

      ส่วนในกลุ่มโทนสีสดก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 56 ถึง 22% และพบปริมาณสารตะกั่วที่สูงเกิน 10,000 พีพีเอ็ม...มีค่าลดลงจากปี 56 ถึง 17% โดยค่าเฉลี่ยสารตะกั่วในกลุ่มสีสดก็ลดลงเหลือเพียง 31,341 พีพีเอ็ม

      สถานการณ์วันนี้ อัฏฐพร ฤทธิชาติ นักวิจัยมูลนิธิบูรณะนิเวศ สรุปสั้นๆอย่างมีความหวังว่า...“ภาพรวมสีน้ำมัน ปลอดภัย ไร้สารตะกั่ว...กำลังใกล้ถึงฝั่งฝันในไม่ช้า”.

      อ่านเพิ่มเติม...

      วิดีโอแนะนำ

      สุดช็อก บ้านถล่มทั้งหลัง น้ำป่าทะลัก ซัดเสาบ้านพังต่อหน้าต่อตา
      03:10

      สุดช็อก บ้านถล่มทั้งหลัง น้ำป่าทะลัก ซัดเสาบ้านพังต่อหน้าต่อตา

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2565 เวลา 17:42 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์