วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ลับ ลวง พราง” เพื่อสร้างจุดเปลี่ยน

“ลับ ลวง พราง” เพื่อสร้างจุดเปลี่ยน

โดย สายล่อฟ้า
4 ส.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่โค้งแห่งความเข้มข้น เมื่อทุกฝ่ายพร้อมจะเปิดหน้าเล่นกันแล้ว หลังจากที่ คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจปกครองประเทศก่อนหน้านี้ต่างก็สงบเสงี่ยม แม้จะมีคลื่นใต้น้ำบ้าง แต่ก็สงบราบเรียบ

เพราะต่างก็สงวนท่าทีเพื่อรอเวลาแบบว่า “คอยได้” มากกว่า จนกระทั่งมาถึงจุดที่กำลังจะเปลี่ยนผันก็คือรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำลังจะเข้าสู่จุดสุดท้ายเพื่อให้ สปช.ลงมติว่าจะรับหรือไม่รับ

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือการเคลื่อนตัวอีกครั้งของ กปปส. ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ 2 ประการ

1.สนับสนุนรัฐบาลและ คสช.

2.การปฏิรูปก่อนเลือกตั้งโดยไม่มีเงื่อนไขเวลา

เท่านั้นแหละก็เกิดปฏิกิริยาขึ้นมาทันที ไม่เฉพาะเพื่อไทย เสื้อแดงเท่านั้น แต่ คสช.เองที่แม้ว่าจะได้ประโยชน์เมื่อมีพลังมวลชนให้การสนับสนุนเป็นหลังพิงอย่างดี

ทว่า ไม่สามารถหลุดพ้นไปจากแรงกดดันที่เกิดขึ้น เพราะจะต้องวางบทบาทและท่าทีอย่างไร เพราะการจะเล่นบทบาทเป็น “คนกลาง” ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

เนื่องจากแค่เริ่มต้นเท่านั้นก็ถูกข้อกล่าวหาแล้วว่า สมรู้ร่วมคิดกับนายสุเทพ มีการเรียกร้องให้วางฐานะให้ดี อย่าไปหลงเชื่อนายสุเทพ

ที่สำคัญก็คืออย่า 2 มาตรฐานเป็นอันขาด

เมื่อนายสุเทพนำทัพ กปปส.ออกมาเคลื่อนไหวอย่างนี้ ย่อมทำให้ฝ่ายตรงข้าม คสช.อยู่นิ่งไม่ได้แล้ว จึงดาหน้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์แบบไม่เกรงกลัว คสช.อย่างที่ผ่านมา

เป็นการเน้นย้ำให้สังคมรับรู้ว่า แนวคิดที่ระบุว่าจะต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งนั้น มันเท่ากับว่าเป็นการดำเนินการเพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง

เพื่อต่อ “ท่ออำนาจ” ให้ คสช.โดยปริยาย

การแสดงท่าทีที่ผ่านมาของนายสุเทพด้วยจุดยืนคือให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.มาตลอด

นั่นจึงถูกมองว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และนายสุเทพกำลังเล่นบท “สมรู้ร่วมคิด” เพื่อจัดการกับฝ่ายต่อต้านอย่างถึงที่สุด

เพราะรู้ดีว่าหากให้มีการเลือกตั้งตามโรดแม็ปที่ คสช.วางเอาไว้จะเข้าทางเพื่อไทยทันที เพราะด้วยกฎกติกาที่วางเอาไว้ในรัฐธรรมนูญด้วยหลักเกณฑ์ที่เข้มข้นแค่ไหนก็ตาม ยังเชื่อว่าเพื่อไทยจะได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งแล้วกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

นั่นย่อมหมายความว่าการเมืองไทยจะกลับมาสู่วังวนเดิม

ดังนั้น การถือธงนำด้วยคำว่าปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง โดยไม่มีเงื่อนเวลาก็เท่ากับว่าเป็นการ “ปิดทาง” เพื่อไทยไปโดยปริยาย

ทางเดียวก็คือจะต้องเร่งผลักดันการปฏิรูปประเทศให้เป็นรูปธรรมชัดเจน เพื่อหวังว่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้

แม้ว่าการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจะทิ้งระยะห่างจากประชาธิปัตย์ว่าไม่เกี่ยวข้องกัน แต่แกนนำ กปปส.หลายคนก็ยังผูกพันอยู่และหลายคนก็พร้อมจะลงสนามเลือกตั้งในนามประชาธิปัตย์

อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุผลสำคัญก็คือในสนามเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นเชื่อว่า ประชาธิปัตย์ไม่มีทางชนะพรรคเพื่อไทยได้

จึงต้องสร้างกลไกขึ้นมาใหม่เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

เมื่อรูปการณ์เป็นไปอย่างนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องผลักดันการปฏิรูปให้สำเร็จ เพื่อเปิดประตูการเมืองโฉมใหม่ที่จะดีขึ้นกว่าเก่า

ดีไม่ดีอาจจะมีพรรคการเมืองที่ 3 เป็นตัวกลางเข้ามาสอดแทรกได้.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้