Thairath Logo
กีฬา

อินเดีย บังกลาเทศ คนไร้สัญชาติ

Share :

นาย แพทย์ กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “การเตรียมตัวสอบตำรวจ” รับใช้ชายชาวมหาสารคามอายุ 18-27 ปี มีวุฒิ ม.6 ปวช. ที่จะสอบเป็นนายสิบตำรวจ ซึ่งปีนี้รับ 5,000 ตำแหน่ง ฟังโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องจองที่นั่งที่ 0-4397-0792 หรือ 09-2749-1199 พูดเวลา 10.00-12.00 น. ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ที่ชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์ อ.เมือง จ.มหาสารคาม

นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ พูด “เตรียมสอบนายสิบตำรวจเพื่อรับราชการในศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้” รับใช้ชาวยะลา ปัตตานี นราธิวาส 10.00-12.00 น. พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม ที่หอประชุมโรงเรียนยะลาบำรุงผดุงประชา อ.เมือง จ.ยะลา ไม่มีค่าใช้จ่าย จองที่นั่งได้ที่ 08-6969-1111

00.01 น. เสาร์ 1 สิงหาคม 2558 สนธิสัญญาว่าด้วยการแลกเปลี่ยนดินแดนแทรกตลอดเขตแดนร่วม 4,000 กิโลเมตร ระหว่างอินเดีย–บังกลาเทศ มีผลบังคับใช้แล้วนะครับ ดินแดนแทรกที่ทำให้คนมากกว่า 50,000 คนอยู่ในสถานะไร้รัฐมานานถึง 68 ปี ได้รับสัญชาติกันซะที พอมีสัญชาติแล้ว ผู้คนก็มีสิทธิเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างถูกกฎหมาย

ดินแดนแทรกทั้งหมดมี 162 แห่ง จำนวน 111 แห่ง จะได้ไปอยู่ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ อีก 51 แห่ง จะได้ไปอยู่ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐอินเดีย ที่จริงข้อตกลงแก้ไขปัญหาดินแดนแทรกที่ทั้งอินเดียและบังกลาเทศบรรลุไปตั้งแต่ พ.ศ.2517 แต่เพราะมัวแต่ทะเลาะกัน ทำให้การลงนามไม่เกิดขึ้นซะที กระทั่งมิถุนายน 2558 นายกรัฐมนตรีอินเดีย นายนเรนทรา โมดี ไปเยือนบังกลาเทศและลงนาม

สมัยก่อนตอนโน้น ประเทศใหญ่สุดตรงนี้ก็คือ อินเดีย ตอนหลังแผ่นดินแตกเป็นอินเดียกับปากีสถาน ปากีสถานที่แตกออกมาจากอินเดียในตอนแรกมี 2 ส่วน คือปากีสถานตะวันตกและปากีสถานตะวันออก

พอแยกออกมาจากอินเดียจนได้เป็นประเทศใหม่แล้ว เมืองหลวงของปากีสถานอยู่ที่กรุงการาจี กรุงราวัลปินดี และกรุงอิสลามาบัด ตามลำดับ แต่ทั้ง 3 กรุงนี่อยู่ในปากีสถานตะวันตก คนปากีสถานตะวันออกจึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกเมียน้อย แถมภาษาที่พูดกันในปากีสถานตะวันตกก็ยังเป็นภาษาอูรดู ซึ่งคนปากีสถานตะวันออกพูดไม่ได้ คนที่นี่พูดเป็นแต่ภาษาเบงกาลี คนปากีสถานตะวันออกที่อยู่ในซิลเหตก็พูดแต่ภาษาอัสสัม ทำให้พวกปากีสถานตะวันออกก่อจลาจลเรียกร้องให้ใช้ภาษาเบงกาลีเป็นภาษาราชการหลายครั้ง

ปากีสถานตะวันตกมักจะส่งข้าราชการที่เป็นชาวปัญจาบีและชาวปาทาน มาทำงานบริหารระดับสูงในปากีสถานตะวันออก รายได้ของประเทศก็ถูกขนไปทะนุบำรุงปากีสถานตะวันตก ที่แย่ที่สุดเลยก็คือ ปากีสถานตะวันตกและตะวันออกอยู่ห่างกันตั้ง 6,000 กิโลเมตร มีอินเดียคั่นกลาง ทำให้การติดต่อสื่อสารทำได้ยากมาก ต้องใช้เครื่องบิน หรือเรือเดินทะเลเดินทางอ้อมคาบสมุทร ทางรถยนต์ทำไม่ได้เลย เพราะอินเดียไม่ยอมให้คนปากีสถานเข้าประเทศซึ่งมาจากปัญหารัฐชัมมู-แคชเมียร์ ที่แย่งกันระหว่างอินเดียกับปากีสถาน

สุดท้าย พวกปากีสถานตะวันออกก็ประท้วงให้แบ่งประเทศ อยู่ร่วมประเทศไม่ไหวแล้ว พวกคุณเอาเปรียบพวกผมเหลือเกิน พอถึง 23 มีนาคม 1971 คนปากีสถานตะวันออกก็ชักธงผืนใหม่ขึ้นสู่ยอดเสา และเรียกชื่อประเทศใหม่ของพวกตนว่าบังกลาเทศ

ปากีสถานตะวันตกก็จึงส่งทหารเข้ามาปราบ ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองที่มีผู้คนล้มหายตายจากไปมากกว่า 1 ล้านคน และทำให้คนปากีสถานตะวันออกต้องหลบหนีลี้ภัยไปอยู่ในอินเดียอีกประมาณ 10,000,000 คน

เมื่อผู้อพยพเข้าไปในอินเดียเป็นจำนวนมากมาย อินเดียก็จึงถือว่าเป็นความชอบธรรมที่ตัวเองจะต้องเข้าไปในปากีสถานตะวันออกเพื่อแก้ไขปัญหา อินเดียตอนนั้นหนุนปากีสถานตะวันออกหรือบังกลาเทศ

ปากีสถานตะวันตกยอมแพ้ และยอมรับการแยกประเทศของปากีสถานตะวันออกเป็นประเทศใหม่ ชื่อบังกลาเทศเมื่อ 16 ธันวาคม 1971

“ปัญหาสัญชาติ” ของผู้คนทางแถบนี้มีเยอะมาก พวกเราเคยตามพ่อไปบังกลาเทศ 3 ครั้ง เคยนั่งรถตระเวนจากกรุงธากาไปจนถึงจิตตะกอง เมืองใกล้พรมแดนเมียนมา เจอใครก็จะได้ยินแต่เรื่องคนไร้สัญชาติเสียจนชิน บางส่วนก็มีปัญหากระทบมาถึงเมืองไทยอย่างพวกโรฮีนจานี่ก็ใช่

ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีอินเดียคนปัจจุบันที่แก้ไขปัญหาเรื่องดินแดนเหลื่อมอินเดีย-บังกลาเทศ ทำให้ปัญหาคนไร้สัญชาติและพรมแดนเบาลง.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

อ่านเพิ่มเติม...
อินเดียบังกลาเทศคนไร้สัญชาติเปิดฟ้าส่องโลกคุณนิติ นวรัตน์คอลัมน์ฉบับพิมพ์ไทยรัฐฉบับพิมพ์