วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ณรงค์' ปัดดึง ม.44 สลายอาชีวะก่อเหตุ

'ณรงค์' ปัดดึง ม.44 สลายอาชีวะก่อเหตุ

  • Share:

หวั่นผู้ปกครองเดือดร้อนเลิกส่งลูกเรียน “สมพงษ์”ย้ำพัฒนาสร้างสรรค์

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งแก้ไขปัญหานักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท ให้เห็นผลภายใน 3 เดือนว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาท และมีการประชุมหารือทบทวนมาตรการกันมาโดยตลอด ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จึงได้กำชับให้ สช.เข้าไปกำกับดูแลอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าไปสลาย กรณีเห็นว่ามีการรวมตัวเพื่อจะก่อเหตุ รวมทั้งได้กำชับให้วิทยาลัยต่างๆ ดูแลหัวโจกและรุ่นพี่ที่จะมาชักชวนรุ่นน้องไปก่อเหตุ ซึ่งตนเชื่อว่าปัญหาการทะเลาะวิวาทจะเบาลง

ต่อข้อถามว่าจะเสนอขอใช้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตรา 44 ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทเช่นเดียวกับกรณีเด็กแว้น-รถซิ่ง หรือไม่ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 กับเรื่องนี้ เพราะเกรงว่าจะทำให้ผู้ปกครอง เดือดร้อน เมื่อเด็กอาชีวะก่อเหตุผู้ปกครองต้องรับผิดชอบด้วย ต่อไปอาจเป็นสาเหตุให้ผู้ปกครองไม่อยากส่งลูกมาเรียนสายอาชีวศึกษา ในขณะที่เราต้องการรณรงค์ให้เด็กเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น เชื่อว่าไม่ต้องใช้มาตรา 44 ก็แก้ปัญหาได้

ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเด็กอาชีวะทะเลาะวิวาท ต้องแก้ไขทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวแบบยั่งยืน โดยระยะเร่งด่วนเสนอว่าควรจัดตำรวจหรือทหารประจำพื้นที่วิทยาลัยกลุ่มเสี่ยง เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที ส่วนระยะยาวต้องเร่งพัฒนาในทางที่สร้างสรรค์ ต้องให้เด็กเข้าใจบทบาทของอาชีวะที่เรียนเพื่อสร้างอาชีพ จบไปมีงานทำมีรายได้ ส่งเสริมการจัดการศึกษาทวิภาคีให้เข้มข้นขึ้นทั้งรัฐและเอกชน ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 มาแก้ปัญหาทะเลาะวิวาทเช่นกัน เพราะจะคุมเข้มได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้