Thairath Logo
กีฬา

ไทยรัฐทีวี จับมือ เจ เอส แอล ร่วมค้นหาเพชรเม็ดงามมาประดับเมืองไทย

Share :

ไทยรัฐทีวี จับมือ เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย ปั้นรายการใหม่ "เพชรดารา สู้ฝัน ปั้นดาว" รายการที่เฟ้นหาหนุ่มสาวผู้รักในเสียงเพลงลูกทุ่ง และมีความฝันที่อยากก้าวมาเป็นเพชรเม็ดงามที่เปล่งแสงสว่างไสว มีความงาม มีคุณค่า พร้อมก้าวไปเป็นดาราประดับฟ้าเมืองไทยในวงการบันเทิง

ไทยรัฐทีวี จับมือ เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย ปั้นรายการใหม่ "เพชรดารา สู้ฝัน ปั้นดาว" รายการที่เฟ้นหาหนุ่มสาวผู้รักในเสียงเพลงลูกทุ่ง


"เพชรดารา สู้ฝัน ปั้นดาว" รายการที่จะค้นหาหนุ่มสาวคนธรรมดา ปั้นจากดินให้เป็นเพชร จากเพชรให้เป็นดาราประดับฟ้าดาราไทย โดยการประกวดจะแบ่งออกเป็น 2 ซีซั่น ซีซั่นแรกเป็นการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 40 คนที่เสียงดีมีคุณภาพเพื่อเข้าประกวดร้องเพลงลูกทุ่งในสไตล์ของตัวเอง จากนั้นทางรายการจะคัดเหลือเพียง 12 คน ที่จะผ่านเข้าไปประกวดในซีซั่นที่ 2 ซึ่งเป็นรอบของการร้องและการแสดงเพื่อค้นหา 2 คนสุดท้าย แบ่งเป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งการร้องเพลงและการแสดงจะเป็นสุดยอด "เพชรดารา สู้ฝัน ปั้นดาว" โดยมีพิธีกรคุณภาพ แหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา และน็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ร่วมด้วยทีมกรรมการผู้คร่ำหวอดในวงการเพลงลูกทุ่งอย่างศิลปินแห่งชาติ ครูชลธี ธารทอง ซุปเปอร์สตาร์ลูกทุ่ง ไชยา มิตรชัย และดาราเจ้าบทบาท น้ำผึ้ง ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ ร่วมด้วยทีมแมวมองที่จะคอยสอดส่องเฟ้นหาเพชรมาเจียระไน อาทิ กุ้ง สุธิราช สุนารี ราชสีมา และบอล เชิญยิ้ม ซึ่งจะทำให้รายการครบเครื่องทั้งคุณภาพและความสนุกสนานเข้มข้นทุกๆ สัปดาห์

โดย นิค จิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการตลาด บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ไทยรัฐทีวี) ได้พูดถึงการที่ไทยรัฐทีวี ได้เข้ามาทำรายการประกวดร้องเพลงว่า

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย ให้สัมภาษณ์ ไทยรัฐทีวี


จุดเด่นของรายการ เพชรดารา เพราะทุกวันนี้มีรายการแข่งขันร้องเพลงเยอะ? "รูปแบบการนำเสนอค่ะ แต่รูปแบบการนำเสนออาจจะยังไม่เยอะมากในมุมของคนดู แต่ว่ามุกในรายการ หรือว่าสคริปต์พิธีกรน่าจะเป็นตัวดึงดูดคน หรือว่าเรื่องราวของเด็กแต่ละคน หรือว่าตัวของครูผู้สอนร้องเพลง น่าจะเป็นตัวที่ดึงดูดในจุดต่างๆ" กลัวจะไปซ้ำกับรายการประกวดร้องเพลงอื่นๆ ไหม? "จริงๆ รายการที่มีอยู่เดิมมันก็ไม่ได้ต่างอะไรมาก คือมันก็คล้ายๆ กันอยู่แล้ว แต่มันจะต่างที่ตัวผู้เข้าแข่งขัน คุณภาพของเด็กที่เข้ามาแข่งว่าเป็นยังไง"

ทำไมถึงเลือกทำรายการร้องเพลง? "จริงๆ ตอนแรกเริ่มจากเราอยากได้รายการที่มันดูบันเทิงด้วย เพราะช่องไทยรัฐทีวียังไม่ได้มีอะไรที่มันบันเทิงมาก ก็อยากได้ดารามา อยากได้ศิลปินซึ่งก็เป็นดาราได้ด้วย เป็นนักร้องได้ด้วย ก็เลยคิดที่จะเป็นรายการนี้ และเลือกที่จะทำรายการเพลงลูกทุ่ง เราคิดว่าน่าจะเป็นแนวเพลงที่เข้าถึงประชากรส่วนใหญ่ของประเทศนี้ได้ ก็เลยเลือกโฟกัสไปที่ลูกทุ่ง แต่ว่าถ้าเกิดว่ารายการมันได้รับความนิยมและเป็นกระแสขึ้นมาจริงๆ ซีซั่นต่อไปก็ไม่ต้องเป็นลูกทุ่งก็ได้ อย่างรายการ ร้องได้ให้ล้าน ก็ขึ้นต้นรายการมา เราไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นเพลงลูกทุ่งอย่างเดียว แต่ก็คุยกันว่าเอาให้มันโฟกัสไปเลยก่อนดีกว่า มันจะได้แอทแทคคนดูบางกลุ่มได้อย่างชัดเจน ก็จะง่ายต่อการสื่อสาร ก็เลยเลือกลูกทุ่งก่อน"

2พิธีกร คู่ขวัญ'แหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา'และ'น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์'


รายการ เพชรดารา จะช่วยมาเสริมผังรายการในช่วงครึ่งปีหลังได้? "ใช่ค่ะ แต่ว่ารายการจะจบในช่วงเดือน พ.ย." กลุ่มผู้ชมรายการนี้เป็นคนกลุ่มไหน? "เป็นกลุ่มคนทั่วไป เราพยายามจะเข้าถึงให้ได้กับคนทุกกลุ่ม ครอบครัว พ่อแม่ลูกนั่งเชียร์ด้วยกัน เราออกอากาศในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ค่ะ" คาดหวังกับรายการนี้ยังไงบ้าง? "ก็คาดหวังเรตติ้งค่ะ และก็คาดหวังกระแสจากคนดู แล้วก็ตัวเลขเชิงรายได้" กลัวคนจะเอาไปเปรียบเทียบกับรายการร้องเพลงอื่นๆ ไหม? "คนคงเปรียบเทียบอยู่แล้วค่ะ เพราะว่ารายการประกวดร้องเพลงมันเยอะอยู่แล้วเนอะ อย่าง ชิงช้าสวรรค์ เดอะสตาร์ ดันดารา ถ้าเค้าเอาไปเปรียบเทียบก็แปลว่าเค้าดู ดีแล้วล่ะ เพราะว่าเราจะได้ยินฟีดแบ็กว่าคนชอบหรือไม่ชอบ เราด็จะได้มาปรับของเรา"

ธุรกิจทีวีดิจิตอลมีการแข่งขันกันสูง รายการ เพชรดารา จะมาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่อง ไทยรัฐทีวี ยังไงบ้าง? "อย่างที่บอก พอร์ทฟอริโอ้ของเราทางด้านรายการวาไรตี้ยังไม่มีอะไรที่แบบตู้มขึ้นมา หรือยังไม่แข็งแรง เราก็คาดหวังว่ารายการนี้มันจะมาช่วยให้ภาพของไทยรัฐมันไม่เป็นข่าวมาก น่าจะทำให้มันดูแบบเป็นรายการวาไรตี้บันเทิงนะ มันก็เลยเป็นสาเหตุให้เราเลือกโฟกัสไปที่รายการลูกทุ่งก่อน อย่างน้อยคนดูจะได้จำได้"

อย่างที่บอกว่า ทุกคนที่เข้ามา อาจจะได้เป็นดารา เราวางแผนไว้ยังไง? "ก็จริงๆเราดูตั้งแต่ที่คัดนะ เพราะว่าเราดูตั้งแต่เทปที่แคสติ้งของทุกคนที่จะเข้ามา บางคนอาจจะไม่เหมาะกับรายการนี้ แต่ก็ดูมีแววอาจจะทำอะไรสักอย่างได้ ก็เรียกมาเซ็นเป็นเด็กในสังกัด แล้วก็จริงๆ สิ่งที่ไทยรัฐยังไม่มีจริงๆ ก็คือบุคลากรทางด้านเบื้องหน้า เพราะฉะนั้นเด็กพวกนี้ไม่ว่าจะร้องเพลง หรือจะแสดง หรือเป็นพิธีกร หรือแม้กระทั่งเป็นผู้ประกาศข่าว เราก็มีโอกาสได้เห็นเด็กในภูมินี้ แล้วก็ดึงไปใช้งาน ซึ่งอย่างร้องเพลงเรามองว่าเราคงยังไม่ได้ทำค่ายเพลง ก็อาจจะเป็นพาร์ทเนอร์กับใครสักคน แล้วก็บริหารศิลปินร่วมกัน ส่วนนักแสดงเราก็อาจจะเป็นพาร์ทเนอร์กับใครสักคน แต่ว่าก็อยู่ในช่วงที่กำลังจะตัดสินใจว่าเป็นพาร์ทเนอร์ดีมั้ย หรือจะทำเอง"

ฝากถึงรายการ เพชรดารา สู้ฝัน ปั้นดาว? "จุดประสงค์ที่เราอยากทำรายการนี้ให้มันดี มันก็ไมีเชิงว่าเป็นรายการประกวดร้องเพลงเพียวๆ เพราะว่าเราคัดบุคลิกหน้าตาของคนที่มาเข้าร่วมรายการ เพราะฉะนั้นต้องทำดี หน้าตาดี แล้วก็บุคลิกภาพดี เพื่อจะเอามาต่อยอดใช้ประโยชน์ในวงการบันเทิงในด้านอื่นๆ ต่อไปอีกค่ะ ก็อยากให้ลองเปิดมารับชมดู อาจจะได้เห็นเด็กที่มีแวว ได้รับโอกาสเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง ได้รับโอกาสในการทำงานต่อไปในอนาคต คิดว่ารายการนี้ต่อไปน่าจะเป็นรายการที่ครอบครัวนั่งคุยกันได้ ใช้เวลาร่วมกันได้ในบ้าน"

ด้าน อั๋น วัชระ แวววุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอสแอล โกลบอล มีเดีย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

ในฐานะผู้ผลิตรายการประกวดร้องเพลงมามากมาย เรามองว่า รายการร้องเพลงมีการพัฒนามายังไงบ้าง? "สำหรับรายการทีวีแล้ว การประกวดแข่งขันร้องเพลงได้รับความนิยม คนดูก็ชอบดูการแข่งขันกัน โดยเฉพาะคนไทยที่ชอบดูวิธีดารแข่งขันว่าใครแพ้ใครชนะ รายการร้องเพลงมีมาตั้งแต่สมัยผมยังเด็กๆ มีการไต่ขั้นบันไดเป็นดารา ไต่มาเป็นขั้นๆ จนประสบผลสำเร็จ เป็นที่นิยมเพราะคนชอบดูการแข่งขัน และเสียงเพลงเป็นอะไรที่มันเข้าถึงคนได้ง่ายมากๆ เพราะฉะนั้นเราก็จะดูว่าคนนี้ร้องเพลงเป็นยังไง สามารถจะร้องตามได้อินตามได้ ดูว่าเค้าร้องดีหรือไม่ดี ส่วนรูปแบบรายการมันพัฒนากันไปตามเทคโนโลยี อย่างเราเห็นเค้าร้องเพลงบนเวที ร้องกันเป็นรอบๆ ไป และจบ แต่ตอนนี้เป็นแนวทางของตัวเรียลลิตี้เข้ามา คนดูจะไม่ได้เห็นเฉพาะเบื้องหน้า แต่จะได้เห็นเบื้องหลังด้วย อันนี้ก็เป็นเสน่ห์ที่คนดูอยากรู้จักผู้เข้าแข่งขันมากขึ้น ถามว่ารายการร้องเพลงยังอยู่คู่ทีวีอยู่มั้ย อันนี้ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ทั่วโลกยังมีอยู่ แต่จะพัฒนาไปตามความก้าวหน้า เทคโนโลยี และพฤติกรรมของมนุษย์"

รายการ เพชรดารา มีความแตกต่างและความน่าสนใจยังไง? "ก็เป็นรายการประกวดหาผู้ที่ร้องเพลงลูกทุ่ง ที่เราหาตรงนี้เพราะว่าไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปยังไง เพลงที่อยู่ในใจของคนส่วนใหญ่ก็คือเพลงลูกทุ่ง คนอยู่ชั้นไหนก็ร้องเพลงลูกทุ่ง เพราะมันสะท้อนวิถีชีวิต วิธีคิดที่เป็นต้นแบบของคนไทยจริงๆ รายการนี้เราต้องการคนที่เป็นลูกทุ่งจริงๆ เค้าจะต้องเติบโตมาจากความเป็นลูกทุ่ง เพราะฉะนั้นการร้องเพลงจะออกมาจากจิตวิญญาณ คนไหนที่มีตรงนี้เราเรียกว่าเป็นเพชร เพราะคนที่มีจิตวิญญาณของลูกทุ่งจริงๆ มีน้อยครับ เราได้รับเกียรติจากครูเพลงศิลปินแห่งชาติ ครูชลธี ธารทอง เราเชื่อว่าจากประสบการณ์และมุมมองของท่านจะแคะเพชรออกมาให้กับเราได้ และนักร้องในยุคนี้ต้องร้องเพลงได้ เอ็นเตอร์เทนคนดูได้ และมีเสน่ห์ เพราะฉะนั้นเราต้องหาเพชรที่มีความสมบูรณ์"

ความท้าทายของรายการนี้? "เรามีช่องดิจิตอลเกิดขึ้นมาเยอะแยะเต็มไปหมด และก็จะมีรายการแข่งขับร้องเพลงอยู่เนืองๆ และพยายามทำให้คนดูรู้สึกทึ่งให้ได้ คนดูก็จะได้เห็นในรายการเพชรดารานี่ล่ะครับ" คาดหวังจะได้เพชรเม็ดแรกในซีซั่นนี้ไหม? "เราหวังครับ และเราก็เชื่อว่าเพชรดีๆ ยังมีอยู่ ถ้าคุณผู้ชมดูแล้วคิดว่าคนนี้น่าจะเป็นเพชร ก็ช่วยกันโหวตเข้ามา แล้วเค้าจะได้เป็นเพชรเม็ดงานที่อยู่ในใจของคุณผู้ชมด้วย"

ความน่าสนใจของคณะกรรมการ? "เราต้องการเพชรที่มีความรอบด้านและครบเครื่อง ก็เลยมีกรรมการมาช่วยเจียระไนเพชรเยอะมากครับ อันดับแรกเลยคือ ครูชลธี ธารทอง มาช่วยคัดเลือกเจียระไรเพชร ยังมีดาราเจ้าบทบาทซึ่งเธอเคยผ่านละครเพลงมาแล้ว คุณน้ำผึ้ง ณัฐริกา ขณะเดียวกันต้องมีเสน่ห์ คุณเอ ไชยา มิตรชัย เป็นบุคลากรที่มีเสน่ห์มาก ร้องเพลงลูกทุ่งก็ได้ เล่นลิเกก็ได้"

ฝากถึงรายการ เพชรดารา "ก็อยากจะขอฝากรายการ เพชรดารา เป็นอีกรายการหนึ่งที่อยากให้อยู่ในใจของผู้ชม ทางช่องไทยรัฐทีวี ช่อง 32/42 ติดตามดูในวันเสาร์และวันอาทิตย์นะครับ เวลา 18.30 น. ช่วยกันค้นหาและเจียระไนเพชรนะครับ เข้าสู่วงการให้เป็นเพชรเม็ดงามของวงการบันเทิงต่อไป"

อั๋น วัชระ แวววุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย


ร่วมเชียร์ร่วมลุ้นและร่วมโหวตคะแนนให้กับผู้เข้าแข่งขันในดวงใจที่คุณชื่นชอบ ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.30-19.30 น. ทางช่องไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และ 42.

อ่านเพิ่มเติม...