วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กล้วยไข่...เมืองลุง ก้าวไกลไปเออีซี

กล้วยไข่...เมืองลุง ก้าวไกลไปเออีซี

  • Share:

แม้ราคายางจะต่ำเตี้ย กระทบรายได้ แต่หากรู้จักปรับตัวสู้ ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ปลูกไม้เสริมในสวนยาง สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืน... อย่าง กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านลำสินธุ์ ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ได้ลงมือทำมาแล้ว

“เมื่อก่อนหลังจากกรีดยางแล้ว กลุ่มแม่บ้านจะมีเวลาว่างมาก ในช่วงโค่นยางเก่าปลูกยางใหม่ ช่วงแรกๆเราปลูกกล้วยน้ำว้ากันมาก ผลผลิตที่ ออกมาล้นตลาดขายไม่ได้ ราคา จึงคิดนำมาแปรรูปเป็นกล้วยฉาบม้วน ทำได้ไม่นานต้นกล้วยน้ำว้าเป็นโรคพลายตาย ที่เกิดจากเชื้อไมโครพลาสมา พากัน ยืนต้นตายยกสวน เราจึงเลิกราไปในที่สุด หลังจากที่ทำมานานกว่า 10 ปี”
นางประทิน นาคมิตร ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านลำสินธุ์ เผยว่า ต่อมาปี 2541 กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรได้กลับมารวมตัวกันอีก 35 คน คราวนี้ช่วยกันปลูกกล้วยไข่ เพราะเห็นว่าตลาดมีความต้องการ อีกทั้งเป็นพืชใช้น้ำเยอะเหมาะกับพื้นที่ภาคใต้ และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค

“เมื่อลงมือปลูกแล้วได้ผลผลิตออกมาขายเยอะมาก เจอปัญหาราคาตกอีกแล้ว จาก กก.ละ 40 บาท ลงมาเหลือแค่กิโลกรัมละ 3-5 บาท เลยมาปรึกษากันต้องนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า แต่ละวันสมาชิกของกลุ่มฯ นำกล้วยไข่ดิบวันละ 300 กก. มาแปรรูปเป็นกล้วยไข่กรอบแก้วออกจำหน่ายกลายเป็นสินค้าขายดี จึงได้ปิ๊งไอเดียใหม่ คิดค้นสูตรพิเศษให้ได้รสชาติใหม่ๆ ทั้งรสเค็ม รสหวาน รสปาปริก้า รสบาร์บีคิว และรสสาหร่าย ให้ทันสมัยแข่งกับขนมสมัยใหม่ที่เด็กวัยรุ่นสมัยนี้นิยมกัน เพื่อตลาดจะได้กว้างมากขึ้น”

ประธานกลุ่มแม่บ้าน เกษตรกรบ้านลำสินธุ์บอกอีกว่า กิจการแปรรูปกล้วยไข่จำหน่ายได้เจริญรุดหน้ายิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถพยุงราคากล้วยไข่ในพื้นที่ให้เพิ่มสูงขึ้น จาก กก.ละ 3–5 บาท เพิ่มมาสองเท่าตัว เป็น กก.ละ 10–15 บาท ทำให้สมาชิกของกลุ่มฯขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจัดตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์ มีสมาชิกเพิ่มเป็น 205 คน มีเงินสะสม 2,800,000 บาท และสมาชิกของกลุ่มฯสามารถกู้เงินไปลงทุนปลูกกล้วยไข่ได้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8 บาทต่อปี

ในขณะที่สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง ได้เข้ามาช่วยขับเคลื่อนนำสินค้าไปวางจำหน่ายร้านค้าชื่อดัง และศูนย์โอทอปของจังหวัดต่างๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านลำสินธุ์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนได้รับมาตรฐาน มพช. โอทอป 5 ดาว อย. ฮาลาล และ HACCP สามารถส่งไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าได้ จนบางช่วงผลิตแทบไม่ทัน

ล่าสุดกรมการค้าต่างประเทศร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำผลผลิตของกลุ่มฯส่งไปจำหน่ายในประเทศเวียดนาม โดยจะมีการตกลงทำสัญญาการซื้อขายไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้...เป็นอีกช่องทางการนำผลิต-ภัณฑ์ของเกษตรกรไทยไปสู้กับตลาดของ AEC ได้เป็นอย่างดี.

สุธรรม คงเพชร

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้