วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรียกคืนเชื่อมั่นก่อนสายเกินแก้

เรียกคืนเชื่อมั่นก่อนสายเกินแก้

โดย สายล่อฟ้า
3 ส.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

การเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ เพราะจะมีจุดเปลี่ยนหลายเรื่องที่ท้าทายการทำงานของรัฐบาล คสช.ที่จะต้องบริหารจัดการให้ดี ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญที่จะคลอดออกมาได้หรือไม่ การปฏิรูปประเทศที่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

การแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศและแรงกดดันจากนอกประเทศที่ล้วนถาโถมเข้ามาโดยมิได้นัดหมาย

ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะต้องแก้ไขให้ได้ มิฉะนั้นจะมีผลต่อความเชื่อมั่น

ในเรื่องการปฏิรูปประเทศนั้น ถือว่าเป็นประเด็นที่ คสช.ประกาศเอาไว้ตอนเข้ามายึดอำนาจว่าจะทำให้สำเร็จ

แต่มาถึงตอนนี้แล้วยังไม่มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม

สปช.ซึ่งมีภารกิจสำคัญในการดำเนินการ แต่ในความเป็นจริงยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตรงกันข้ามกลับมีภาพความขัดแย้งจนไม่สามารถกดดันให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง เพราะมุ่งไปที่รัฐธรรมนูญมากกว่าการปฏิรูป

ยิ่งการปฏิรูปการศึกษา การกระจายอำนาจ การปฏิรูปตำรวจ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

กลับกลายเป็นว่าจะโยนให้รัฐบาลชุดใหม่ไปทำกันเอง

เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เห็นว่า คสช.ไม่สามารถดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ประกาศเอาไว้

คสช.จึงต้องเร่งเครื่องด้วยการให้แม่น้ำ 5 สายขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ในห้วงเวลาที่จะเดินหน้าไปสู่โรดแม็ปว่าด้วยการเลือกตั้ง

อีกทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นภารกิจเฉพาะหน้าที่รอเวลาอีกต่อไปไม่ได้ แม้จะบอกว่าเป็นเรื่องที่แก้ยาก เนื่องจากมีปัจจัยต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งภายในประเทศและเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำก็ตาม

นั่นไม่ใช่เรื่องที่มาแก้ตัว แต่จะต้องแก้ไขให้ได้

เหนืออื่นใดการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ยืนยันแล้วว่าจะมีการปรับ ครม.เนื่องในวาระครบรอบ 1 ปี ซึ่งจะปรับใหญ่ไม่ใช่เฉพาะแค่ฝ่ายเศรษฐกิจอย่างเดียว

ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะนอกจากจะได้คนใหม่ๆเข้ามาทำงาน ซึ่งหากเลือกหรือคัดสรรบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ กล้าคิด กล้าทำ ก็น่าจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้

เพราะที่ผ่านมานายกฯต้องยอมรับความจริงว่ารัฐมนตรีหลายท่าน แม้จะเป็นคนดี ไม่ได้ทำความผิด หรือสร้างความเลวร้าย

แต่ในสถานการณ์ที่เป็นจริงดูเหมือนว่าหลายคนไม่เหมาะกับสถานการณ์ อย่างนี้จะมานั่งขี่ม้าขาเป๋ต่อไปไม่ได้แล้ว

ดังนั้น การตัดสินใจปรับ ครม.จะเอาใครออก จะเอาใครเข้าจึงต้องกล้าตัดสินใจ ไม่ใช่เกรงใจกันด้วยความรู้สึกผูกพันเพราะเชิญเขามา

หรือเพราะความเป็นพี่เป็นน้อง เป็นพรรคเป็นพวก

เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องของชาติบ้านเมืองที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่จะต้องฝ่าข้ามไปให้ได้

เรียกความเชื่อมั่นให้คืนกลับมา ปัญหาต่างๆจะได้ทุเลาเบาบางลง ไม่ใช่หันหน้าไปทางไหนก็มีแต่ปัญหา จนคิดว่าหมดหนทางที่จะเยียวยาแก้ไขได้แล้ว

จุดเปลี่ยนผ่านนี้จึงเป็นเรื่องที่นายกฯจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นจากการปรับ ครม.เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

หากการแก้ไขปัญหาไปในทางที่ดีขึ้น รัฐบาลก็จะได้เดินหน้าเพื่อให้เกิดการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมและสำฤทธิผล

ที่ว่าอย่างนี้ก็จะได้มีช่องทางลงหลังเสือได้โดยไม่ต้องกลัวเสือกัด.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้