วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ประหยัด ดิษยะศริน ครอบครัวลูกทัพฟ้า

ประหยัด ดิษยะศริน ครอบครัวลูกทัพฟ้า

  • Share:

30 กว่าปีที่แล้ว...ทั้งสองซื้อสวนริมน้ำไว้ที่รังสิต ปลูกบ้านเล็กๆ และสวนมะม่วงไว้หนึ่งแปลง ตั้งชื่อว่า “สวนแตง กวาง ต่าย” ตามชื่อของลูกทั้งสาม

ทุกเสาร์ อาทิตย์ครอบครัว 5 คน พ่อแม่ลูกมามีความสุขกันที่บ้านสวนแห่งนี้ ปล่อยให้ลูกๆซนกันสุดฤทธิ์ พายเรือ ว่ายน้ำ น้องกวาง (ปาริชาต กันติกร) ลูกสาวคนเดียวซนไม่แพ้พี่ชาย น้องชาย ซนจนมีเด็กในสวนมาถามว่า “เฮ้ย เอ็งน่ะผู้หญิงหรือผู้ชาย” น้องกวางตอบสวนไปทันทีว่า “ผู้ชายว่ะ”

มุมเล็กๆมุมหนึ่ง ตัดตอนเนื้อหามาจากหนังสือ อัตชีวประวัติ พลอากาศเอกประหยัด ดิษยะศริน ที่มอบไว้ให้ประกิต หลิมสกุล (กิเลน ประลองเชิง นสพ.ไทยรัฐ) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2555

“บ้านใกล้เรือนเคียง”...พลอากาศเอกประหยัดเล่าบรรยายว่า หลังจากเรียนจบชั้นมัธยม 3 ที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยา ก็ลงมาเรียนที่กรุงเทพฯ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยอาศัยอยู่กับพี่สาวที่บ้านบรรทัดทอง ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดและอยู่มาตั้งแต่เล็ก

สิ่งแวดล้อมบริเวณรอบๆบ้านเปลี่ยนแปลงไปเกือบหมดสิ้น บริเวณหลังบ้านเดิมเป็นสวนฝรั่ง มีคลองซอยจากคลองแสนแสบอยู่หลังบ้าน 

น้ำใสสะอาด ชาวบ้านใช้น้ำในลำคลองเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต เช่น ใช้อาบ ใช้ซักผ้า ตักใส่ตุ่มแกว่งสารส้มก้อนเพื่อใช้ดื่มในหน้าแล้ง... ส่วนสวนผลไม้ ฝรั่ง มะม่วง ก็ถูกเนรมิตกลายเป็นสนามกีฬาแห่งชาติ 

น้ำที่เคยใสสะอาดก็ดำสกปรกมีกลิ่นไม่สะอาด

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกยินดี ดีใจ และประทับใจอยู่เรื่อยมา นั่นก็คือ มีบ้านหลังหนึ่งสร้างขึ้นมาใหม่อยู่ติดกับบ้านของผม มีรั้วสังกะสีกั้น มีลวดหนามขึงอยู่บนรั้วรอบบ้านอีกชั้นหนึ่ง...บ้านหลังนี้ภายในครอบครัวมีอยู่ด้วยกัน 7 คน คุณพ่อ คุณแม่ มีลูกรวมกัน 5 คน เป็นบุตรสาวทั้งหมด

ครอบครัวรู้จักสนิทสนมกันดีมาก รักนับถือเสมือนญาติกันมานาน โดยเฉพาะลูกสาวคนโตที่มีชื่อว่า คุณวิจิตรา วิกิณิยะธนี มีรูปร่างหน้าตาสวยที่สุดในความรู้สึกผม ในระหว่างที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เธอเป็นดาวจุฬาฯ คณะเภสัชศาสตร์ รูปถ่ายขณะเป็นนักศึกษามักจะปรากฏอยู่หน้าปกหนังสือของมหาวิทยาลัยบ่อยๆ

คงจะเป็นด้วยบุพเพสันนิวาส ทำให้บ้านเราได้มาอยู่ใกล้กัน บังเอิญเส้นทางไปโรงเรียนก็เป็นเส้นทางเดียวกัน ตอนเช้าเวลาไปโรงเรียน เรามักจะเดินออกจากบ้านซึ่งอยู่ในซอยบรรทัดทอง 3 แล้วเดินไปตามริมถนนบรรทัดทองไปขึ้นรถเมล์ บางทีก็รถรางไฟฟ้าที่หน้าตลาดเจริญผล นั่งรถคันเดียวกันเพราะโรงเรียนสวนกุหลาบอยู่เชิงสะพานฝั่งพระนครที่สะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โรงเรียนศึกษานารีอยู่ฝั่งธนบุรี เธอต้องนั่งรถข้ามฟากไปฝั่งธนบุรี

เมื่อเรียนจบโรงเรียนสามัญชั้น ม.6 ต่างฝ่ายต่างแยกไปศึกษาต่อตามความชอบ ผมเรียนต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก ระหว่างที่เราต่างก็กำลังศึกษา ด้วยความสนิทสนมกันมานานความสัมพันธ์ฐานะเพื่อนบ้าน

ก็ค่อยๆกลายมาเป็นเพื่อนรู้ใจ บางครั้งในวันหยุดเสาร์หรืออาทิตย์ก็จะชวนกันไปดูหนังและทานอาหารกลางวันกัน ทุกครั้งที่เราไปเที่ยวด้วยกันไม่เคยไปด้วยกันสองต่อสอง คุณวิจิตราจะมีน้องสาวไปด้วยทุกครั้ง

พอเรียนจบ ก็ต่างไปประกอบอาชีพ พลอากาศเอกประหยัด ดิษยะศริน รับราชการถูกย้ายไปตามจังหวัดต่างๆที่กองทัพอากาศตั้งกองกำลังประจำอยู่ เช่น โคกกระเทียม โคราช ตาคลี ประจวบคีรีขันธ์ อุดรธานี นานๆเราจะได้พบกันที แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนที่รู้ใจกันมานานจนกลายเป็นคนรักเช่นหนุ่มสาวทั่วไป ด้วยความมั่นคงต่อความรักซึ่งกันและกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่กีดกั้น เห็นความเหมาะสมด้วยกันทั้งสองฝ่ายจึงได้จัดพิธีมงคลสมรส

“ชีวิตสมรสของเรา เราอยู่กันด้วยความราบรื่นเรียบร้อยโดยตลอด เรามีบุตรชาย 2 คน บุตรสาว 1 คน เราอยู่ร่วมกันมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น เรามีชีวิตร่วมกันมาด้วยความสุขตามฐานะของเราอย่างสามัญชนทั่วไป แบบครอบครัวข้าราชการที่ดี”

ถึงแม้ว่าจะถูกย้ายเร่ร่อนไปอยู่ตามหัวเมืองต่างจังหวัดหลายครั้ง แต่เราก็เลี้ยงดูลูกของเราทุกคนด้วยตัวของเราเองอย่างใกล้ชิด ติดตามไปทุกหนทุกแห่งเสมอ เราจะดูแลอบรมลูกๆด้วยตัวเอง ครอบครัวเราจึงมีความภาคภูมิใจซึ่งกันและกันเสมอตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นพ่อกับแม่ พ่อ-แม่กับลูก และพี่กับน้อง

ลูกชายทั้งสองรับราชการอยู่ในกองทัพอากาศ เป็นนักบินขับไล่มือดีของกองทัพอากาศ ลูกชายทั้งสองมีชีวิตการรับราชการเดินตามรอยเท้าผมมาเกือบทุกอย่างนับตั้งแต่ตลอดการรับราชการมีชีวิตอยู่กับการบินมาโดยตลอด...เป็นผู้บังคับฝูงบิน เป็นผู้บังคับการกองบิน และก็ได้มีโอกาสไปเป็นผู้ช่วยทูตทหารอากาศ ณ ประเทศต่างๆ

“เวลาเราคุยกันหรือมีปัญหาบางประการเกี่ยวกับเรื่องการบิน เราจะคุยกันอย่างสนุก เรียกว่าเราคุยกันด้วยภาษาเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างแลกเปลี่ยนความรู้ ความชำนาญกัน...ลูกทั้งสองเป็นนักบินสมัยใหม่ วิทยาการทางการบินใหม่ๆผมไม่ค่อยจะเข้าใจ ก็สอบถามเขา

...บางครั้งเขาประสบปัญหาการทำงานบางประการ ผมก็แนะนำและรับรู้เข้าใจกันอย่างง่ายดาย ส่วนลูกสาวหลังจากลาออกจากบริษัทการบินไทย ก็ไปประกอบธุรกิจส่วนตัวที่เขาพอใจ ลูกสาวจะโทร.มาคุยกันทุกคืนเป็นประจำ เรื่องที่คุยส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวความห่วงใยของลูกสาวที่มีต่อพ่อ...แม่”

สิ่งที่ผมประทับใจกับลูกๆก็คือ เขาจำวันครบรอบวันแต่งงานของผมได้ 50 ปี จึงจัดงานเลี้ยงที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง ลูกสาวก็เขียนกลอนบทหนึ่ง สำหรับวันพิเศษของพ่อและแม่ และบอกด้วยว่าเพิ่งเขียนขึ้นมาก่อนวันงานเลี้ยง 1 วัน ผมอ่านดูแล้วรู้สึกประทับใจมาก....

ครบบรรจบ ฤกษ์ดี ที่มีรัก คุณพ่อ-ประหยัด คุณแม่-วิจิตราให้บุตรศรี 

เกิดสามหน่อ พ่อแม่รัก สุดชีวี เราโชคดี มีพวกท่าน คอยเมตตา

ท่านหาเลี้ยง ให้ร่ำเรียน ด้วยสุจริต ทั้งการงาน ทางชีวิต พร้อมเพรียกหา

เมื่อตกทุกข์ ได้ยาก ก็ตามมา แล้วค้นหา ความสุข มอบคืนกัน

ด้วยความรัก ใกล้ชิด สนิทแนบ แม่จะแอบ บอก “รัก” ลูกหนักหนา

ส่วนพ่อนั้น ให้มากล้น สุดพรรณนา พระเมตตา “รัก” พวกเรา เท่าฟ้าเอย.

แต่งงานครบรอบ 50 ปี 24 กันยายน 2547 รักคุณพ่อ...คุณแม่มากที่สุดค่ะ

ในโอกาสนี้ พลอากาศเอกประหยัด ดิษยะศริน ขอออกตัวกับผู้อ่านในบทความตอนท้ายของเรื่องนี้ “บ้านใกล้เรือนเคียง”...หรือ... “Neighbor Hood” ว่าที่จะเขียนต่อไปนั้นเป็นสิ่งที่ประทับใจและความรู้สึกดีๆ ที่ผมมีต่อภรรยาของผมตลอดมา นั่นก็คือคุณหญิงวิจิตรา เป็นภรรยาที่น่ารักน่าบูชา

...เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนกับบุคคลทั่วไปทุกระดับชั้น ตั้งแต่เราอยู่ร่วมกันมา ผมไม่เคยได้รับคำตำหนิจากใครเลย ทั้งหน่วยงานที่อยู่ร่วมกับผมตลอดมา เป็นที่เคารพรักของรุ่นน้องทุกคน ผู้บังคับบัญชาก็ชื่นชมอยู่เสมอ แม้งานบริษัททุกแห่งที่คุณหญิงเคยทำงานมา เจ้าของบริษัทก็ดี 

ผู้ร่วมงานที่บริษัทก็ดี แม้เด็กๆชั้นผู้น้อยก็รักใคร่นับถือด้วยความจริงใจ เมื่อคุณหญิงขอลาออก ณ ที่บริษัทใดก็ตาม ยังความเสียดายและอาลัยทุกแห่ง

บ้านที่ผมปลูกอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ปลูกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2501 เรามีเพื่อนบ้านร่วมซอยเดียวกันมาก็เป็นที่รักใคร่ นิยมชมชื่น ไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนบ้านใดๆเลย การทำตัวแบบติดดินของคุณหญิงยังความปลาบปลื้มสบายใจให้กับผมและครอบครัวตลอดมา...

“ผมคิดเสมอว่า มันเป็นเรื่องของโชคอันประเสริฐของผมและครอบครัวของผมจริงๆ”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้